[Fic] ซกมกแมน & เพอร์เฟคบอย part - 18
posted on 12 Nov 2009 22:39 by koekun in Fiction
Title: ซกมกแมน & เพอร์เฟคบอย
Author:Koekun
Couple: Yoosu
Rate : PG-13
Talk : โย่ว~ จุดพลุปุงๆๆๆ ขอบคุณทุกๆคนที่ติดตามเรื่องนี้ ให้กำลังใจและเป็นกำลังใจให้เสมอมา ขอบคุณมากๆ ทุกๆคนเลย
ขอบคุณที่อ่านจ้า ^O^
--------------------------------------------------------------------------------------------------
Part 18 Together Forever
"ม๊า เห็นน้องน้ำส้มป่ะ" เสียงห้าวดังขึ้นจากด้านหลังของร่างมารดา จียอนขมวดคิ้ว
"ใครนะลูก" เธอถามลูกชาย
"น้องน้ำส้มไง น้องผู้หญิงน่ารักๆที่ถือน้ำส้มอ่ะ ลูกเพื่อนม๊าที่เพิ่งเจอเมื่อกี้เนี้ย"
"อะไรของลูก แม่ไม่เคยแนะนำเด็กที่ชื่อน้ำส้มนะ" จียอนดุลูกชาย ร่างสูงหลบฝ่ามือพิฆาตของมารดาได้ทัน
"ทำไมหรอลูก" จียอนถาม
" น้องเขาน่ารักดี จะพาไปกินเค้กซะหน่อย" ลูกชายยิ้มพลางกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ จำได้ลางๆว่ายืนแถวๆซุ้มน้ำดื่ม จะเข้าไปขอโทษที่โวยวายตรงทางเดินเสียหน่อยแต่คนน่ารักกลับหายไปซะแล้ว
...ว้า~ อดป้อนขนมเด็กเลย...
"ม๊าๆ น้องน้ำส้มไม่มาหรอ" เสียงเด็กหนุ่มเอ่ยถาม
" นี่ยูชอน เรียกน้องน้ำส้มแล้วแม่จะรู้ไหมว่าคนไหน" มารดานิ่วหน้าลงด้วยความรำคาน ตั้งแต่มางานวันเกิดของจุนจิน ลูกชายตัวดีก็เอาแต่ถามถึง 'น้องน้ำส้ม' ไม่หยุดปาก
"โธ่ม๊า~ ผมแค่อยากตอบแทนเรื่องของขวัญวันเกิด จะบอกน้องเขาว่าโลมาน่ารักดี" ยูชอนเอ่ย สายตาคมกวาดตามองไปรอบๆ เห็นเด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งกำลังเดินหลังไวๆในกลุ่มคน เด็กหนุ่มยิ้มก่อนจะแว่บเข้ากลุ่มคนทันที
"อ้อ ลูกคงจะหมายถึงหนูจุน..." จียอนจำได้ว่ามีเพียงคุณหนูคิม จุนซูเท่านั้นที่ให้ตุ๊กตาเป็นของขวัญของยูชอน แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยจบ ลูกชายก็หายไปเสียแล้ว
"อ้าว...เอ๊ะ เจ้าลูกคนนี่นี้ หายไปไหนอีกแล้ว"
"อ่าว ไปไหนวะ" ยูชอนเกาหัว จำได้ว่าเห็นเด็กเดินแถวๆนี้นี่ หายไปไหนซะแล้ว
เด็ก หนุ่มปาร์ค ยูชอนเดินไปตามทางระเบียงด้วยความหน่าย เกลียดแสนเกลียดเจ้าของงานวันเกิดซะจริงๆ ทำไมแม่บังเกิดกล้าต้องพามาด้วย ไอ้โจ จุนจินนั่นก็น่าหมั่นไส้ ฉากหน้าทำเป็นคุณชายมาดดี ลับหลังก็มาเฟียที่โรงเรียนล่ะวะ!
"เด็ก?" ยูชอนเดินมาถึงทางระเบียงที่อยู่ด้านหลัง เห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆยืนมองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังหลงทางและที่สำคัญ... น้องเขากำลังร้องไห้!?...
“น้อง...ร้องไห้ทำไมอ่ะ?” เด็กหนุ่มรีบพุ่งเข้าไปหาก่อนจะยองนั่งพลางลูบผมนิ่วไปมาเบาๆหวังจะปลอบเด็กน้อยคนนี้ได้ไม่มากก็น้อย
“หลงทางหรอครับ? พ่อแม่อยู่ไหนล่ะ? พี่พาไปส่งนะ”
...ใครหนอใครทิ้งเด็กน่ารักแบบนี้ไว้ลงคอกันนะ...
...พี่ยูชอนจะพาไปส่งเอง~...
เด็ก หนุ่มอุ้นร่างเด็กน้อยขึ้นมาอย่างอ่อนโยน รู้ดีว่าเด็กหลงทางต้องขวัญเสียจึงหาบทสนทนาให้คลายความกังวล ดูเหมือนว่าเด็กชายตัวเล็กในอ้อมแขนของเขาจะช่างพูดช่างคุยเสียไม่เบา น่ารักน่าชังจนยูชอนชักจะถูกใจ
...น้องคนนี้ก็น่ารักดีแฮะ เสียดายที่เป็นเด็กผู้ชาย...
...แต่เขาหน้าตาคล้ายๆน้องน้ำส้มเลย...
...เป็นญาติกันรึเปล่าเนี่ย...
“สวัสดีครับคุณน้าจียอน” ร่างเล็กในอ้อมกอดโค้งเคารพมารดา ยูชอนถึงกับอึ้ง
“อ่าว...ม๊ารู้จักน้องเขาด้วยหรอ!?” ยูชอนเอ่ยอย่างตกใจ มารดาได้ยินเข้าก็ถึงกับตีบ่าแกร่งแรงๆ
“หนูจุนซูไงลูก! ครั้งที่แล้วก็เจอกัน จำไม่ได้หรอ” คำตอบที่ได้รับคือใบหน้าคมส่ายไปมาเร็วๆ
“ยู ชอนนนนน~ มัวแต่กกอยู่แต่กับแฟน ในหัวมีแต่แฟน อะไรๆก็แฟนจนลืมเรื่องอื่นรึไง” จียอนดึงใบหูลูกชายแรงๆจนเด็กหนุ่มร้องโอดโอยด้วยความเจ็บ
“โอ้ยม๊า~ ผมเจ็บ”
...จุนอะไรนะ...ม๊าพูดซะเร็ว ใครจะฟังทัน!?...
“ไป ส่งหนูจุนซูซะ...ชองโฮกับกวานโบอยู่ในงาน ไปทักทายเพื่อนแม่ด้วยล่ะ อ้อ! ให้ของขวัญคุณชายจุนจินด้วยนะรู้ไหม” จียอนสั่งยาวก่อนจะรีบเดินไปเข้าห้องน้ำ เด็กหนุ่มส่งเสียงครางต่ำอย่างรำคาญเบาๆ
“บ่นอีกแระ...ชิๆ” เด็กหนุ่มกลอกตาไปมาก่อนจะหันมายิ้มให้ร่างเล็กในอ้อมแขนตนเอง
“พ่อแม่น้องอยู่ไหนอ่ะ พี่จะอุ้มไปส่ง” ยูชอนเอ่ยช้าๆ
...เอ่อ...แล้วน้องชื่ออะไรนะ?...
“ไม่เป็นไรหรอกฮะ ผมเห็นคุณพ่อคุณแม่แล้ว ผมไปเองได้ฮะ”
“เอางั้นหรอ?” ยูชอนหยุดบนพื้นหญ้าภายในสวนใกล้ๆกับงานเลี้ยง บริเวณนั้นเงียบไร้ผู้คน แต่ก็มีแสงสว่างอยู่บ้างเล็กน้อย
“งั้น... เดินดีๆนะ อย่าหลงทางอีก โชคดีที่พี่ไปเจอน้องพอดี ไม่งั้นโดนอุ้มจับไปขายแน่ๆเลย” เด็กหนุ่มยองนั่งอีกครั้ง ก่อนจะลูบผมนิ่มไปมาเบาๆ
...ใช่ น่ารักแบบนี้ มันน่า 'ลัก' ไปขาย ดีนะ เรามาเจอซะก่อน...
“อย่า ร้องไห้อีกนะ...ไม่เหมาะกับน้องเลย ยิ้มให้พี่หน่อยสิครับ” ประโยคแสนอ่อนโยนทำเอาเด็กน้อยยิ้มกว้างอย่างง่ายดาย ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อน้อยๆเป็นวงกว้างจนไปถึงขอบใบหูเล็ก
“ยิ้มแบบนั้นแหละ น่ารักมากๆเลยนะ...เอาล่ะ...จุ๊บบอกลา” ใบหน้าคมโน้มลงมาทาบริมฝีปากอิ่มยังกลีบปากสีเชอรี่ช้าๆ
“พี่ไปน้า~” ยูชอนลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินหายเข้าไปในงาน ทิ้งให้เด็กน้อยยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นอยู่นานสองนาน
" เอ๋? แล้วน้องน้ำส้มไปไหนน้า~ สงสัยจะไม่มา" เด็กหนุ่มยังคงตามหาไม่เลิก จนสุดท้ายต้องล้มเลิกความคิดแล้วปลีกตัวออกมาแอบดื่มอยู่มุมที่งานเลี้ยง
" อืม..." เสียงทุ้มครางในลำคอ ความฝันเมื่อครู่ทำเอาร่างสูงเบลอจนไม่อยากลุกจากเตียง ภาพในวัยเยาว์หวนกลับมาอีกครั้ง นานแสนนานแล้วที่ไม่เคยแม้จะฉุดนึกถึง เหตุใดจึงมารำลึกได้เอาป่านนี้กัน
...หึ น้องน้ำส้มงั้นหรอ...คิดได้นะเรา...
" ตัวเล็ก..." พอจะจดจำเค้าโครงหน้าตาได้บางส่วน เด็กน้อยหลงทางในตอนนั้นคือคิม จุนซูในปัจจุบันแน่นอนร้อยเปอร์เซ็น ไวเท่าความคิด มือหนาเอื้อมไปด้านข้าง พบเพียงตุ๊กตาสัตว์น้ำเท่านั้น พื้นที่ข้างกายไร้ร่างบอบบางแสนรัก
...จุนซูไปไหน?...
นาย ตำรวจลุกขึ้นเดินไปยังห้องครัว คุณหนูคนขยันของเขาคงลุกมาทำอาหารเช้าเหมือนประจำทุกวัน ทันทีที่ชายหนุ่มเข้าสู่พื้นที่ครัว สายตาคมพบแต่ความว่างเปล่าเช่นเดิม มีเพียงห่อแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นโตตั้งไว้บนโต๊ะอาหารสองชิ้นเท่านั้นพร้อมกับ โน้ตแผ่นเล็กที่หนีบไว้ข้างกัน
'ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ขอบคุณสำหรับความทรงจำแสนมีค่า
จุนซู
ตัวเล็กของคุณ >//<'
"เฮ้ย! ลืมไปเลย"
...โธ่ ไอ้งี่เง่ายูชอน!!!...
