[Fic] ซกมกแมน & เพอร์เฟคบอย part - 17
posted on 23 Oct 2009 00:30 by koekun in Fiction
Title: ซกมกแมน & เพอร์เฟคบอย
Author:Koekun
Couple: Yoosu
Rate : PG-13
Talk : ต้องขออภัยเลย เป็นความผิดของกิ๊กเองที่ตัดผิดตอน ความจริงมันต้องจบตอนหน้าจ้า
ขอบคุณนะคะที่เป็นกำลังใจมาตลอด ขอบคุณทุกๆคนเลย
ช่วงนี้ฝนฟ้ารั่วบ่อยๆ พกร่มพกเสื้อกันฝน ระวังเป็นหวัดเน้
รักษาสุขภาพกันด้วยนะจ๊ะ
ขอบคุณที่อ่านจ้า^O^
------------------------------------------------------------------------------------------------
Part 17 Please, Forget me...
"
งืมมมม..." เสียงอู้อี้เล็กครางงืมงำไม่ได้ศัพท์
เป็นเรื่องปกติของเด็กทั่วไปที่จะงอแงตอนตื่นนอน
ไม่เว้นแต่คุณหนูสุดเนี้ยบอย่างคิม จุนซู กายบางบิดไปมาบนเตียง
ดวงตาเรียวเหลือบเห็นนาฬิกาบอกเวลาว่าตอนนี้เพิ่งจะเจ็ดโมงครึ่ง
ยังเช้าเกินไปที่จะลุกขึ้นมาเตรียมอาหารเช้าในวันเสาร์เช่นนี้
"ตื่นแล้วหรอตัวเล็ก" เสียงทุ้มเอ่ยฉุดสติน้อยให้หลุดจากภวังค์ จุนซูรีบลุกขึ้นนั่งบนเตียง
"คุณยูชอน? ตื่นแล้วหรอฮะ...แล้วนั่น คุณทำอะไรน่ะ"
"กวาดห้องไง"
ยู
ชอนตอบ นี่เป็นเช้าวันอาทิตย์ที่แปลกประหลาดที่สุดในรอบ 17 ปีของคิม
จุนซู!! เกิดอะไรขึ้นกันนี่ เมื่อวานปรุงทีโบนสเต็กผิดสูตรรึเปล่า!?
หรือชารสส้มจะทำลายสมองบางส่วนของพันตำรวจปาร์ค ยูชอนไปแล้วกันแน่!?
แปลกประหลาดมหัศจรรย์
วินาทีนี้คงเป็นวินาทีที่คุณหนูตัวน้อยไม่มีวันลืมแน่นอน
มันน่าซึ้งจนน้ำตาซึม
คุณยูชอนกวาดบ้าน!!!!
"ทำไมมองฉันแบบนั้นล่ะ?" ยูชอนถาม ยืนเท้าเอวอยู่กลางห้อง มองสีหน้าฉงนของร่างบางด้วยแววตาฉงนเช่นเดียวกัน
"
ปะ...เปล่าฮะ ผมแปลกใจที่คุณตื่นนอนก่อนผม" จุนซูรีบตอบ
ปล่อยให้ร่างสูงกวาดบ้านต่อไป ของแบบนี้ห้ามทัก เผลอทักเมื่อไร
ยูชอนอาจเกิดอาการขี้เกียจ ขึ้นมาเสียดื้อๆ จึงขอเก็บภาพประทับใจนี้ไว้นานๆ
คิม
จุนซูนั่งตาแป๋วมองนายตำรวจกวาดพื้นอย่างขยันขันแข็ง
หัวใจดวงน้อยเต้นแรงกว่าทุกครั้ง มันแตกต่างจากอาการขะเขิน
อาจเป็นเพราะตื่นเต้นและตื้นตันจนอยากจะกรองความรู้สึกออกมาในรูปแบบน้ำตา
เลยทีเดียว อดแปลกใจตัวเองไม่ได้ว่าทำไมต้องใช้ถึงคำว่า
'ตื้นตัน'แต่การที่ได้เห็นปาร์ค
ยูชอนทำงานบ้านแบบนี้ก็ไม่ต่างจากเขาได้เข้าทำงานกับนาซ่า
"อาบน้ำสิตัวเล็ก จะได้ทำข้าวเช้าให้ฉัน หิวจะแย่แล้วนะ" ยูชอนกล่าวระหว่างโกยเศษผงทิ้งในถังขยะ จุนซูกระพริบตาปริบๆ
"
อาบน้ำซะสิ นั่งเอ๋อทำไม!?" กายบางสะดุ้งเมื่อโดนเอ็ด
นับเป็นครั้งแรกที่นายตำรวจดุเขาแถมยังสั่งให้ทำโน่นทำนี่
มันควรจะเป็นเขาสิที่ต้องสั่งให้คนขี้เกียจสมองปลาทองทำนั่นทำนี่
นี่พวกเขาสลับร่างเมื่อไรกัน!?
คุณ
หนูตัวน้อยอาบน้ำทั้งที่สมองยังมึนงง
ประมวลผลคร่าวๆว่าคุณยูชอนอาจจะอยากเลื่อนตำแหน่งเป็นพลตำรวจ
จึงทำคะแนนเก็บแต้มสะสมทำความดีเพื่อประชาชน ไม่น่าเป็นไปได้ เอ๊ะ
หรือว่าเอาใจเราเพราะหวังชุดอาหารเลิศรสเต็มสตรีมเป็นสิ่งตอบแทน
อืม...มีความเป็นไปได้สูง
แต่คนอย่างคุณยูชอนมักจะบ่นดังๆว่าอยากกินนั่นกินนี่นี่นา
ไม่เคยลงทุนกวาดบ้านเลย โอ้ย! ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว
หาคำตอบนี่ยากยิ่งแก้โจทย์ซับซ้อนทางคณิตศาสตร์ซะอีก!!
หัวกลมสะบัด
สองสามที
ไล่หยดน้ำและความคิดฟุ้งซ่านที่อัดแน่นเต็มพื้นที่สมองให้กระเด็นออกไป
จะเป็นการง่ายกว่าไหม
หากเขาเดินเข้าไปถามตรงๆว่าวันนี้นึกคึกอะไรถึงกวาดบ้านแบบนี้
คิดได้ดั่งนั้น จุนซูรีบสวมเสื้อผ้าและเดินไปยังห้องครัวทันที
ก่อน
จะอ้าปากถาม ทันทีที่ปลายเท้าย่างเข้าสู่เขตพื้นที่ครัวทำอาหาร
ดวงตาเรียวเบิกกว้างเมื่อเห็นร่างสูงสง่ายืนอยู่หน้าไมโครเวฟ
เหมือนกำลังจับเวลาอาหารที่อุ่นอยู่ด้านในด้วยความตั้งใจ
จุนซูยืนจ้องเช่นกัน สงสัยว่าอะไรอยู่ในไมโครเวฟ
นานแล้วที่เขาไม่เห็นนายตำรวจจับต้องเต้าอบตั้งแต่เขาย้ายเข้ามาอาศัยด้วย
กัน
ปิ๊ง
เสียงปี๊บดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้างจากเจ้าชาย มือหนาเปิดฝาออก
"
อ้าวตัวเล็ก อาบน้ำเสร็จแล้วหรอ ฉันอุ่นนมให้ล่ะ"
ยูชอนเหลือบเห็นร่างบางพอดีจึงเอ่ยขึ้น
มือหนาวางแก้วนมอุ่นไว้บนโต๊ะอาหารก่อนจะยิ้มมุมปากเล็กน้อย คิม
จุนซูเบิกตากว้างกว่าเคย รู้สึกว่ารูม่านตาขยายกว้างที่สุดเท่าที่เคยทำมา
อยากจะกะโกนกรีดร้องซะเดี๋ยวนั้นว่า...
"คุณยูชอนอุ่นนมให้ผม!!??"
เสียงเล็กเอ่ยลั่นด้วยความตกใจและประหลาดใจปนเปกัน ยูชอนไม่พูดอะไร
เพียงหยักไหล่และเดินผ่านร่างบางเพื่อตรงไปอาบน้ำ
จุนซูเกาหัวแครกๆ
ก่อนจะยกแก้วนมอุ่นดื่มช้าๆ
เรื่องพิลึกพิลันแบบนี้ต้องปรากฏในสมุดบันทึกแน่นอน นึกได้ดังนั้น
ริมฝีปากบางสวยคลี่ยิ้มหวาน สองมือถือนมอุ่นแนบอกด้วยความดีอกดีใจ
ปิติยินดีกับการกระทำของเจ้าชาย
นี่คงจะเป็นความสัมพันธ์ที่ก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่ง
ปรับตัวเข้าหากันโดยที่เจ้าตัวอยากเริ่มปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น
...คุณนี่น่ารักจังนะคุณยูชอน...
คุณ
หนูตัวน้อยอมยิ้มแก้มปริบิดตัวไปมาในห้องครัว
กว่าจะรู้สึกตัวก็ตอนที่เสียงแหบห้าวตะโกนจากห้องน้ำว่า 'หิว'
จึงรีบลงมือทำอาหารสุดฝีมือให้สมกับความน่ารักของนายตำรวจในยามเช้า
...ปี๊ด ปี๊ด...
เสียง
โทรศัพท์ดังจากห้องนอน
จุนซูหันหน้าไปตามต้นเสียงพร้อมกับตะโกนให้ร่างสูงช่วยรับแทน
แต่ผลที่ได้คือยูชอนกำลังสระผมไปด้วย โกนหนวดไปด้วย
ทำให้เจ้าของเครื่องสื่อสารต้องยอมวางตะหลิวชั่วคราวและรีบวิ่งปรู้ดไปรับ
สาย
"สวัสดีครับคุณแม่" เสียงใสเอ่ยร่า จุนซูเอียงคอหนีบโทรศัพท์ไว้ มือหนึ่งถทอตะหลิว อีกใือก็คอยปรุงรสผัดผักเพื่อสุขภาพ
/สบายดีไหมลูก/
"สบายดีฮะ คุณแม่ คุณพ่อคุณแม่ล่ะครับ ผมคิดถึงจังเลย"
/จ่ะ แม่ก็คิดถึงลูก จุนซูจ๊ะ พ่อกับแม่คิดว่า.../
บท
สนทนาดำเนินช้าๆ โดยที่เสียงตอบรับของลูกชายค่อยๆอ่อยเสียงลงเรื่อยๆ
แววตาสีอ่อนหม่นหมองลง มือเรียวสั่นกุมโทรศัพท์ไว้แน่น
สมองน้อยที่มักโลดแล่นเร็วจี๋กลับประมวลผลเชื่องช้า
จากคำพูดไม่กี่ประโยคของมารดา ค่อยๆคร่าจิตใจของร่างบางทีละน้อย
ไม่รู้ว่าทำไม เพียงแค่รู้ว่าเขาต้องเปลี่ยนไป จิตใจก็อ่อนล้าลงทันที
/ดีไหมลูก?/ เสียงมารดาเอ่ยถาม
"เอ่อ...ฮะ...ดีฮะ" เสียงบุตรชายที่ตอบไปนั้นสั่นไหวอยู่ลึกๆในน้ำเสียง
/แม่ต้องออกไปข้างนอกก่อนนะลูก แล้วแม่จะโทร.กลับไปใหม่/
"ฮะ สวัสดีฮะคุณแม่"
ทันที
ที่สายถูกตัดไป ร่างทั้งร่างอันบอบบางของเด็กหนุ่มก็สั่นระริก
พลันอุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลงจนเย็นยะเยือกไปถึงกระดูก
หากแต่รอบดวงตาเท่านั้นที่อุ่นร้อนเพราะหยาดน้ำใสปริ่มในเบ้าตาเรียว
ดวงตาคู่สวยพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา
ช่างยากเย็นเหลือเกินกับการอดทนกับความรู้สึกที่รุนแรงอยู่ภายใน
"เสร็จยังอ่ะตัวเล็ก" เสียงห้าวดังจากด้านหลังทำเอากายบางสะดุ้งสุดตัว สติหวนคืนอีกครั้ง
"สะ...เสร็จแล้วฮะคุณยูชอน" จุนซูฝืนยิ้มโดยที่ผู้ปกครองไม่ได้ติดใจอะไร ยูชอนเดินยิ้มมานั่งรออาหารเช้าด้วยสีหน้าอารมณ์ดี
"
ว้าว~ ไก่ทอดเกลือ" เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มดีใจกับอาหารเช้าน่าทาน
จุนซูอมยิ้มน้อยๆเมื่อวางจานอาหารลงบนโต๊ะ
เช้านี้เป็นเช้าสุขสันต์ของคนทั้งสอง เพียงแค่เบื้องหน้าเท่านั้น
ยูชอนไม่รู้ตัวเลยว่า ลึกๆแล้วคุณหนูของเขาอ่อนแออยู่ภายใน
คำพูดของมารดายังคงวนเวียนอยู่ในหัว
'จุนซู ลูกเรียนมัธยมจบแล้ว พ่อกับแม่เลย...'