"ตื่นตอนไหนฟ่ะ ทำไมเราไม่รู้เรื่องเลย ให้ตายสิ" ยูชอนหัวเสียก่อนจะรีบวิ่งไปคว้าโทรศัพท์โทร.หาผู้ที่รู้ดีที่สุกในขณะนี้
"ม๊า! เครื่องบินออกกี่โมง"
/มันก็ออกตลอดทั้งวันแหละลูก/
"ไม่ใช่ ผมหมายถึงตัวเล็กออกไปกี่โมง"
/อะไรนะลูก/
"จุนซูอ่ะ ออกไปตั้งแต่กี่โมงอ่ะม๊า"
/ตั้งแต่ เช้าแล้วนี่!? อ้าว ลูกไม่ได้ไปส่งหนูจุนซูหรอกหรอ แม่นึกว่าชายปาร์คไปส่งที่สนามบินซะอีก...ชายปาร์ค นี่ลูกตื่นสายใช่ไหม!!!/
"เปล่าม๊า...แค่ตื่นมาไม่เจอน้องเขาแล้ว"
/ชาย ปาร์ค~!!! ทำไมลูกเป็นคนแบบนี้นะ ทำไมไม่ไปเป็นเพื่อนหนูจุนซู ถึงจะมีคนมารับก็เถอะ ลูกก็น่าจะไปเป็นเพื่อนและส่งหน้าเกต โอ้ย~ แม่ล่ะอายจริงๆเลย/
ปาร์ค ยูชอนรู้สึกละอายไม่ต่างกัน ไม่สิ...ความรู้สึกในตอนนี้มันปนเปกันไปหมด เสียใจ โศกเศร้า ว้าเหว่ จิตใจสั่นไหวไม่เหลือความเข้มแข็ง อีกแล้วกับความรู้สึกปวดร้าวเดิมๆ คนที่รักต้องจากไปโดยไม่มีโอกาสได้เอ่ยร่ำลา เพราะอะไรกัน ชีวิตของปาร์ค ยูชอนต้องจบลงด้วยน้ำตาทุกครั้ง
"ผมวางนะแม่ เดี๋ยวต้องไปทำงาน" ยูชอนเอ่ยคำลากับมารดาก่อนจะวางสายโทรศัพท์ จากนั้นจึงกดเบอร์โทร.ออกอีกครั้งเพื่อลางาน
นาย ตำรวจเดินเหมือนคนหมดแรงกลับไปที่โต๊ะอาหาร แฮมเบอร์เกอร์แสนอร่อยอยู่ตรงหน้าควรจะทำให้เขามีความสุขสิ แต่ในตอนนี้กลับไม่มีกระจิตกระใจเขมือบเนื้อชั้นดีชิ้นโตเลยสักนิด...ใน เมื่อพ่อครัวแสนน่ารักไม่ได้นั่งอยู่ตรงข้ามเหมือนทุกวัน...
ยูชอน แกะห่อเบอร์เกอร์ด้วยมือสั่นเทา เขาห้ามอาการสั่นระริกไม่ได้ เว้นแต่หยาดน้ำที่กำลังจะไหลรินได้ทุกเมื่อที่เขาพยายามกลั้นไว้สุดกำลัง บอกตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่ามันไม่ใช่เรื่องเศร้า ไม่ใช่เรื่องน่าหลั่งน้ำตา ควรจะยินดีกับเด็กหนุ่มที่กำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต
...ถึงจะบอกตัวเองแบบนั้น...
...แต่การที่ไม่มีคิม จุนซูอยู่เคียงข้าง...
...มันช่างน่าเศร้าเสียเหลือเกิน...
หลัง จากทานมื้อเช้า ยูชอนก็อาบน้ำ นั่งดูทีวี เปิดเพลงฟังระหว่างกวาดบ้านและเก็บข้าวของที่ระเกะระกะให้เข้าที่เข้าทางของ มัน เรียกได้ว่า พยายามหาอะไรทำเข้าไว้จะได้ไม่ต้องนั่งอยู่เฉยๆ ริมฝีปากอิ่มกระตุกเหยียดยิ้มให้ตนเองเมื่อเงยหน้าเห็นแผ่นกระดาษบนไวท์ บอร์ด เต็มไปด้วยลายมือเรียบร้อย เขียนเตือนและข้อห้ามมากมาย ยูชอนไม่เคยสนใจอ่าน จนกระทั่งวินาทีนี้ที่เขาอ่านมันอย่างจริงๆจังๆ
" ฉันนี่มันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ" พึมพำกับตัวเอง อ่านแล้วก็นึกขำ เขาเหมือนเด็กเล็กๆที่ต้องมีคนดูแล นิ้วเรียวเลื่อนไปตามตัวอักษรบนแผ่นกระดาษช้าๆ 'ดื่มเหล้าโกรธ! อดเนื้อ อุดมผัก' เกิดรอยยิ้มก่อนจะค่อยๆเม้มแน่น ร่างสูงก้มหน้าลงพิงศรีษะยังแผ่นกระดานก่อนที่หยดน้ำตาจะไหลลงมาช้าๅ เรี่ยวแรงแทบไม่เหลือจนต้องนั่งพิงผนังห้องร่ำไห้อยู่คนเดียว
มีแต่ คำถามว่าทำไม ทำไมและทำไมในหัว ทำไมทุกคนต้องจากไป ทำไมถึงไม่รั้งไว้เมื่อมีโอกาส ทำไมถึงเพิ่งมาอ่านข้อความ ทำไมตอนที่อยู่ด้วยกันถึงไม่ทำอะไรดีๆให้เลย ทำไมถึงได้งี่เง่าขนาดนี้ ทำไมไม่นึกออกให้เร็วกว่านี้...ทำไมถึงอ่อนแอขนาดนี้...
นานแล้วที่ ไม่ได้คิดวนไปเวียนมาเช่นนี้ จิตใจแข็งกระด้างดุจเม็ดทรายค่อยๆถูกกระแสน้ำแห่งความคิดถึงกัดเซาะจนแทบไม่ เหลือความเป็นตัวของตัวเอง สองมือหนาปาดน้ำตาที่พรั่งพรูออก สูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อลบล้างวังวนความคิด ช่วยได้ไม่มากนักแต่ก็ได้ผลพอที่จะลุกขึ้นไปทำงานบ้านอย่างอื่นต่อ
.
.
.
.
"จุนซู ทานข้าวจ๊ะ"
"ครับแม่"
เด็ก หนุ่มในชุดเสื้อไหมพรมแสนยาวสีชมพูดอ่อนขานตอบรับ เขาเพิ่งลงจากเครื่องบินได้ไม่นานและตอนนี้กำลังจัดจัดผ้าใส่ตู้ ข้าวของมากมายเต็มเตียงและกระจายบนพื้น คิม จุนซูลุกจากเตียงอย่างระวังก่อนจะออกจากห้องนอนไปยังห้องทานอาหาร
" คุณพ่อ~" คุณหนูร่างเล็กวิ่งเข้าไปกอดบิดาด้วยความคิดถึง สองพ่อลูกกอดกันแน่นสร้างความสุขให้กับบุพการี ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว การที่ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้ก็มีความสุขที่สุดของตระกูลคิม
"เหนื่อยไหมลูก" ชองโฮเอ่ยถามระหว่างทานอาหารเย็น จุนซูเล่าเรื่องนู้นเรื่องนี้ไปตามประสาเด็กช่างคุย
เสียง หัวเราะและรอยยิ้มอย่างเคยในครอบครัวทำให้จุนซูลืมเรื่องกังวลใจไปได้มาก หลังจากพูดคุยกันสักพักจึงแยกตัวกลับเข้าห้องนอนเพื่อเก็บของต่อ จุนซูนั่งลงยังขอบเตียง รื้อเครื่องเขียน หนังสือและของใช้ออกมา การเก็บของให้เข้าที่ เรียงชั้นหนังสือและจัดแต่งห้องดูจะเป็นเรื่องถนัดและใช้เวลาไม่นานนัก เพราะเขาถูกฝึกมาอย่างดีจากห้องคอนโดของผู้ปกครองชั่วคราวที่อาศัยด้วยกัน ตลอดหลายเดือน
ทันทีที่นึกถึงใบหน้าคมเข้ม แผ่นอกบางก็เจ็บแปลบ มือเรียวกุมอกไว้ก่อนจะนั่งลงบนเตียง ร้องไห้ไม่ได้...เขาจะร้องไห้ไม่ได้เด็ดขาด ตัดสินใจแล้วว่าจะเข้มแข็ง เป็นคนเก่งของนายตำรวจดั่งที่เคยสัญญาไว้
ร่าง บอบบางนั่งข้างเตียง ถอดมองเจ้าชายด้วยสีหน้าเศร้าหมอง วันเวลาผ่านไปเร็วจนน่าใจหาย ความสุขไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าคงจะเป็นความอบอุ่นสุดท้ายที่จุนซูจะได้อยู่ใน อ้อมแขนของยูชอน อีกไม่นานเขาต้องเดินทางแล้ว
"ผมทำเบอร์เกอร์ทิ้งไว้นะ" พึมพำเบาๆกับตัวเองพร้อมกับลูบท่อนแขนแข็งแรงไปพลาง
"ลาก่อนฮะคุณยูชอน" จุนซูกระซิบก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มขาว เจ้าตัวคนขี้เซาส่งเสียงครางเบาๆเชิงพอใจ จุนซูอมยิ้ม
"ผมจะเข้มแข็ง ผมสัญญา" มือเรียวลูบผมสีดำสนิทเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะลากกระเป๋าจากไป
" ถึงจะบอกแบบนั้น...แต่เราก็ไม่ได้เข้มแข็งขึ้นเลย" เสียงเล็กสั่นเครือ หยดน้ำตาไหลออกมาในที่สุด จุนซูนอนร้องไห้เงียบๆบนเตียง กอดตัวเองเอาไว้เผื่อว่าร่างกายจะหยุดสั่นเสียที
ผ่านไปสักพัก อาการสั่นเทาก็หยุดลงเช่นเดียวหยาดน้ำใสค่อยๆแห้งไป จุนซูลุกขึ้นมาเก็บของต่อ ดวงตากลมเรียวสะดุดเข้ากับสมุดสีชมพูคุ้นตา นึกแปลกใจว่าทำไมถึงมาอยู่ในกระเป๋าใบนี้ได้ เขาควรจะเก็บมันไว้ด้านในสุดของลิ้นชักโต๊ะเรียนของเขานี่
"มาอยู่ใน นี้ได้ยังไง" มั่นใจว่าเก็บดีแล้วเพราะตั้งใจจะทิ้งไว้ที่คอนโดของยูชอน มันคงไม่มีความจำเป็นที่จะบันทึกความรู้สึกใดๆต่อไปอีก ในเมื่อเขาไม่มีโอกาสที่จะได้พบใบหน้าของเจ้าชาย
จุนซูเปิดอ่าน เห็นพัฒนาการการเขียนของตัวเองก็นึกขำ ขำตัวเองที่เขียนอะไรได้มากมาย ราวกับเขียนคำตอบในข้อสอบ อาจเป็นเพราะไดอารี่คือวิธีระบายความรู้สึกของเขา เป็นทางออกทางเดียวที่จะบรรเทาจิตใจสับสนใจสงบลงได้ แต่เมื่อได้อยู่กับปาร์ค ยูชอน จำนวนหน้าที่เขียนก็ลดลง วันที่เขียนก็เริ่มห่างกันมากขึ้น
...เพราะมีคุณยูชอนอยู่ข้างๆ ทำให้ไม่ต้องระบายกับการเขียน...