.
.
.
.
"
ตัวเล็ก ตัวเล็ก" เสียงทุ้มเอ่ยข้างหูอย่างอ่อนโยน
เจ้าตัวเล็กยังคงนอนขดกลมบนเตียงภายในอ้อมกอดอุ่น
ยามเช้าวันอาทิตย์สดใสเช่นนี้
คุณหนูคนขยันควรจะลุกจากที่นอนและจัดเตรียมอาหารเช้าแต่วันนี้กลับนอนขุดคู้
ใต้ผืนผ้าห่ม นายตำรวจสงสัยเล็กๆแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร
อาจเป็นเพราะวงแขนยาวอุ่นสบายของเขาที่โอบรอบกายบางไว้ก็เป็นได้
"อืมมม..." เปลือกตาบางค่อยๆปรือขึ้นด้วยความงัวเงีย ใบหน้าเลือนลางของคนร่างสูงอยู่ตรงหน้า สร้างความตกใจนิดๆให้กับร่างเล็ก
คิม
จุนซูนอนขดตัวในอ้อมกอดอุ่นสบายของปาร์ค ยูชอน
ใบหน้าของทั้งสองอยู่ใกล้กันไม่ถึงคืบทำให้สัมผัสได้ถึงไออุ่นและลมหายใจ
ร้อนของอีกฝ่าย
ใบหน้าหวานงัวเงียไม่ได้สติแบบเด็กๆเช่นนี้ช่างน่ารักน่าเอ็นดูทีเดียวใน
สายตาของเจ้าชาย
รวมทั้งเสียงครางแบบเด็กๆในลำคอก็น่าฟังกว่ายามที่จุนซูบ่นจู้จี้
"วันนี้ไปเดทกัน" เสียงทุ้มกล่าวร่าทันทีที่ดวงตาเรียวกระพริบปริบ
"หา??" ตกใจทั้งที่ดวงตายังคงปรือปรอย ดวงตากลมเหมือนจะเบิกกว้างชั่วขณะหนึ่ง ยูชอนอมยิ้ม
"เรายังไม่เคยเดทกันจริงๆจังๆเลยนะ วันนี้ท้องฟ้าสวย ไปเดินเล่นรอบๆพาร์คดีไหม ตอนบ่ายๆก็ไปหาอะไรกินกัน"
สิ้น
คำ ใบหน้าหวานแดงซ่าน อะไรกันนี่ บรรยากาศอบอุ่นกว่าทุกครั้งในยามเช้า
และรอยยิ้มอบอุ่นแปลกไปจากทุกครั้งของร่างสูงยิ่งขับแก้มใสให้เป็นสีมะเขือ
เทศสุกหนักกว่าเดิม
"นั่นถือว่าเป็นคำตกลงนะ"
ยูชอนกระซิบข้างใบหูก่อนจะฉวยโอกาสงับขอบใบหูบางเบาๆ จุนซูหดคอหนี
ฝ่ามือใหญ่ร้อนประคองช่วงเอวให้ยกสูงเล็กน้อยก่อนจะสอดมืออีกข้างลูบไล้ภาย
ใต้เสื้อนอนตัวบาง
"ตัวเล็ก...จูบทีสิ" เอ่ยเสียงต่ำ กระซิบแผ่วเบา
ใบหน้าหวานซับสีเลือดจนแดงลงมาถึงคอ
ร่างเล็กในอ้อมกอดจนปฏิเสธได้อย่างไรในเมื่อเขาตกอยู่ในภวังค์ที่ร่างสูง
สร้างขึ้น
ไม่รอคำตอบ ยูชอนชิงประกบแนบกลีบปากอิ่มลงบนริมฝีปากบาง
กายแกร่งพลิกตัวเองขึ้นคร่อมก่อนจะบดเบียดไล้เลียความหวานจากเรียวปากสวยได้
ถนัด ห่างเหินไปนานพอควรจนคุณหนูตัวน้อยเกือบลืมวิธีหายใจในเวลาเช่นนี้
เพราะตั้งแต่ช่วงสอบ ยูชอนไม่เคยมอบรสจูบแบบผู้ใหญ่เลยสักครั้ง
มีเพียงจุ๊บให้กำลังแบบเด็กๆ
ซึ่งนั่นก็ถือว่าให้เกียรติและเข้าใจเด็กหนุ่มมากพอแล้ว
"อื้อ...
ยะ...ยู..." เสียงเล็กครางสั่นลำคอ พอๆกับอาการสั่นระริกทั่วทั้งร่างกาย
เกร็งไปเสียหมดและไม่เคยคุ้นชินกับอารมณ์ดิบแบบนี้ของเจ้าชายเสียที
ยู
ชอนไม่ฟัง เขาไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำอะไร สองมือหนาลูบไล้ไปพลาง
สะกิดหยอกล้อแผ่นอกบางไปพลาง ยอมรับว่าต้องการในร่างกายนี้
เพราะไม่ได้ปลดปล่อยมานานพอควรผสมกับกลิ่นกลายหอมบริสิุทธิ์จากร่างเบื้อง
ใต้ ซ้ำคำว่ารักยังอัดแน่นเต็มอก
ทุกอย่างประเดประดังเข้ามาพร้อมกันเช่นนี้ก็ยากที่จะหยุดอารมณ์เอาไว้ได้
"คุณยูชอน...พอก่อน..." จุนซูรั้งไว้เมื่อริมฝีปากอิ่มเริ่มรุกล้ำมายังซอกคอและไต่ลงต่ำเรื่อยๆ ยูชอนยังคงดำเนินต่อ
"คุณยูชอนฮะ!" จุนซูจับใบหน้าคมไว้ ออกแรงอันน้อยนิดเพื่อฉุดสติของอีกฝ่ายให้หวนคืน ดูท่าจะสัมฤทธิ์ผล ยูชอยหยุดการกระทำ
"
ขอ...ขอโทษ...อาบน้ำนะ" ยูชอนเกาหัวตัวเองแครกๆด้วยสีหน้าตาตื่นสุดๆ
กายแกร่งรีบหายเข้าไปในห้องน้ำ
โดยทิ้งร่างบอบบางนอนมุดผ้าห่มด้วยสีหน้าขะเขินที่สุด
...คุณยูชอนอ่ะ...แต่เช้าเลย งื้อ~ >//<...
.
.
.
.
"เอ้ย ไอติม! กินติมกันตัวเล็ก" มือหนาดึงแขนเรียวให้เลี้ยวเข้าร้านไอศครีมทันที จุนซูตั้งตัวไม่ทันจึงโดนลากเข้าไปโดยปริยาย
"
จะพากินตั้งแต่คราวนู้น~ ก็ยังไม่ได้พาไปกินเลย
ตอนนั้นตัวเล็กแต่งตัวซะน่ารักเลยนะ จำได้ไหม"
ยูชอนเอ่ยหลังจากสั่งรายการของหวานเรียบร้อยแล้ว จุนซูอมยิ้ม
"ฮะ
แต่ไม่ว่าผมจะแต่งตัวยังไง ผมก็น่ารักทุกชุดแหละ"
เสียงเล็กตอกกลับเรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดีจากร่างสูง
จุนซูยิ้มกว้างอย่างมีความสุข แต่ลึกๆแล้วความทุกข์ก็ถาโถมมากเช่นกัน
...บ้าที่สุด คุณยูชอน คุณมันบ้า...
...ทั้งๆที่ตอนนี้ผมอยากให้คุณลืม...
...ลืมทุกอย่าง...เหมือนที่คุณลืมเมื่อ 10 ปีก่อน...
...แล้วตอนนี้...คุณกลับมีแต่ผมในความทรงจำ...
"ขอร้องล่ะ...ลืมผมซะเถอะ..."
"ว่าไงนะ"
"
ปะ...เปล่าฮะ ผมหมายถึง อย่าลืมซื้อเนื้อบด
พรุ่งนี้จะทำแฮมเบอร์เกอร์เป็นมื้อเช้ากับมื้อกลางวันให้คุณ" ระหว่างนั้น
พนักงานยกถ้วยไอศครีมเสริฟ์ตรงหน้าทั้งสอง
ทำให้ยูชอนไม่ทันสังเกตสิ่งผิกปกติของจุนซูแต่อย่างใด
"จริงหรอ!!!! ไม่มีผัก..."
"พร้อมกับซีซาร์สลัดชุดใหญ่"
"
โฮ่~~ ผักอีกแล้ว" จุนซูหัวเราะร่าจนเกือบทำเชอรี่หล่นจากช้อน
ใจหนึ่งก็สุขแสนสุข แต่อีกใจก็ทุกข์เสียจนอยากร้องไห้ซะเดี๋ยวนั้น
ข้อความยังคงติดค้างในใจ
'พ่อ
กับแม่เลยทำเรื่องให้ลูกเรียนต่อที่สวิสฯเรียบร้อยแล้ว
ลูกจะได้มาอยู่ด้วยกันตามสัญญา ดีไหมจ๊ะ? อีกอย่าง
ครอบครัวเราเป็นธุระคุณปาร์คมากพอแล้ว ถึงจะเป็นเพื่อนกันแต่แม่ก็เกรงใจ
ถึงจียอนจะไม่ว่าแม่แต่แม่ก็อยากเลี้ยงลูกด้วยมือของแม่มากกว่า
แม่ทำเรื่องตั๋วเครื่องบินไว้แล้ว พาสปอร์ตพ่อบ้านก็เตรียมให้เรียบร้อย
ลูกแค่บินมาเจนีวาวันศุกร์นี้เท่านั้นเอง ดีไหมลูก'
"
ไม่ได้มาเดินเล่นแบบนี้นานแล้วเนอะ"
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นระหว่างตักเนื้อไอศครีมเข้าปาก
เด็กหนุ่มชะงักมือเล็กน้อยพร้อมกับเรียวคิ้วเลิกขึ้น
"คราวก่อนก็มานี่ฮะ" จุนซูตอบ แต่ยูชอนกลับส่ายหน้า
"
นั่นสองเดือนทีแล้ว ตั้งแต่ใกล้เรียนจบ
ตัวเล็กก็ไม่มีเวลาอื่นนอกจากอ่านหนังสือเลยนี่นา
อาหารหับของใช้ก็โทร.สั่งฉันให้ซื้อเข้าไปไง จำได้ป่ะ?"