...เพราะมีคุณยูชอนคอยรับฟังและให้คำปรึกษาที่ดีเสมอ...
" ตลกแฮะ คนอย่างคุณจะแนะนำอะไรดีๆได้ ถึงจะกวนประสาทไปสักหน่อยก็เถอะ" บ่นเล็กน้อยตามนิสัย แต่มันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ยูชอนผ่านร้อนผ่านหนาวมามากทำให้เข้าใจชีวิตได้เยอะ จนกระทั่งเปิดไปหน้าสุดท้ายที่เขียนไว้
พรุ่งนี้จะต้องไปแล้ว...ผมอยากบอกรักคุณจัง
" เอ๊ะ?" จุนซูสังเกตุเห็นว่ามีตัวอักษรกลับด้านลางๆอยู่ด้านหลัง นิ้วเรียวรีบผลิกไปด้านใหม่ทันที ดวงตาเรียวเบิกกว้างเมื่อเห็นลายมือหวัดเป็นเอกลักษณ์
รีบๆเรียนแล้วกลับมาบอกสิ จะรอฟังนะ
หยด น้ำตาทีี่เคยแห้งกลับมาชื้นดวงตาอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเจ้าชายมาแอบอ่านตั้งแต่เมื่อไหร่ ยูชอนคงแอบเขียนและเอามาใส่กระเป๋าเขาไว้แน่นอน
"บ้าที่สุด...คุณทำ แบบนี้ทำไม...คนใจร้าย" ทนไม่ไหวแล้ว คุณหนูตัวน้อยปล่อยโฮเต็มที่อีกครั้ง เขาไม่พร้อมที่จะเลิกคิดถึงเจ้าชาย เพราะ ตั้งแต่เล็กจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าวินาทีใดคิม จุนซูมีแต่ปาร์ค ยูชอนในหัวใจเสมอมาและจะคงเป็นเช่นนั้นตลอดไป
เสียงสะอึกสะอื้นดังลอดออกไปด้านนอก ร่างบอบบาง ไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนกำลังแอบมองเขาร้องไห้แทบขาดใจอยู่บนเตียง
.
.
.
.
ปาร์ค ยูชอนเปิดประตูห้องด้วยความเหนื่อยล้า สองวันที่ผ่านมาแทบไม่ได้กลับมานอนเต็มอิ่มเพราะต้องเดินสายสืบคดีใหม่ที่ ได้รับมอบหมาย โดยคดีนี้พัวพันกับกลุ่มมาเฟียที่ตามจับอยู่นาน จึงส่งสายสืบรวมทั้งตัวเขาเองเข้าไปในพื้นที่และแฝงเข้าไปกับกลุ่ม ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพันตำรวจเอก แต่การกลับมาใช้ชีวิตเพียงลำพังอีกครั้งต่างหากที่เป็นเรื่องหนักหนาสาหัส สำหรับยูชอน
"โว้ย ห้องรกอีกแล้ว" เอ่ยบ่นเสียงดังเมื่อเห็นถ้วยมาม่า ขวดน้ำ เสื้อนอกและหนังสือกองเต็มโซฟา ตั้งใจไว้ว่าจะพยายามเก็บของให้เรียบร้อยหากมีเวลามากพอ แน่นอนล่ะว่าในตอนนี้ไม่มีคนตามเก็บของที่เขาโยนทิ้งไว้ตามที่ต่างๆดังเคย
ร่าง สูงทิ้งขยะ โยนเสื้อใส่ตระกร้าและเก็บหนังสือวางบนชั้นให้เรียบร้อยก่อนจะทิ้งกายลงบน โซฟาอย่างอ่อนแรง แม้จะทำงานตัวเป็นเกลียวจนแทบไม่มีเวลาคิดเรื่องในอดีต แต่เมื่อที่ได้พักกาย จิตใจของเขาก็โหยหาที่พักใจ อยากให้เด็กหนุ่มน่ารักและอ่อนโยนคนนั้นอยู่กับเขา ณ ที่ตรงนี้
" เฮ้อ…บ้าชะมัด" ยูชอนเอามือก่ายหน้าผาก สายตามองเพดานว่างเปล่ายิ่งทำให้คิดถึงเรื่องต่างๆนานามากมาย ป่านนี้เจ้าตัวเล็กจะเป็นอย่างไรบ้าง จะมีเพื่อนไหม กินอยู่ยังไง นอนหลับรึเปล่า...จุนซูจะกลับมาหาไหม...
นายตำรวจหัวเราะในลำคอให้ กับอ่อนแอของตัวเอง มันเคยเกิดขึ้นมาหลายครั้ง ซึ่งตัวเองก็น่าจะชินกับความรู้สึกแบบนี้ หรืออาจเป็นเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้จากไปไหน เพียงแค่อยู่อีกซีกโลกหนึ่งเท่านั้น อาจจะได้เจอกันสักวันแต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีวันนั้นไหม...การที่รู้ว่ายังมีอีก ครึ่งชีวิตอยู่บนโลก แต่ไม่อาจไขว่คว้ามาไว้ข้างกาย มันเจ็บปวดยิ่งกว่าที่เขาตายจากไปเสียอีก...
"รู้งี้บอกว่าจำได้ซะตั้งแต่แรกก็ดี" ยูชอนพึมพำก่อนจะพลิกตัวเปิดโทรทัศน์
ใช่… เขาจำคิม จุนซูได้สักพักแล้ว ใบหน้ากลม ดวงตาเรียวและริมฝีปากบางสีชมพูไม่ต่างไปจากตอนเด็กเลยสักนิด เพียงแค่ตอนนี้โตขึ้นมาก รูปร่างก็เพรียวงาม อีกทั้งโครงหน้าก็เรียวได้รูป
" ตัวเล็ก มีอะไรกินไหมอ่ะ หิว" นายตำรวจเอ่ยหลังจากดูรายกรโปรดจบ แม้จะเป็นเวลาเกือบห้าทุ่ม แต่ท้องไส้เริ่มโครกครากประท้วงอยากมีอะไรลงไปย่อยเล่นเสียแล้ว ยูชอนเดินไปที่ห้องนอน พบเด็กหนุ่มนอนคว่ำหน้าหลับคาสมุดเล่มหนึ่ง
" หลับแล้วหรอ...เหนื่อยล่ะสิ" ยูชอนอมยิ้ม แอบมองใบหน้าหวานหลับพริ้มด้วยความเพลิดเพลิน จนกระทั่งสายตาคมเหลือบเห็นสมุดที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว ยูชอนถือวิสาสะหยิบมันขึ้นมาอ่าน
เมื่อ ไหร่จะจำผมได้สักทีนะคนสมองปลาทอง!!!...แต่คุณอุส่าห์ไปรับผมที่โรงเรียนทุก วันทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน ผมไม่โกรธคุณก็ได้...เจ้าชาย ผมอยากให้คุณจำผมได้เร็วๆจัง
ยู ชอนเลิกคิ้ว เขาอ่านบันทึกส่วนตัวของจุนซู ถือเป็นการละลาบละล้วงและละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเป็นอย่างมาก แววตาคมเหลือบมองเจ้าของบันทึก เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวหลับปุ๋ยจึงเปิดอ่านตั้งแต่หน้าแรก
ปาร์ค ยูชอน ลูกชายของน้าจียอน เขาโตกว่า 7 ปี สูงกว่าผมเยอะ วันแรกที่รู้จักกัน คุณบอกว่าผมเตี้ย แถมยังดุผมอีก น่ากลัวมากๆเลย แต่งานวันเกิดของพี่จุนจิน คุณใจดีมาก คุณพาผมกลับที่งานตอนผมกำลังหลงทาง
คุณจูบผมด้วยล่ะ >///< ปากกับปากชนกันคือจูบ ผมจำได้ ผมเคยเห็นในหนัง
ผมเอาแต่คิดถึงคุณตลอดเลย ผมเป็นบ้ารึเปล่า
คุณยูชอน คุณเหมือนเจ้าชายเลยเวลาใส่ชุดออกงาน คุณรู้ตัวรึเปล่าว่าพี่ดูดีมากเวลาอยู่ในชุดสูท ผมดีใจจังที่เจอคุณอีก
ง่า~~ งานของคุณชานอินคุณก็ไม่มา...งานนี้ใหญ่มากเลยนะ น่าเสียดาย ผมใส่หูกระต่ายสีชมพูด้วย มันเป็นสีที่ผมชอบมากที่สุดเลยรู้ไหม
The lost Princeผมเจอคุณแล้ว!!! คุณมางานพ่อของผม แม้ว่าคุณจะดูบึ้งๆตึงๆ แต่คุณก็ดูดีในชุดสูทขาว(เท่มากๆเลยล่ะ >///<) ...แต่น่าเสียดาย ผมไม่กล้าเข้าไปทัก...เผลอแว่บเดียว คุณหายไปอีกแล้ว!!!
จะได้เจอคุณอีกไหม เจ้าชายของผม...
" ฉันไม่ใช่เจ้าชายของนายหรอกนะตัวเล็ก..." ยูชอนวางบันทึกไว้ที่เดิม สิ่งที่เคลือบแคลงใจมาตลอดถูกไขความข้องใจให้กระจ่าง คิม จุนซูคือเด็กน้อยถือน้ำส้มที่ตามหาอยู่นั้นเอง...เข้าใจผิดมาตลอดว่าเป็น เด็กผู้หญิง แต่ความจริงเป็นเด็กผู้ชายหรอกหรือนี่
"ก็ว่าทำไมชอบทำ หน้าเศร้า แถมยังชอบกัดเรื่องขี้ลืมอีก" มือหนาลูบเรือนผมนุ่มช้าๆก่อนจะโน้มตัวลงประทับริมฝีปากลงบนแก้มนิ่มเบาๆ อย่างแผ่วเบา
"ฉันเองก็อยากตอบแทนความรู้สึกของนายนะตัวเล็ก...แต่ ฉันรักใครไม่ได้...ฉันกลัวการสูญเสีย...ขอโทษนะ" ยูชอนพูดกับตัวเองก่อนจะลุกไปอาบน้ำ
"อืม…กี่โมงแล้ววะ" ปาร์ค ยูชอนงัวเงียลุกนั่งลนโซฟา โทรทัศน์เปิดทิ้งไว้บ่งบอกว่าเขาคงเผลอหลับไป ตัวเลขบอกเวลาตีสองกว่า
พัน ตำรวจเดินโซเซไปอาบน้ำก่อนจะกลับมานอนพักผ่อนบนเตียง พรุ่งนี้เป็นวันหยุดทำให้เขาไม่ต้องตื่นเช้ามากนัก กะจะนอนยาวไปถึงเที่ยงของวันรุ่งขึ้นเสียด้วยซ้ำ วันเวลาจะได้ผ่านไปเร็วๆ
...ปาร์ค ยูชอนได้เรียนรู้แล้วว่า การรักคนที่ทำให้เราอ่อนแอได้นั้น ...