จุนซูตาเบิก
กว้าง นี่เขาลืมไปเสียสนิท ใช่!...ช่วงสอบจบมัธยม
เขาก็ยุ่งจนแทบไม่ได้เงยหน้ามองสิ่งใดนอกจากกองหนังสือมหึมาเลย
เพราะต้องรับผิดชอบทั้งงานของประธานนักเรียน งานประจำปีของโรงเรียน
แล้วยังมีงานส่วนตัวและสอบทุกอาทิตย์
"จะ จริงด้วย ผมลืมไปเลย"
เด็กหนุ่มเอ่ยช้าๆ รู้สึกแปลกๆที่เป็นตัวเขาซะเองที่เป็นฝ่ายลืม
มิใช่นายตำรวจสมองปลาทองตรงหน้าที่มักขี้ลืมเป็นประจำ
"เรียนมาก
ไปน่ะสิเรา พักผ่อนซะบ้าง ปิดเทอมนี้อยากไปเที่ยวไหนล่ะ
ฉันคงขอลาหยุดได้สักสองสามวัน" นัยน์ตาสีอ่อนหม่นหมองลง
หากแต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น จุนซูยิ้มบาง
"ไม่รู้สิฮะ ไปที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น" เสียงเล็กเอ่ยตอบ
"อืมมม...อย่างตัวเล็กไปเที่ยวที่ไหนล่ะ"
"อื้มมม ลอนดอนบ้าง โตเกียวบ้าง หรืออาจจะเป็นปารีสไม่ก็ปราก์ อ๊ะๆๆๆ กรีกก็สวยนะฮะ บ้านเมืองน่ารักมากๆเลย"
"
โอ่โห ไฮโซทั้งนั้น ฉันไม่มีเวลาพานายไปต่างประเทศหรอก
อย่างดีที่สุดก็ญี่ปุ่น...ฉันพูดไม่เป็นซะด้วยสิ" ยูชอนทำหน้าหนักใจ
จะพาไปเที่ยวทั้งทีก็อยากจะโชว์แมนเป็นไกด์สักหน่อย
แต่จะพาไปยุโรปคงไม่ไหวเพราะเขาต้องทำงาน ลาพักคงได้แค่ 3 วัน
ไม่พอกับเวลาการเดินทางทั้งไปและกลับ...โอ้ย พตอ.ปยช.กลุ้ม~...
"ฮะๆๆๆ แค่พานั่งรถเล่นรอบเมืองก็ได้ฮะ" จุนซูหัวเราะก่อนจะหันไปด้านข้าง เสี้ยววินาทีนั้นที่แววตาแก้วหม่นหมองลง
...ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสหรือเปล่า...
.
.
.
.
"
มา ฉันล้างให้" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกเก็บจานเปล่าบนโต๊ะไปล้าง
จุนซูหน้าเหวอ ดวงตาเรียวเบิกกว้างภายใต้กรอบแว่น ...เกิดอะไรขึ้น
ทำไมเดี๋ยวนี้นายตำรวจทำตัวน่ารักน่าคบผิกปกติ
ทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่เคยคิดจะยื่นมือเข้าในซิงค์ล้างจานเลยสักนิด...
...บ้าที่สุด มาทำดีตอนนี้ทำไม นี่คุณรั้งผมไว้หรือแกล้งผมกันแน่ ...
...คุณทำแบบนี้ทำไมคุณยูชอน!?...
...รู้ไหม...ว่าผมทำใจไม่ได้...
คุณ
หนูตัวน้อยมองนายตำรวจล้างจานอย่างเงียบๆ
สำรวจใบหน้าจากด้านข้างจึงเห็นความเปลี่ยนแปลง
แก้มขาวจากเดิมที่เคยตอบกลับดูอิ่มขึ้น
ดวงตาคมเข้มที่มักฉายแววเศร้าบัดนี้ช่างเปล่งประกายความสุขจนน่าหลงใหล
ร่างซูบผอมคล้ายคนติดยาก็กลับมาแข็งแรง นึกดีใจไม่น้อย
ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา ผู้ปกครองได้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
สายตาเรียวมองไล่ลงมาเรื่อยๆ ตั้งแต่คอแกร่ง หัวไหล่ แผ่นหลังกว้าง
ท่อนแขนแข็งแรงที่มักโอบรอบกาย
...คงไม่มีอีกแล้วสินะ...กับความอบอุ่นแสนอุ่นใจจากเจ้าชาย...
ความ
เจ็บปวดแล่นสู่แผ่นอกบางจนเจ้าตัวหายใจติดขัด
บีบคั้นให้หยาดน้ำใสซึมเบ้าตา จุนซูขึ้นยืนก่อนจะเข้าไปใกล้ยูชอนช้าๆ
แขนเล็กโอบรอบเอวหนาไว้และซุกไซร้ใบหน้าถูไถแผ่นหลังกว้างไปมาเบาๆ
"
เป็นอะไรตัวเล็ก อยากอ้อนหรอ" เสียงทุ้มเอ่ยถามระหว่างถูฟองน้ำบนจาน
มือหนาคลอเคลียเล่นน้ำเล็กน้อยเพื่อยืดเวลาความสุข
รู้สึกดีจนยิ้มแก้มปริที่มีคนน่ารักกอดตัวเองจากด้านหลัง
รู้แบบนี้แล้วเขาน่าจะอาสาล้างจานเองซะตั้งนาน
...คิดไปแบบนั้น ทั้งที่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วอ้อมกอดของคิม จุนซูสื่อถึงสิ่งใด...