...เท่ากับว่าคนๆนั้นมีความสำคัญกับเรา...
...ยิ่งกว่าลมหายใจ...
.
.
.
.
รุ่ง เช้าวันที่เท่าไรไม่อาจทราบได้ของพันตำรวจเอกปาร์ค ยูชอนมาเยือนช้าๆ เวลาผ่านไปอีกวันอย่างไร้ความหมายทำให้เขารู้สึกว่าช่วงระยะเวลาของวัน หนึ่งๆนั้นช่างยาวนานเหลือเกิน เปลือกตาคมกระพริบปริบๆอย่างเกียจคร้าน ตามด้วยเสียงถอนหายใจเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนักสำหรับยามเช้าของวันทำงาน แม้ว่าคดีที่ทำอยู่จะตื่นเต้นและยุ่งวุ่นวายจนไม่มีเวลาคิดถึงเร่ืองอื่น แต่ยิ่งเจอเรื่องร้ายๆมากเท่าไร ยูชอนก็โหยหาที่พักพิงมากเท่านั้น
...อยากให้จุนซูอยู่ข้างๆจัง...
...เพราะกลิ่นหอมบริสุทธิ์ของเด็กคนนั้นชำระล้างจิตใจของเราได้ดีที่สุด...
กริ๊ง กริ๊ง
"หืม?" ยูชอนได้ยินเสียงกดกริ่ง นี่มันยังเช้าเกินไปที่จะมีใครมาหาเขา
...หูฝาดรึเปล่าววะ...
ปัง ปัง ปัง
เสียง เคาะประตูดังขึ้นปลุกให้นายตำรวจได้สติเต็มร้อย แต่เขาไม่มีกระจิตกระใจจะเดินออกไปต้อนรับสักเท่าไร จึงนอนแผ่กลางเตียงและไม่สนใจว่าใครจะมาหาเขา
กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!
ปัง! ปัง! ปัง!
" เหี้ยอะไรวะ" เสียงกริ่งและเคาะประตูดังพร้อมกันสร้างความรำคาญจนเจ้าของบ้านต้องยอมแพ้ ยันตัวขึ้นลุกไปเปิดประตู ยูชอนเกาหัวแครกๆเปิดประตูด้วยสีหน้าหงุดหงิด
"อะไรกันแต่เช้าวะ!!??" เสียงทุ้มตะคอกด้วยความหงุดหงิด นี่เขาไม่รู้เลยหรือว่าใครกันที่ยืนตรงหน้าเขา
"อรุณสวัสดิ์ฮะคุณยูชอน"
ยู ชอนชะงัก เขาเพิ่งเบิ่งตามองว่าใครคือต้นเหตุเสียงรบกวนตอนเช้า บ้าจริง! เขาลืมไปได้ยังไง จะมีใครอีกที่กล้าปลุกเขาตอนเช้าด้วยวิธีหนวกหูได้เท่านี้ จะมีใครอีกที่เคยทำแบบนี้มาก่อนในวันแรกที่ได้พบกัน...อีกครั้ง...
"ตัวเล็ก..."
ไม่ผิดแน่ เด็กหนุ่มหน้าหวานพร้อมกรอบแว่นดำเป็นเอกลักษณ์ ไหนจะมีกระเป๋าเดินทางสีชมพูหลายใบนั่นอีก
...จุนซูกลับมาแล้ว...
" คุณนี่เหมือนเดิมเลยนะฮะ เมื่อไหร่ะจะซื้อบ็อกเซอร์ตัวใหม่สักที ตัวนี้ขาดแล้วนะ...ตรงเป้าอ่ะ" เสียงเล็กแหลมคุ้นเคยดังฉอดๆ ซึ่งแทบไม่เข้าหูนายตำรวจเลยในตอนนี้ เด็กน้อยคิม จุนซูยืนตรงหน้าเขาแล้ว...
"อ้ะ!" กายบางถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอดแกร่ง
"เรียนจบแล้วหรอ เป็นยังไงบ้าง นายผอมลงนะตัวเล็ก" ยูชอนไม่รู้จะถามอะไร เขาเอ่ยเร็วๆเท่าที่นึกออก จุนซูยิ้มแฉ่ง
"จะบ้าหรอฮะ ผมเพิ่งไปได้สองวันเองนะ ยังไม่เข้ามหาวิทยาลัยเลยด้วยซ้ำ"
"ห๊ะ? อะไรนะ"
"ผมเพิ่งบินไปเช้าวันศุกร์เองนะฮะคุณยูชอน" จุนซูขำเบาๆ แต่สองมือเรียวกอดกายแกร่งแน่นขึ้น
"ตลกล่ะ ฉันรู้สึกว่าตัวเล็กหายไปเป็นปีๆเลย...คิดถึง..."
"ผมก็คิดถึงคุณเหมือนกัน" จุนซูตอบก่อนจะเขย่งตัวกอดรอบคอแกร่งให้ถนัด ดวงตาเรียวชื้นน้ำตาต้องปล่อยให้หยาดน้ำใสไหลอีกครั้ง
"ฮึก...ผมคิดถึงคุณ ผมถึงกลับมา ผมสับสนมาก...ผมรักคุณพ่อคุณแม่แต่ผมก็อยากอยู่กับคุณ..."
"อย่าร้องไห้สิ แล้ว...เอ่อ...หนีกลับมาแบบนี้ พ่อแม่ไม่ว่าหรอ"
"คุณยูชอนอ้ะ!" ป้าบ! ตีอกแกร่งแรงไปอีกด้วยความหมั่นไส้ คนเขากำลังทุกข์ใจแล้วยังจะมาพูดเล่นอีก
" คืนแรกท่านเห็นผมร้องไห้ ท่านเลยเข้ามาคุย ผมบอกว่าผมไม่อยากเรียนที่นี่...เพราะผมรักคุณ..." ประโยคสุดท้ายเบามากจนยูชอนฟังไม่รู้เรื่อง ร่างสูงขมวดคิ้ว
"อะไรนะตัวเล็ก" ยูชอนถาม เขาก้มหน้ามองกายบางในอ้อมแขน
"ผมรักคุณ ผมกลัวว่าคุณจะนอกใจ เพราะรอผมเรียนจบไม่ไหว" จุนซูก้มหน้างุดแอบอิงแผ่นอกกว้าง
" ตัวเล็ก...คิดไปได้นะ" ยูชอนหัวเราะเบาๆก่อนจะอุ้มกายบางลอยหวือจนเสียงเล็กร้องตกใจ นายตำรวจกอดเด็กหนุ่มด้วยความโหยหา จุนซูเองก็กอดยูชอนไว้ด้วยความรู้สึกเดียวกัน
"นี่มันหน้าห้องนะฮะ" ร่างเล็กกระซิบ บอกไปทั้งที่ใจเขาเองก็ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
"อืม" ยูชอนตอบ เขาเงยหน้าประทับริมฝีปากลงบนแก้มนิ่มช้าๆ
"ฉันรักนายจังตัวเล็ก เรียนที่นี่แหละ อย่าไปไกลเลยนะ" ยูชอนบอกความในใจ แม้จะไม่โน้มน้าวมากพอแต่เขาก็ได้พูดออกไปแล้ว
" ผมต้องเรียนฮะ คุณไปส่งผมด้วยนะ" จุนซูกอดกายแกร่ง สูดดมกลิ่นกายเอกลักษณ์ของนายตำรวจ อุ่นใจเหลือเกินที่ได้กอดเจ้าชายอีกครั้ง ปลอดภัยจริงๆที่อยู่ในอ้อมกอดของเจ้าชาย
ฉึก
ไม่อยากได้ยิน คำนี้เลยให้ตายสิ ทำไมคนเราเกิดมาต้องเรียนด้วยฟระ ยูชอนบ่นในใจแต่ก็พยักหน้าตอบ เข้าใจดีว่าจุนซูให้ความสำคัญกับการเรียนมากขนาดไหน นี้อุส่าห์กลับมาบอกรัก จะรั้งไปก็คงไม่ดีต่อเด็กหนุ่ม
"อื้อ จะกลับไปวันไหนล่ะ จะไปส่ง" ยูชอนถามเสียงแผ่ว เขาค่อยๆวางกายบางลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล
"พรุ่งนี้ฮะ"
ฉึก
...อะไรนะ!?...
"แล้วมารับผมตอนบ่ายสามด้วยนะ" จุนซูอมยิ้ม เห็นใบหน้าคมซึมไปถนัดตาแล้วอดขำไม่ได้
"อืม...ห๊ะ บ่ายสาม?"
"อื้อ ผมโอนมาเรียนที่มหาวิทยาลัยโซลแล้วล่ะฮะ"
ดวงตา คมเบิกกว้าง หัวใจเหี่ยวเฉากลับมาพองโตเต็มที่อีกครั้ง นี่มันเป็นเรื่องวิเศษที่สุดในชีวิตของเขา คิม จุนซูจะเรียนต่อที่นี่ นั่นหมายความว่า จุนซูจะมาอยู่กับเขาตลอดไป!
"ผมขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่แล้ว...คงต้องรบกวนคุณจนกว่าผมจะเรียนจบ ยังไงก็ผากตัวด้วยนะฮะ"
"ตลอดชีวิตเลยก็ได้" จุนซูยิ้มกว้างกอดเจ้าชายไว้สุดกำลัง
"คุณยูชอน ผมรักคุณ ผมรักคุณที่สุดเลย"
"ฉันก็รักนายนะตัวเล็ก อยู่ด้วยกันนะ ฉันสัญญาว่าจะดูแลนายให้ดีที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้"
คิม จุนซูยิ้มทั้งน้ำตา เฝ้าฝันถึงวันนี้ตลอดสิบปี ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นจริง ช่างดีเหลือเกินที่ได้รักคนที่เฝ้ารอ ช่างอบอุ่นเหลือเกินที่เจ้าชายกอดเขาในยามนี้ ไม่ว่าอะไรดลบันดาล ไม่ว่าสิ่งใดอวยพรให้กับชีวิตของเขา ขอบคุณ ขอบคุณและขอบคุณ ขอบคุณที่สวรรค์ส่งปาร์ค ยูชอนให้คิม จุนซูได้รัก
...รักคุณนะยูชอน...

Illust by NaeJ
Happy Ending
Coming Soon

Illust by NaeJ
Author:Koekun
Couple: Yoosu
Rate : PG-13
Talk : โย่ว~ จุดพลุปุงๆๆๆ ขอบคุณทุกๆคนที่ติดตามเรื่องนี้ ให้กำลังใจและเป็นกำลังใจให้เสมอมา ขอบคุณมากๆ ทุกๆคนเลย
ขอบคุณที่อ่านจ้า ^O^
--------------------------------------------------------------------------------------------------
Part 18 Together Forever
"ม๊า เห็นน้องน้ำส้มป่ะ" เสียงห้าวดังขึ้นจากด้านหลังของร่างมารดา จียอนขมวดคิ้ว
"ใครนะลูก" เธอถามลูกชาย
"น้องน้ำส้มไง น้องผู้หญิงน่ารักๆที่ถือน้ำส้มอ่ะ ลูกเพื่อนม๊าที่เพิ่งเจอเมื่อกี้เนี้ย"
"อะไรของลูก แม่ไม่เคยแนะนำเด็กที่ชื่อน้ำส้มนะ" จียอนดุลูกชาย ร่างสูงหลบฝ่ามือพิฆาตของมารดาได้ทัน
"ทำไมหรอลูก" จียอนถาม
" น้องเขาน่ารักดี จะพาไปกินเค้กซะหน่อย" ลูกชายยิ้มพลางกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ จำได้ลางๆว่ายืนแถวๆซุ้มน้ำดื่ม จะเข้าไปขอโทษที่โวยวายตรงทางเดินเสียหน่อยแต่คนน่ารักกลับหายไปซะแล้ว
...ว้า~ อดป้อนขนมเด็กเลย...
"ม๊าๆ น้องน้ำส้มไม่มาหรอ" เสียงเด็กหนุ่มเอ่ยถาม
" นี่ยูชอน เรียกน้องน้ำส้มแล้วแม่จะรู้ไหมว่าคนไหน" มารดานิ่วหน้าลงด้วยความรำคาน ตั้งแต่มางานวันเกิดของจุนจิน ลูกชายตัวดีก็เอาแต่ถามถึง 'น้องน้ำส้ม' ไม่หยุดปาก
"โธ่ม๊า~ ผมแค่อยากตอบแทนเรื่องของขวัญวันเกิด จะบอกน้องเขาว่าโลมาน่ารักดี" ยูชอนเอ่ย สายตาคมกวาดตามองไปรอบๆ เห็นเด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งกำลังเดินหลังไวๆในกลุ่มคน เด็กหนุ่มยิ้มก่อนจะแว่บเข้ากลุ่มคนทันที
"อ้อ ลูกคงจะหมายถึงหนูจุน..." จียอนจำได้ว่ามีเพียงคุณหนูคิม จุนซูเท่านั้นที่ให้ตุ๊กตาเป็นของขวัญของยูชอน แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยจบ ลูกชายก็หายไปเสียแล้ว
"อ้าว...เอ๊ะ เจ้าลูกคนนี่นี้ หายไปไหนอีกแล้ว"
"อ่าว ไปไหนวะ" ยูชอนเกาหัว จำได้ว่าเห็นเด็กเดินแถวๆนี้นี่ หายไปไหนซะแล้ว
เด็ก หนุ่มปาร์ค ยูชอนเดินไปตามทางระเบียงด้วยความหน่าย เกลียดแสนเกลียดเจ้าของงานวันเกิดซะจริงๆ ทำไมแม่บังเกิดกล้าต้องพามาด้วย ไอ้โจ จุนจินนั่นก็น่าหมั่นไส้ ฉากหน้าทำเป็นคุณชายมาดดี ลับหลังก็มาเฟียที่โรงเรียนล่ะวะ!
"เด็ก?" ยูชอนเดินมาถึงทางระเบียงที่อยู่ด้านหลัง เห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆยืนมองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังหลงทางและที่สำคัญ... น้องเขากำลังร้องไห้!?...
“น้อง...ร้องไห้ทำไมอ่ะ?” เด็กหนุ่มรีบพุ่งเข้าไปหาก่อนจะยองนั่งพลางลูบผมนิ่วไปมาเบาๆหวังจะปลอบเด็กน้อยคนนี้ได้ไม่มากก็น้อย
“หลงทางหรอครับ? พ่อแม่อยู่ไหนล่ะ? พี่พาไปส่งนะ”
...ใครหนอใครทิ้งเด็กน่ารักแบบนี้ไว้ลงคอกันนะ...
...พี่ยูชอนจะพาไปส่งเอง~...
เด็ก หนุ่มอุ้นร่างเด็กน้อยขึ้นมาอย่างอ่อนโยน รู้ดีว่าเด็กหลงทางต้องขวัญเสียจึงหาบทสนทนาให้คลายความกังวล ดูเหมือนว่าเด็กชายตัวเล็กในอ้อมแขนของเขาจะช่างพูดช่างคุยเสียไม่เบา น่ารักน่าชังจนยูชอนชักจะถูกใจ
...น้องคนนี้ก็น่ารักดีแฮะ เสียดายที่เป็นเด็กผู้ชาย...
...แต่เขาหน้าตาคล้ายๆน้องน้ำส้มเลย...
...เป็นญาติกันรึเปล่าเนี่ย...
“สวัสดีครับคุณน้าจียอน” ร่างเล็กในอ้อมกอดโค้งเคารพมารดา ยูชอนถึงกับอึ้ง
“อ่าว...ม๊ารู้จักน้องเขาด้วยหรอ!?” ยูชอนเอ่ยอย่างตกใจ มารดาได้ยินเข้าก็ถึงกับตีบ่าแกร่งแรงๆ
“หนูจุนซูไงลูก! ครั้งที่แล้วก็เจอกัน จำไม่ได้หรอ” คำตอบที่ได้รับคือใบหน้าคมส่ายไปมาเร็วๆ
“ยู ชอนนนนน~ มัวแต่กกอยู่แต่กับแฟน ในหัวมีแต่แฟน อะไรๆก็แฟนจนลืมเรื่องอื่นรึไง” จียอนดึงใบหูลูกชายแรงๆจนเด็กหนุ่มร้องโอดโอยด้วยความเจ็บ
“โอ้ยม๊า~ ผมเจ็บ”
...จุนอะไรนะ...ม๊าพูดซะเร็ว ใครจะฟังทัน!?...
“ไป ส่งหนูจุนซูซะ...ชองโฮกับกวานโบอยู่ในงาน ไปทักทายเพื่อนแม่ด้วยล่ะ อ้อ! ให้ของขวัญคุณชายจุนจินด้วยนะรู้ไหม” จียอนสั่งยาวก่อนจะรีบเดินไปเข้าห้องน้ำ เด็กหนุ่มส่งเสียงครางต่ำอย่างรำคาญเบาๆ
“บ่นอีกแระ...ชิๆ” เด็กหนุ่มกลอกตาไปมาก่อนจะหันมายิ้มให้ร่างเล็กในอ้อมแขนตนเอง
“พ่อแม่น้องอยู่ไหนอ่ะ พี่จะอุ้มไปส่ง” ยูชอนเอ่ยช้าๆ
...เอ่อ...แล้วน้องชื่ออะไรนะ?...
“ไม่เป็นไรหรอกฮะ ผมเห็นคุณพ่อคุณแม่แล้ว ผมไปเองได้ฮะ”
“เอางั้นหรอ?” ยูชอนหยุดบนพื้นหญ้าภายในสวนใกล้ๆกับงานเลี้ยง บริเวณนั้นเงียบไร้ผู้คน แต่ก็มีแสงสว่างอยู่บ้างเล็กน้อย
“งั้น... เดินดีๆนะ อย่าหลงทางอีก โชคดีที่พี่ไปเจอน้องพอดี ไม่งั้นโดนอุ้มจับไปขายแน่ๆเลย” เด็กหนุ่มยองนั่งอีกครั้ง ก่อนจะลูบผมนิ่มไปมาเบาๆ
...ใช่ น่ารักแบบนี้ มันน่า 'ลัก' ไปขาย ดีนะ เรามาเจอซะก่อน...
“อย่า ร้องไห้อีกนะ...ไม่เหมาะกับน้องเลย ยิ้มให้พี่หน่อยสิครับ” ประโยคแสนอ่อนโยนทำเอาเด็กน้อยยิ้มกว้างอย่างง่ายดาย ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อน้อยๆเป็นวงกว้างจนไปถึงขอบใบหูเล็ก
“ยิ้มแบบนั้นแหละ น่ารักมากๆเลยนะ...เอาล่ะ...จุ๊บบอกลา” ใบหน้าคมโน้มลงมาทาบริมฝีปากอิ่มยังกลีบปากสีเชอรี่ช้าๆ
“พี่ไปน้า~” ยูชอนลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินหายเข้าไปในงาน ทิ้งให้เด็กน้อยยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นอยู่นานสองนาน
" เอ๋? แล้วน้องน้ำส้มไปไหนน้า~ สงสัยจะไม่มา" เด็กหนุ่มยังคงตามหาไม่เลิก จนสุดท้ายต้องล้มเลิกความคิดแล้วปลีกตัวออกมาแอบดื่มอยู่มุมที่งานเลี้ยง
" อืม..." เสียงทุ้มครางในลำคอ ความฝันเมื่อครู่ทำเอาร่างสูงเบลอจนไม่อยากลุกจากเตียง ภาพในวัยเยาว์หวนกลับมาอีกครั้ง นานแสนนานแล้วที่ไม่เคยแม้จะฉุดนึกถึง เหตุใดจึงมารำลึกได้เอาป่านนี้กัน
...หึ น้องน้ำส้มงั้นหรอ...คิดได้นะเรา...
" ตัวเล็ก..." พอจะจดจำเค้าโครงหน้าตาได้บางส่วน เด็กน้อยหลงทางในตอนนั้นคือคิม จุนซูในปัจจุบันแน่นอนร้อยเปอร์เซ็น ไวเท่าความคิด มือหนาเอื้อมไปด้านข้าง พบเพียงตุ๊กตาสัตว์น้ำเท่านั้น พื้นที่ข้างกายไร้ร่างบอบบางแสนรัก
...จุนซูไปไหน?...
นาย ตำรวจลุกขึ้นเดินไปยังห้องครัว คุณหนูคนขยันของเขาคงลุกมาทำอาหารเช้าเหมือนประจำทุกวัน ทันทีที่ชายหนุ่มเข้าสู่พื้นที่ครัว สายตาคมพบแต่ความว่างเปล่าเช่นเดิม มีเพียงห่อแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นโตตั้งไว้บนโต๊ะอาหารสองชิ้นเท่านั้นพร้อมกับ โน้ตแผ่นเล็กที่หนีบไว้ข้างกัน
'ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ขอบคุณสำหรับความทรงจำแสนมีค่า
จุนซู
ตัวเล็กของคุณ >//<'
"เฮ้ย! ลืมไปเลย"
...โธ่ ไอ้งี่เง่ายูชอน!!!...