จุน
ซูไม่ตอบ กลับรัดรอบกายแกร่งแน่นเป็นทวีแทน
ยูชอนเริ่มตะหงิดใจแต่ยังล้างจานต่อไปอย่างเงียบๆ
คนทั้งสองไม่เอ่ยคำใดออกมา
อาศัยความเงียบสื่อสารผ่านอุณหภูมิร่างกายโดยใช้หัวใจเชื่อมถึงกัน
ผู้ใหญ่เริ่มเกิดข้อสงสัย กับอาการสั่นไหวจากด้านหลัง
ในขณะที่ผู้เยาว์เต็มไปด้วยความกังวลกับอาการนิ่งเงียบจากด้านหน้า
"
ตัวเล็ก..." ในที่สุด ยูชอนยอมเอ่ยขึ้น
มือหนาบรรจงล้างฟองน้ำยาออกอย่างบรรจง แววตาคมเข้มเต็มไปด้วยคำถาม
จุนซูชะงัก มือเรียวบีบแน่นเกาะกุมเสื้อของนายตำรวจจนยับยู่
"คุณยูชอน...คุณแย่มาก" เสียงเล็กตอบเสียงเข้มขัดกับอาการสั่นเทายังมือเรียว ยูชอนชะงัก ใช้หางตาเหลือบมองคุณหนูตัวน้อย ก่อนจะถามว่าทำไมก็โดนสวนกลับทันที
"
คุณทำแบบนี้ทำไม ทั้งกวาดบ้าน พาไปข้างนอก
กลับมาก็ยังล้างจานให้อีก...คุณทำแบบนี้ทำไม?...คุณน่ารักเกินไปแล้ว...
รู้ตัวไหม..."
แรกๆก็เอ่ยเสียงเข้มแต่ประโยคหลังๆกลับเอ่ยเสียงสั่นและสะดุด
ยูชอนขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น รู้สึกถึงความเปียกชื้นจากด้านหลัง
มือหนาข้างหนึ่งกุมมือเรียวไว้
"ฮึก...บ้าที่สุดเลย...คุณแย่มาก ฮึก...คุณแบบนี้เพื่ออะไร...มันทำให้ผม...ตัดใจ...ไม่ได้...ฮึก" เสียงสะอื้นปนออกมาแผ่วเบา
"อะไรตัวเล็ก? เกิดอะไรขึ้น" นายตำรวจรีบหันควับเพื่อมองให้ถนัดตาว่าตัวเล็กของเขาเป็นอะไรกันแน่ ทำไมต้องเอ่ยอะไรประหลาดเช่นนี้ด้วย
"
ห้ามหันมานะ!" ยูชอนตัวแข็งเมื่อจุนซูสั่งเสียงแหลม ร่างสูงสับสนไปหมด
วงแขนเรียวออกแรงกอดรัดรอบเอวหนามากขึ้น
ใบหน้าหวานซุกลงแน่นกับแผ่นหลังแกร่ง
"คุณยูชอน...ผมจะไปเรียนต่อ..." เสียงเล็กเอ่ยสั่นและแผ่วเบา แม้จะอู้อี้ฟังไม่ถนัดแต่ก็รู้ว่าอีกฝ่ายเอ่ยอะไร
"
ก็เรียนสิ ว่าแต่...จบม.ปลายตั้งแต่เมื่อไร ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย"
ยูชอนถาม
พยายามแอบมองอีกฝ่ายด้วยหางตาก่อนจะวางจานใส่กระตร้าเรียงไว้ทีละใบ
"
ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วไงฮะ คุณยังไปพิธีจบการศึกษาของผมอยู่เลย
คุณยูชอนอ่ะขี้ลืม" จุนซูตอบ
น้อยใจไม่น้อยที่อีกฝ่ายลืมพิธีสำคัญของตนเองไปเสียได้
แต่อีกใจก็ไม่อยากนึกโกรธงอนมากนักเพราะรู้นิสัยขี้หลงขี้ลืมของนายตำรวจดี
"
เออเนอะ" ยูชอนหัวเราะเบาๆ อันที่จริงเขาไม่ได้ลืม
แค่อยากลดบรรยากาศตึงเครียดนี้ให้น้อยลง
เผื่อว่านิสัยเสียของเขาจะสามารถสร้างรอยยิ้มของคุณหนูได้ จุนซูอมยิ้ม
กลั้นขำ
จะกี่ครั้งกี่หนที่ข้อด้อยของผู้ปกครองกลายเป็นเรื่องขำขันริมฝีปากเรียวบาง
เม้มบางเป็นรอยยิ้มเพียงเสี้ยวนาทีก่อนจะหดหายไป
"ก็เป็นซะแบบนี้
ถ้าไม่มีผมแล้ว...คุณจะขี้ลืมแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ" จุนซูเอ่ยลอย
ดวงตาเรียวค่อยๆหรี่ลงจนปิดสนิท
พลันหยาดน้ำใสที่กักเก็บร่วงรินลงมาตามแก้มจนหยดลงบนพื้นไม้
"ตัวเล็ก..." ยูชอนใจหล่นวูบ ทำไมจุนซูต้องพูดแบบนี้กับเขา ราวกับว่าจะจากไปไกลแสนไกล ไปในที่ๆเขาไม่อาจไขว่คว้ากลับมาได้
"
จะเรียนต่อก็ดีนี่ ทำไมต้องเศร้าด้วย" นายตำรวจกล่าว
ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองพูดอะไรกระทบจิตใจบอบบางเข้าอย่างจัง
เขาไม่เข้าใจและคิดไม่ลึกซึ้งมากพอในตอนนี้...
จุนซูหระตุกไปทั้งตัว
ระเบิดน้ำตาออกมาในทันที
เสียงร่ำไห้ดังระงมจนเจ้าชายต้องรีบวางจานทุกใบเก็บเข้าที่โดยเร็ว
ยูชอนหมุนตัวกลับมากอดร่างบอบบางในดวงใจของเขาไว้แน่น
มือหนาลูบหลังปลอบประโลมทั้งที่เขาเองก็ไม่เข้าใจสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้น
"
ตัวเล็ก เป็นอะไรไป ทำไมต้องร้องไห้ ใจเย็นๆ ฉันทำอะไรผิดหรอ ฉันขอโทษ"
ยูชอนพร่ำเอ่ย
สิ่งที่จุนซูตอบกลับมาไม่ใช่คำพูดแต่เป็นการโถมตัวเข้าหาอ้อมกอดแกร่งแสนรัก
สำกำลัง มือเรียวคล้องรอบคอก่อนจะกอดแผ่นหลังกว้างแน่นเท่าที่จะทำได้
"...ฮึก...ผม...ผมจะไปเรียนที่...สวิสฯ"
มือ
หนาที่ลูบแผ่นหลังบางชะงักค้าง เช่นเดียวกับลมหายใจของร่างสูงสะดุด
เจ็บแปลบในอกจนตัวชาขยับแทบไม่ได้ นายตำรวจก้มลงมองใบหน้าหวานเปื้อนน้ำตา
สองมือเลื่อนจากหลังบางมาประคองใบหน้าเรียวด้วยอาการสั่นเทา
"จริงหรอ...ตัวเล็กจะไปเรียนถึงสวิสฯเลยหรอ กี่ปีล่ะ" เสียงทุ้มเอ่ยเสียงอ่อน พยายามควบคุมไม่ให้เสียงสั่นอย่างลำบาก
"
ฮึก...อาจจะ7-8 ปี แล้ว...แล้วก็อาจทำงานที่นั่นเลย
ฮึก...อาจอยู่ที่นั่น...ไม่...ฮึก...ไม่กลับมาที่นี่แล้ว...ฮืออ..."
จุนซูร้องไห้หนักกว่าเดิมเนื้อตัวเย็นและสั่นในอ้อมแขนอุ่นของเจ้าชาย
ยูชอนตาเบิกค้าง เม็ดเหงื่อจำนวนมากผุดตามขมับและฝ่ามือจนเปียกชุ่ม
ดั่งโลกทั้งใบของปาร์ค ยูชอนหยุดหมุน
สมองคิดอะไรไม่ออกเมื่อรู้ว่าคนตัวเล็กตรงหน้าจะห่างเขาไปไกล
"งั้นหรอ ไปเมื่อไหร่ล่ะ" เสียงทุ้มหลุดลอยคล้ายเพ้อออกมา แววตาคมเข้มว่างเปล่า
"พรุ่งนี้ฮะ" เสียงเล็กตอบแผ่วเบา มือเรียวบีบจิกลงบนแผ่นหลังกว้างซึ่งนายตำรวจไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด
อีก
ครั้งกับอาการ เจ็บแปลบในอก ราวกับกริชเงินแหลมคมปักกลางหัวใจ
เฉือดเฉือนความรู้สึกในกายจนหมดสิ้น
หลงเหลือเพียงความว่างเปล่าเวิ้งว้างล่องลอยกลางอากาศไร้สิ่งใดกั้น
คงจะมีแต่พื้นน้ำและแผ่นดินกว้างใหญ่ที่ขั้นระหว่างเขาและเด็กผู้ชายตัว
เล็กๆในอ้อมแขน
"ไม่กลับมาหรอ..." เอ่ยอีกคำด้วยน้ำเสียงไร้สติ จุนซูใจหาย ร่างบอบบางกอดกายแกร่งแน่น ความอบอุ่นที่เคยมีเหมือนค่อยๆลดลงไป
"คุณยูชอนอย่าโกรธผมเลยนะ ผมเพิ่งรู้ไม่กี่วันนี้เหมือนกัน ผมขอโทษ ฮือๆๆ"
แรง
กอดรัดรอยกาบดึงสติหลุดลอยให้กลับคืน ยูชอนยิ้มบาง
อ่อนโยนเช่นทุกครั้งหากแต่ครั้งนี้แฝงความเศร้าไว้ลึกๆ
มือหนาลูบเรือนผมนุ่มเบาไปมาก่อนจะใช้มืออีกข้างเฉยคางมนขึ้นมา
"ไม่ได้โกรธสักหน่อย เด็กโง่เอ้ย"
ดวงตา
ฉ่ำน้ำตากระพริบปริบ เด็กโง่งั้นหรือ? นี่เจ้าชายของเขาพูดจริงรึเปล่า
หรือเป็นเพียงคำพูดติดตลกของเจ้าตัวกันแน่ ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาหกเดือน
ยูชอนไม่เคยเอ่ยว่าเขาโง่เขลาเลยสักครั้ง
นายตำรวจยิ้มบางก่อนจะหลุดขำเมื่อเห็นแววตาสงสัยประกายตรงหน้า
ช่างน่าเอ็นดูยิ่งกว่าใคร เด็กหนอเด็ก ยังไงคิม
จุนซูก็ยังไร้เดียงสายิ่งนัก
"ฉันไม่ได้โกรธ
อย่าคิดมากสิ...ตั้งใจเรียนแล้วกันนะตัวเล็ก"
ใช่...จะให้โกรธได้อย่างไรในเมื่ออีกฝ่ายกังวลและร้องไห้อยู่ตรงหน้า
ถึงจะไม่หลั่งน้ำตา ปาร์ค ยูชอนก็คงไม่โกรธหรือเกลียดคิม
จุนซูแน่นอน...เพราะเขารักคิม จุนซูมากเหลือเกิน...