"ตื่นตอนไหนฟ่ะ ทำไมเราไม่รู้เรื่องเลย ให้ตายสิ" ยูชอนหัวเสียก่อนจะรีบวิ่งไปคว้าโทรศัพท์โทร.หาผู้ที่รู้ดีที่สุกในขณะนี้
"ม๊า! เครื่องบินออกกี่โมง"
/มันก็ออกตลอดทั้งวันแหละลูก/
"ไม่ใช่ ผมหมายถึงตัวเล็กออกไปกี่โมง"
/อะไรนะลูก/
"จุนซูอ่ะ ออกไปตั้งแต่กี่โมงอ่ะม๊า"
/ตั้งแต่ เช้าแล้วนี่!? อ้าว ลูกไม่ได้ไปส่งหนูจุนซูหรอกหรอ แม่นึกว่าชายปาร์คไปส่งที่สนามบินซะอีก...ชายปาร์ค นี่ลูกตื่นสายใช่ไหม!!!/
"เปล่าม๊า...แค่ตื่นมาไม่เจอน้องเขาแล้ว"
/ชาย ปาร์ค~!!! ทำไมลูกเป็นคนแบบนี้นะ ทำไมไม่ไปเป็นเพื่อนหนูจุนซู ถึงจะมีคนมารับก็เถอะ ลูกก็น่าจะไปเป็นเพื่อนและส่งหน้าเกต โอ้ย~ แม่ล่ะอายจริงๆเลย/
ปาร์ค ยูชอนรู้สึกละอายไม่ต่างกัน ไม่สิ...ความรู้สึกในตอนนี้มันปนเปกันไปหมด เสียใจ โศกเศร้า ว้าเหว่ จิตใจสั่นไหวไม่เหลือความเข้มแข็ง อีกแล้วกับความรู้สึกปวดร้าวเดิมๆ คนที่รักต้องจากไปโดยไม่มีโอกาสได้เอ่ยร่ำลา เพราะอะไรกัน ชีวิตของปาร์ค ยูชอนต้องจบลงด้วยน้ำตาทุกครั้ง
"ผมวางนะแม่ เดี๋ยวต้องไปทำงาน" ยูชอนเอ่ยคำลากับมารดาก่อนจะวางสายโทรศัพท์ จากนั้นจึงกดเบอร์โทร.ออกอีกครั้งเพื่อลางาน
นาย ตำรวจเดินเหมือนคนหมดแรงกลับไปที่โต๊ะอาหาร แฮมเบอร์เกอร์แสนอร่อยอยู่ตรงหน้าควรจะทำให้เขามีความสุขสิ แต่ในตอนนี้กลับไม่มีกระจิตกระใจเขมือบเนื้อชั้นดีชิ้นโตเลยสักนิด...ใน เมื่อพ่อครัวแสนน่ารักไม่ได้นั่งอยู่ตรงข้ามเหมือนทุกวัน...
ยูชอน แกะห่อเบอร์เกอร์ด้วยมือสั่นเทา เขาห้ามอาการสั่นระริกไม่ได้ เว้นแต่หยาดน้ำที่กำลังจะไหลรินได้ทุกเมื่อที่เขาพยายามกลั้นไว้สุดกำลัง บอกตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่ามันไม่ใช่เรื่องเศร้า ไม่ใช่เรื่องน่าหลั่งน้ำตา ควรจะยินดีกับเด็กหนุ่มที่กำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต
...ถึงจะบอกตัวเองแบบนั้น...
...แต่การที่ไม่มีคิม จุนซูอยู่เคียงข้าง...
...มันช่างน่าเศร้าเสียเหลือเกิน...
หลัง จากทานมื้อเช้า ยูชอนก็อาบน้ำ นั่งดูทีวี เปิดเพลงฟังระหว่างกวาดบ้านและเก็บข้าวของที่ระเกะระกะให้เข้าที่เข้าทางของ มัน เรียกได้ว่า พยายามหาอะไรทำเข้าไว้จะได้ไม่ต้องนั่งอยู่เฉยๆ ริมฝีปากอิ่มกระตุกเหยียดยิ้มให้ตนเองเมื่อเงยหน้าเห็นแผ่นกระดาษบนไวท์ บอร์ด เต็มไปด้วยลายมือเรียบร้อย เขียนเตือนและข้อห้ามมากมาย ยูชอนไม่เคยสนใจอ่าน จนกระทั่งวินาทีนี้ที่เขาอ่านมันอย่างจริงๆจังๆ
" ฉันนี่มันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ" พึมพำกับตัวเอง อ่านแล้วก็นึกขำ เขาเหมือนเด็กเล็กๆที่ต้องมีคนดูแล นิ้วเรียวเลื่อนไปตามตัวอักษรบนแผ่นกระดาษช้าๆ 'ดื่มเหล้าโกรธ! อดเนื้อ อุดมผัก' เกิดรอยยิ้มก่อนจะค่อยๆเม้มแน่น ร่างสูงก้มหน้าลงพิงศรีษะยังแผ่นกระดานก่อนที่หยดน้ำตาจะไหลลงมาช้าๅ เรี่ยวแรงแทบไม่เหลือจนต้องนั่งพิงผนังห้องร่ำไห้อยู่คนเดียว
มีแต่ คำถามว่าทำไม ทำไมและทำไมในหัว ทำไมทุกคนต้องจากไป ทำไมถึงไม่รั้งไว้เมื่อมีโอกาส ทำไมถึงเพิ่งมาอ่านข้อความ ทำไมตอนที่อยู่ด้วยกันถึงไม่ทำอะไรดีๆให้เลย ทำไมถึงได้งี่เง่าขนาดนี้ ทำไมไม่นึกออกให้เร็วกว่านี้...ทำไมถึงอ่อนแอขนาดนี้...
นานแล้วที่ ไม่ได้คิดวนไปเวียนมาเช่นนี้ จิตใจแข็งกระด้างดุจเม็ดทรายค่อยๆถูกกระแสน้ำแห่งความคิดถึงกัดเซาะจนแทบไม่ เหลือความเป็นตัวของตัวเอง สองมือหนาปาดน้ำตาที่พรั่งพรูออก สูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อลบล้างวังวนความคิด ช่วยได้ไม่มากนักแต่ก็ได้ผลพอที่จะลุกขึ้นไปทำงานบ้านอย่างอื่นต่อ
.
.
.
.
"จุนซู ทานข้าวจ๊ะ"
"ครับแม่"
เด็ก หนุ่มในชุดเสื้อไหมพรมแสนยาวสีชมพูดอ่อนขานตอบรับ เขาเพิ่งลงจากเครื่องบินได้ไม่นานและตอนนี้กำลังจัดจัดผ้าใส่ตู้ ข้าวของมากมายเต็มเตียงและกระจายบนพื้น คิม จุนซูลุกจากเตียงอย่างระวังก่อนจะออกจากห้องนอนไปยังห้องทานอาหาร
" คุณพ่อ~" คุณหนูร่างเล็กวิ่งเข้าไปกอดบิดาด้วยความคิดถึง สองพ่อลูกกอดกันแน่นสร้างความสุขให้กับบุพการี ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว การที่ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้ก็มีความสุขที่สุดของตระกูลคิม
"เหนื่อยไหมลูก" ชองโฮเอ่ยถามระหว่างทานอาหารเย็น จุนซูเล่าเรื่องนู้นเรื่องนี้ไปตามประสาเด็กช่างคุย
เสียง หัวเราะและรอยยิ้มอย่างเคยในครอบครัวทำให้จุนซูลืมเรื่องกังวลใจไปได้มาก หลังจากพูดคุยกันสักพักจึงแยกตัวกลับเข้าห้องนอนเพื่อเก็บของต่อ จุนซูนั่งลงยังขอบเตียง รื้อเครื่องเขียน หนังสือและของใช้ออกมา การเก็บของให้เข้าที่ เรียงชั้นหนังสือและจัดแต่งห้องดูจะเป็นเรื่องถนัดและใช้เวลาไม่นานนัก เพราะเขาถูกฝึกมาอย่างดีจากห้องคอนโดของผู้ปกครองชั่วคราวที่อาศัยด้วยกัน ตลอดหลายเดือน
ทันทีที่นึกถึงใบหน้าคมเข้ม แผ่นอกบางก็เจ็บแปลบ มือเรียวกุมอกไว้ก่อนจะนั่งลงบนเตียง ร้องไห้ไม่ได้...เขาจะร้องไห้ไม่ได้เด็ดขาด ตัดสินใจแล้วว่าจะเข้มแข็ง เป็นคนเก่งของนายตำรวจดั่งที่เคยสัญญาไว้
ร่าง บอบบางนั่งข้างเตียง ถอดมองเจ้าชายด้วยสีหน้าเศร้าหมอง วันเวลาผ่านไปเร็วจนน่าใจหาย ความสุขไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าคงจะเป็นความอบอุ่นสุดท้ายที่จุนซูจะได้อยู่ใน อ้อมแขนของยูชอน อีกไม่นานเขาต้องเดินทางแล้ว
"ผมทำเบอร์เกอร์ทิ้งไว้นะ" พึมพำเบาๆกับตัวเองพร้อมกับลูบท่อนแขนแข็งแรงไปพลาง
"ลาก่อนฮะคุณยูชอน" จุนซูกระซิบก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มขาว เจ้าตัวคนขี้เซาส่งเสียงครางเบาๆเชิงพอใจ จุนซูอมยิ้ม
"ผมจะเข้มแข็ง ผมสัญญา" มือเรียวลูบผมสีดำสนิทเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะลากกระเป๋าจากไป
" ถึงจะบอกแบบนั้น...แต่เราก็ไม่ได้เข้มแข็งขึ้นเลย" เสียงเล็กสั่นเครือ หยดน้ำตาไหลออกมาในที่สุด จุนซูนอนร้องไห้เงียบๆบนเตียง กอดตัวเองเอาไว้เผื่อว่าร่างกายจะหยุดสั่นเสียที
ผ่านไปสักพัก อาการสั่นเทาก็หยุดลงเช่นเดียวหยาดน้ำใสค่อยๆแห้งไป จุนซูลุกขึ้นมาเก็บของต่อ ดวงตากลมเรียวสะดุดเข้ากับสมุดสีชมพูคุ้นตา นึกแปลกใจว่าทำไมถึงมาอยู่ในกระเป๋าใบนี้ได้ เขาควรจะเก็บมันไว้ด้านในสุดของลิ้นชักโต๊ะเรียนของเขานี่
"มาอยู่ใน นี้ได้ยังไง" มั่นใจว่าเก็บดีแล้วเพราะตั้งใจจะทิ้งไว้ที่คอนโดของยูชอน มันคงไม่มีความจำเป็นที่จะบันทึกความรู้สึกใดๆต่อไปอีก ในเมื่อเขาไม่มีโอกาสที่จะได้พบใบหน้าของเจ้าชาย
จุนซูเปิดอ่าน เห็นพัฒนาการการเขียนของตัวเองก็นึกขำ ขำตัวเองที่เขียนอะไรได้มากมาย ราวกับเขียนคำตอบในข้อสอบ อาจเป็นเพราะไดอารี่คือวิธีระบายความรู้สึกของเขา เป็นทางออกทางเดียวที่จะบรรเทาจิตใจสับสนใจสงบลงได้ แต่เมื่อได้อยู่กับปาร์ค ยูชอน จำนวนหน้าที่เขียนก็ลดลง วันที่เขียนก็เริ่มห่างกันมากขึ้น
...เพราะมีคุณยูชอนอยู่ข้างๆ ทำให้ไม่ต้องระบายกับการเขียน...
...เพราะมีคุณยูชอนคอยรับฟังและให้คำปรึกษาที่ดีเสมอ...
" ตลกแฮะ คนอย่างคุณจะแนะนำอะไรดีๆได้ ถึงจะกวนประสาทไปสักหน่อยก็เถอะ" บ่นเล็กน้อยตามนิสัย แต่มันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ยูชอนผ่านร้อนผ่านหนาวมามากทำให้เข้าใจชีวิตได้เยอะ จนกระทั่งเปิดไปหน้าสุดท้ายที่เขียนไว้
พรุ่งนี้จะต้องไปแล้ว...ผมอยากบอกรักคุณจัง
" เอ๊ะ?" จุนซูสังเกตุเห็นว่ามีตัวอักษรกลับด้านลางๆอยู่ด้านหลัง นิ้วเรียวรีบผลิกไปด้านใหม่ทันที ดวงตาเรียวเบิกกว้างเมื่อเห็นลายมือหวัดเป็นเอกลักษณ์
รีบๆเรียนแล้วกลับมาบอกสิ จะรอฟังนะ
หยด น้ำตาทีี่เคยแห้งกลับมาชื้นดวงตาอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเจ้าชายมาแอบอ่านตั้งแต่เมื่อไหร่ ยูชอนคงแอบเขียนและเอามาใส่กระเป๋าเขาไว้แน่นอน
"บ้าที่สุด...คุณทำ แบบนี้ทำไม...คนใจร้าย" ทนไม่ไหวแล้ว คุณหนูตัวน้อยปล่อยโฮเต็มที่อีกครั้ง เขาไม่พร้อมที่จะเลิกคิดถึงเจ้าชาย เพราะ ตั้งแต่เล็กจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าวินาทีใดคิม จุนซูมีแต่ปาร์ค ยูชอนในหัวใจเสมอมาและจะคงเป็นเช่นนั้นตลอดไป
เสียงสะอึกสะอื้นดังลอดออกไปด้านนอก ร่างบอบบาง ไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนกำลังแอบมองเขาร้องไห้แทบขาดใจอยู่บนเตียง
.
.
.
.
ปาร์ค ยูชอนเปิดประตูห้องด้วยความเหนื่อยล้า สองวันที่ผ่านมาแทบไม่ได้กลับมานอนเต็มอิ่มเพราะต้องเดินสายสืบคดีใหม่ที่ ได้รับมอบหมาย โดยคดีนี้พัวพันกับกลุ่มมาเฟียที่ตามจับอยู่นาน จึงส่งสายสืบรวมทั้งตัวเขาเองเข้าไปในพื้นที่และแฝงเข้าไปกับกลุ่ม ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพันตำรวจเอก แต่การกลับมาใช้ชีวิตเพียงลำพังอีกครั้งต่างหากที่เป็นเรื่องหนักหนาสาหัส สำหรับยูชอน
"โว้ย ห้องรกอีกแล้ว" เอ่ยบ่นเสียงดังเมื่อเห็นถ้วยมาม่า ขวดน้ำ เสื้อนอกและหนังสือกองเต็มโซฟา ตั้งใจไว้ว่าจะพยายามเก็บของให้เรียบร้อยหากมีเวลามากพอ แน่นอนล่ะว่าในตอนนี้ไม่มีคนตามเก็บของที่เขาโยนทิ้งไว้ตามที่ต่างๆดังเคย
ร่าง สูงทิ้งขยะ โยนเสื้อใส่ตระกร้าและเก็บหนังสือวางบนชั้นให้เรียบร้อยก่อนจะทิ้งกายลงบน โซฟาอย่างอ่อนแรง แม้จะทำงานตัวเป็นเกลียวจนแทบไม่มีเวลาคิดเรื่องในอดีต แต่เมื่อที่ได้พักกาย จิตใจของเขาก็โหยหาที่พักใจ อยากให้เด็กหนุ่มน่ารักและอ่อนโยนคนนั้นอยู่กับเขา ณ ที่ตรงนี้
" เฮ้อ…บ้าชะมัด" ยูชอนเอามือก่ายหน้าผาก สายตามองเพดานว่างเปล่ายิ่งทำให้คิดถึงเรื่องต่างๆนานามากมาย ป่านนี้เจ้าตัวเล็กจะเป็นอย่างไรบ้าง จะมีเพื่อนไหม กินอยู่ยังไง นอนหลับรึเปล่า...จุนซูจะกลับมาหาไหม...
นายตำรวจหัวเราะในลำคอให้ กับอ่อนแอของตัวเอง มันเคยเกิดขึ้นมาหลายครั้ง ซึ่งตัวเองก็น่าจะชินกับความรู้สึกแบบนี้ หรืออาจเป็นเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้จากไปไหน เพียงแค่อยู่อีกซีกโลกหนึ่งเท่านั้น อาจจะได้เจอกันสักวันแต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีวันนั้นไหม...การที่รู้ว่ายังมีอีก ครึ่งชีวิตอยู่บนโลก แต่ไม่อาจไขว่คว้ามาไว้ข้างกาย มันเจ็บปวดยิ่งกว่าที่เขาตายจากไปเสียอีก...
"รู้งี้บอกว่าจำได้ซะตั้งแต่แรกก็ดี" ยูชอนพึมพำก่อนจะพลิกตัวเปิดโทรทัศน์
ใช่… เขาจำคิม จุนซูได้สักพักแล้ว ใบหน้ากลม ดวงตาเรียวและริมฝีปากบางสีชมพูไม่ต่างไปจากตอนเด็กเลยสักนิด เพียงแค่ตอนนี้โตขึ้นมาก รูปร่างก็เพรียวงาม อีกทั้งโครงหน้าก็เรียวได้รูป
" ตัวเล็ก มีอะไรกินไหมอ่ะ หิว" นายตำรวจเอ่ยหลังจากดูรายกรโปรดจบ แม้จะเป็นเวลาเกือบห้าทุ่ม แต่ท้องไส้เริ่มโครกครากประท้วงอยากมีอะไรลงไปย่อยเล่นเสียแล้ว ยูชอนเดินไปที่ห้องนอน พบเด็กหนุ่มนอนคว่ำหน้าหลับคาสมุดเล่มหนึ่ง
" หลับแล้วหรอ...เหนื่อยล่ะสิ" ยูชอนอมยิ้ม แอบมองใบหน้าหวานหลับพริ้มด้วยความเพลิดเพลิน จนกระทั่งสายตาคมเหลือบเห็นสมุดที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว ยูชอนถือวิสาสะหยิบมันขึ้นมาอ่าน
เมื่อ ไหร่จะจำผมได้สักทีนะคนสมองปลาทอง!!!...แต่คุณอุส่าห์ไปรับผมที่โรงเรียนทุก วันทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน ผมไม่โกรธคุณก็ได้...เจ้าชาย ผมอยากให้คุณจำผมได้เร็วๆจัง
ยู ชอนเลิกคิ้ว เขาอ่านบันทึกส่วนตัวของจุนซู ถือเป็นการละลาบละล้วงและละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเป็นอย่างมาก แววตาคมเหลือบมองเจ้าของบันทึก เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวหลับปุ๋ยจึงเปิดอ่านตั้งแต่หน้าแรก
ปาร์ค ยูชอน ลูกชายของน้าจียอน เขาโตกว่า 7 ปี สูงกว่าผมเยอะ วันแรกที่รู้จักกัน คุณบอกว่าผมเตี้ย แถมยังดุผมอีก น่ากลัวมากๆเลย แต่งานวันเกิดของพี่จุนจิน คุณใจดีมาก คุณพาผมกลับที่งานตอนผมกำลังหลงทาง
คุณจูบผมด้วยล่ะ >///< ปากกับปากชนกันคือจูบ ผมจำได้ ผมเคยเห็นในหนัง
ผมเอาแต่คิดถึงคุณตลอดเลย ผมเป็นบ้ารึเปล่า
คุณยูชอน คุณเหมือนเจ้าชายเลยเวลาใส่ชุดออกงาน คุณรู้ตัวรึเปล่าว่าพี่ดูดีมากเวลาอยู่ในชุดสูท ผมดีใจจังที่เจอคุณอีก
ง่า~~ งานของคุณชานอินคุณก็ไม่มา...งานนี้ใหญ่มากเลยนะ น่าเสียดาย ผมใส่หูกระต่ายสีชมพูด้วย มันเป็นสีที่ผมชอบมากที่สุดเลยรู้ไหม
The lost Princeผมเจอคุณแล้ว!!! คุณมางานพ่อของผม แม้ว่าคุณจะดูบึ้งๆตึงๆ แต่คุณก็ดูดีในชุดสูทขาว(เท่มากๆเลยล่ะ >///<) ...แต่น่าเสียดาย ผมไม่กล้าเข้าไปทัก...เผลอแว่บเดียว คุณหายไปอีกแล้ว!!!
จะได้เจอคุณอีกไหม เจ้าชายของผม...
" ฉันไม่ใช่เจ้าชายของนายหรอกนะตัวเล็ก..." ยูชอนวางบันทึกไว้ที่เดิม สิ่งที่เคลือบแคลงใจมาตลอดถูกไขความข้องใจให้กระจ่าง คิม จุนซูคือเด็กน้อยถือน้ำส้มที่ตามหาอยู่นั้นเอง...เข้าใจผิดมาตลอดว่าเป็น เด็กผู้หญิง แต่ความจริงเป็นเด็กผู้ชายหรอกหรือนี่
"ก็ว่าทำไมชอบทำ หน้าเศร้า แถมยังชอบกัดเรื่องขี้ลืมอีก" มือหนาลูบเรือนผมนุ่มช้าๆก่อนจะโน้มตัวลงประทับริมฝีปากลงบนแก้มนิ่มเบาๆ อย่างแผ่วเบา
"ฉันเองก็อยากตอบแทนความรู้สึกของนายนะตัวเล็ก...แต่ ฉันรักใครไม่ได้...ฉันกลัวการสูญเสีย...ขอโทษนะ" ยูชอนพูดกับตัวเองก่อนจะลุกไปอาบน้ำ
"อืม…กี่โมงแล้ววะ" ปาร์ค ยูชอนงัวเงียลุกนั่งลนโซฟา โทรทัศน์เปิดทิ้งไว้บ่งบอกว่าเขาคงเผลอหลับไป ตัวเลขบอกเวลาตีสองกว่า
พัน ตำรวจเดินโซเซไปอาบน้ำก่อนจะกลับมานอนพักผ่อนบนเตียง พรุ่งนี้เป็นวันหยุดทำให้เขาไม่ต้องตื่นเช้ามากนัก กะจะนอนยาวไปถึงเที่ยงของวันรุ่งขึ้นเสียด้วยซ้ำ วันเวลาจะได้ผ่านไปเร็วๆ
...ปาร์ค ยูชอนได้เรียนรู้แล้วว่า การรักคนที่ทำให้เราอ่อนแอได้นั้น ...
...เท่ากับว่าคนๆนั้นมีความสำคัญกับเรา...
...ยิ่งกว่าลมหายใจ...
.
.
.
.
รุ่ง เช้าวันที่เท่าไรไม่อาจทราบได้ของพันตำรวจเอกปาร์ค ยูชอนมาเยือนช้าๆ เวลาผ่านไปอีกวันอย่างไร้ความหมายทำให้เขารู้สึกว่าช่วงระยะเวลาของวัน หนึ่งๆนั้นช่างยาวนานเหลือเกิน เปลือกตาคมกระพริบปริบๆอย่างเกียจคร้าน ตามด้วยเสียงถอนหายใจเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนักสำหรับยามเช้าของวันทำงาน แม้ว่าคดีที่ทำอยู่จะตื่นเต้นและยุ่งวุ่นวายจนไม่มีเวลาคิดถึงเร่ืองอื่น แต่ยิ่งเจอเรื่องร้ายๆมากเท่าไร ยูชอนก็โหยหาที่พักพิงมากเท่านั้น
...อยากให้จุนซูอยู่ข้างๆจัง...
...เพราะกลิ่นหอมบริสุทธิ์ของเด็กคนนั้นชำระล้างจิตใจของเราได้ดีที่สุด...
กริ๊ง กริ๊ง
"หืม?" ยูชอนได้ยินเสียงกดกริ่ง นี่มันยังเช้าเกินไปที่จะมีใครมาหาเขา
...หูฝาดรึเปล่าววะ...
ปัง ปัง ปัง
เสียง เคาะประตูดังขึ้นปลุกให้นายตำรวจได้สติเต็มร้อย แต่เขาไม่มีกระจิตกระใจจะเดินออกไปต้อนรับสักเท่าไร จึงนอนแผ่กลางเตียงและไม่สนใจว่าใครจะมาหาเขา
กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!
ปัง! ปัง! ปัง!
" เหี้ยอะไรวะ" เสียงกริ่งและเคาะประตูดังพร้อมกันสร้างความรำคาญจนเจ้าของบ้านต้องยอมแพ้ ยันตัวขึ้นลุกไปเปิดประตู ยูชอนเกาหัวแครกๆเปิดประตูด้วยสีหน้าหงุดหงิด
"อะไรกันแต่เช้าวะ!!??" เสียงทุ้มตะคอกด้วยความหงุดหงิด นี่เขาไม่รู้เลยหรือว่าใครกันที่ยืนตรงหน้าเขา
"อรุณสวัสดิ์ฮะคุณยูชอน"
ยู ชอนชะงัก เขาเพิ่งเบิ่งตามองว่าใครคือต้นเหตุเสียงรบกวนตอนเช้า บ้าจริง! เขาลืมไปได้ยังไง จะมีใครอีกที่กล้าปลุกเขาตอนเช้าด้วยวิธีหนวกหูได้เท่านี้ จะมีใครอีกที่เคยทำแบบนี้มาก่อนในวันแรกที่ได้พบกัน...อีกครั้ง...
"ตัวเล็ก..."
ไม่ผิดแน่ เด็กหนุ่มหน้าหวานพร้อมกรอบแว่นดำเป็นเอกลักษณ์ ไหนจะมีกระเป๋าเดินทางสีชมพูหลายใบนั่นอีก
...จุนซูกลับมาแล้ว...
" คุณนี่เหมือนเดิมเลยนะฮะ เมื่อไหร่ะจะซื้อบ็อกเซอร์ตัวใหม่สักที ตัวนี้ขาดแล้วนะ...ตรงเป้าอ่ะ" เสียงเล็กแหลมคุ้นเคยดังฉอดๆ ซึ่งแทบไม่เข้าหูนายตำรวจเลยในตอนนี้ เด็กน้อยคิม จุนซูยืนตรงหน้าเขาแล้ว...
"อ้ะ!" กายบางถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอดแกร่ง
"เรียนจบแล้วหรอ เป็นยังไงบ้าง นายผอมลงนะตัวเล็ก" ยูชอนไม่รู้จะถามอะไร เขาเอ่ยเร็วๆเท่าที่นึกออก จุนซูยิ้มแฉ่ง
"จะบ้าหรอฮะ ผมเพิ่งไปได้สองวันเองนะ ยังไม่เข้ามหาวิทยาลัยเลยด้วยซ้ำ"
"ห๊ะ? อะไรนะ"
"ผมเพิ่งบินไปเช้าวันศุกร์เองนะฮะคุณยูชอน" จุนซูขำเบาๆ แต่สองมือเรียวกอดกายแกร่งแน่นขึ้น
"ตลกล่ะ ฉันรู้สึกว่าตัวเล็กหายไปเป็นปีๆเลย...คิดถึง..."
"ผมก็คิดถึงคุณเหมือนกัน" จุนซูตอบก่อนจะเขย่งตัวกอดรอบคอแกร่งให้ถนัด ดวงตาเรียวชื้นน้ำตาต้องปล่อยให้หยาดน้ำใสไหลอีกครั้ง
"ฮึก...ผมคิดถึงคุณ ผมถึงกลับมา ผมสับสนมาก...ผมรักคุณพ่อคุณแม่แต่ผมก็อยากอยู่กับคุณ..."
"อย่าร้องไห้สิ แล้ว...เอ่อ...หนีกลับมาแบบนี้ พ่อแม่ไม่ว่าหรอ"
"คุณยูชอนอ้ะ!" ป้าบ! ตีอกแกร่งแรงไปอีกด้วยความหมั่นไส้ คนเขากำลังทุกข์ใจแล้วยังจะมาพูดเล่นอีก
" คืนแรกท่านเห็นผมร้องไห้ ท่านเลยเข้ามาคุย ผมบอกว่าผมไม่อยากเรียนที่นี่...เพราะผมรักคุณ..." ประโยคสุดท้ายเบามากจนยูชอนฟังไม่รู้เรื่อง ร่างสูงขมวดคิ้ว
"อะไรนะตัวเล็ก" ยูชอนถาม เขาก้มหน้ามองกายบางในอ้อมแขน
"ผมรักคุณ ผมกลัวว่าคุณจะนอกใจ เพราะรอผมเรียนจบไม่ไหว" จุนซูก้มหน้างุดแอบอิงแผ่นอกกว้าง
" ตัวเล็ก...คิดไปได้นะ" ยูชอนหัวเราะเบาๆก่อนจะอุ้มกายบางลอยหวือจนเสียงเล็กร้องตกใจ นายตำรวจกอดเด็กหนุ่มด้วยความโหยหา จุนซูเองก็กอดยูชอนไว้ด้วยความรู้สึกเดียวกัน
"นี่มันหน้าห้องนะฮะ" ร่างเล็กกระซิบ บอกไปทั้งที่ใจเขาเองก็ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
"อืม" ยูชอนตอบ เขาเงยหน้าประทับริมฝีปากลงบนแก้มนิ่มช้าๆ
"ฉันรักนายจังตัวเล็ก เรียนที่นี่แหละ อย่าไปไกลเลยนะ" ยูชอนบอกความในใจ แม้จะไม่โน้มน้าวมากพอแต่เขาก็ได้พูดออกไปแล้ว
" ผมต้องเรียนฮะ คุณไปส่งผมด้วยนะ" จุนซูกอดกายแกร่ง สูดดมกลิ่นกายเอกลักษณ์ของนายตำรวจ อุ่นใจเหลือเกินที่ได้กอดเจ้าชายอีกครั้ง ปลอดภัยจริงๆที่อยู่ในอ้อมกอดของเจ้าชาย
ฉึก
ไม่อยากได้ยิน คำนี้เลยให้ตายสิ ทำไมคนเราเกิดมาต้องเรียนด้วยฟระ ยูชอนบ่นในใจแต่ก็พยักหน้าตอบ เข้าใจดีว่าจุนซูให้ความสำคัญกับการเรียนมากขนาดไหน นี้อุส่าห์กลับมาบอกรัก จะรั้งไปก็คงไม่ดีต่อเด็กหนุ่ม
"อื้อ จะกลับไปวันไหนล่ะ จะไปส่ง" ยูชอนถามเสียงแผ่ว เขาค่อยๆวางกายบางลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล
"พรุ่งนี้ฮะ"
ฉึก
...อะไรนะ!?...
"แล้วมารับผมตอนบ่ายสามด้วยนะ" จุนซูอมยิ้ม เห็นใบหน้าคมซึมไปถนัดตาแล้วอดขำไม่ได้
"อืม...ห๊ะ บ่ายสาม?"
"อื้อ ผมโอนมาเรียนที่มหาวิทยาลัยโซลแล้วล่ะฮะ"
ดวงตา คมเบิกกว้าง หัวใจเหี่ยวเฉากลับมาพองโตเต็มที่อีกครั้ง นี่มันเป็นเรื่องวิเศษที่สุดในชีวิตของเขา คิม จุนซูจะเรียนต่อที่นี่ นั่นหมายความว่า จุนซูจะมาอยู่กับเขาตลอดไป!
"ผมขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่แล้ว...คงต้องรบกวนคุณจนกว่าผมจะเรียนจบ ยังไงก็ผากตัวด้วยนะฮะ"
"ตลอดชีวิตเลยก็ได้" จุนซูยิ้มกว้างกอดเจ้าชายไว้สุดกำลัง
"คุณยูชอน ผมรักคุณ ผมรักคุณที่สุดเลย"
"ฉันก็รักนายนะตัวเล็ก อยู่ด้วยกันนะ ฉันสัญญาว่าจะดูแลนายให้ดีที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้"
คิม จุนซูยิ้มทั้งน้ำตา เฝ้าฝันถึงวันนี้ตลอดสิบปี ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นจริง ช่างดีเหลือเกินที่ได้รักคนที่เฝ้ารอ ช่างอบอุ่นเหลือเกินที่เจ้าชายกอดเขาในยามนี้ ไม่ว่าอะไรดลบันดาล ไม่ว่าสิ่งใดอวยพรให้กับชีวิตของเขา ขอบคุณ ขอบคุณและขอบคุณ ขอบคุณที่สวรรค์ส่งปาร์ค ยูชอนให้คิม จุนซูได้รัก
...รักคุณนะยูชอน...

Illust by NaeJ
Happy Ending
Coming Soon

Illust by NaeJ