"คุณไม่โกรธผม
หรอ จริงๆนะ..." เสียงเล็กเอ่ยแหบ น้ำตาคล้ายจะหยุดลงเล็กน้อย
จุนซูมองใบหน้าคมด้วยแววตาใสซื่อจนผู้ถูกมองต้องยิ้มบางและลูบเรือนผมนุ่ม
เบาๆ
"อื้อ จะโกรธทำไมล่ะ ตัวเล็กไปเรียนหนังสือ ไม่ได้ไปค้ายาบ้านี่นา" สิ้นคำ จุนซูส่งสายตาเคืองเล็กน้อย เวลาแบบนี้ยังทำเป็นเล่นไปได้
"จะได้กลับไปอยู่กับพ่อแม่ไง คิดถึงพวกท่านไม่ใช่หรอ" ยูชอนกล่าวต่อ ดวงตาเรียวเบิกกว้าง
"คุณจำได้..." คุณหนูตกใจเล็กน้อยที่นายตำรวจสมองปลาทองอย่างปาร์ค ยูชอนจะจำได้ว่าพ่อแม่ของเขาไปทำงานที่สวิสแลนด์
"
ก็เกือบลืมแล้วล่ะ พอดีวันก่อนม๊าโทร.มา ถามว่าตัวเล็กสบายดีไหม
พ่อแม่เขาคิดถึง...ก็ไม่คิดว่าจะให้ตัวเล็กไปเรียนถึงสวิสฯ...ไม่เคยคิดเลย
จริงๆนะ..." นายตำรวจนิ่งเงียบไป ก่อนจะเอ่ยสั้นๆและเบามากที่สุด
"คิดแค่ว่า...พวกเราจะอยู่ด้วยกัน...ตลอดไป..."
"
คุณยูชอน..." จุนซูตาเบิกกว้าง หยาดน้ำตาระเบิดสายพรั่งพรูอีกครั้ง
กายบางพุ่งเข้ากอดกายแกร่งแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นตาบวมช้ำในอ้อมแขนยาว
"
อย่าร้องไห้สิตัวเล็ก...นายก็รู้ว่าฉันแพ้น้ำตา...ฉันปลอบไม่เก่งซะด้วยสิ"
ยูชอนกล่าว ประโยคขัดกับการกระทำโดยสิ้นเชิง
แม้ว่าร่างสูงจะคิดว่าตนเองไม่ใช่คนอ่อนโยนอะไรจนสามารถปลอบให้คนหยุด
ร้องไห้ได้
แต่เขาไม่รู้เลยว่าการที่ฝ่ามืออุ่นคอยลูบหลังผ่านเบาๆนั้นจะสามารถปลอบโยน
จิตใจดวงน้อยได้มากขนาดไหน
.
.
.
.
ร่างบอบบางของ
คุณหนูคิมนอนตัวขดคู้บนเตียง
โดยมีกระเป๋าเดินทางและของใช้บางส่วนวางไว้ข้างเตียง
สายตาเรียวมองกระเป๋าใบใหญ่ด้วยอาการเศร้าสร้อย เมื่อครู่
เขาและพันตำรวจช่วยกันเพ็กของ ช่วงเวลานั้นช่างน่าอึดอัด ต่างคนต่างเงียบ
มือไม้สั่นกันทั้งคู่ เมื่อเก็บของเสร็จ จุนซูขอตัวไปอาบน้ำ
จากนั้นนายตำรวจจึงเข้าห้องน้ำต่อ บัดนี้ยังไม่ออกมาเลย
เตียงอีก
ฝั่งยวบลงตามน้ำหนักของผู้มาเยือนใหม่
ร่างเล็กเหลือบตาเล็กน้อยเห็นร่างสูงคุ้นตานั่งบนลงเตียง
จุนซูขดตัวลีบกว่าเคย
ทั้งที่เตียงนุ่มอุ่นสบายแท้ๆแต่กลับรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกภายใน
วงแขนของตัวเองจะกอดแน่นเท่าไรก็ไม่อาจทำลายความเย็นภายในได้เลย
พลัน
ความหนาวเย็นที่เกาะกุมพังทลายลงเมื่อความอบอุ่นคุ้นเคยได้โอบรอบกาย
ยูชอนกอดเอวบางจากด้านหลังและดึงเข้าหาแผ่นอกของตัวเอง จุนซูหลับตาลง
มือเรียวกุมมือหนาไว้แน่นก่อนที่หยาดน้ำเอ่อล้นจากเบ้าตาอีกครั้ง
ไร้
คำปลอบโยน
มีเพียงความอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่โอบกระชับและริมฝีปากอิ่มจูบยังซอกคอ
เรียวเท่านั้นเป็นคำตอบ
สื่อสารผ่านความรู้สึกที่กินใจได้มากกว่าคำพูดเป็นล้านๆคำ
จุนซูสะอื้นเบาๆปล่อยให้สายน้ำไหลรินจนเหนื่อยล้า
กระนั้นก็ยังมีสติประคองให้ตื่นเพื่อรับความจริงที่ว่า
วันพรุ่งนี้จะไม่ได้เห็นใบหน้าคมแสนอ่อนโยนของเจ้าชายอีกต่อไป
ส่วน
ตัวปาร์ค ยูชอน เขาเองก็ไม่รู้จะเอ่ยปลอบใจอย่างไร
หากพูดไปก็มีแต่เข้าข้างตัวเองทั้งนั้น อยากเอ่ยรั้ง
อยากบังคับให้อยู่ด้วยกัน
ซึ่งมันก็มีแต่ทำลายอนาคตของร่างบอบบางแสนน่ารักในอ้อมกอด
จึงได้แต่เก็บเงียบ
กอดให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้และคำๆหนึ่งที่อยากบอกมากเหลือเกิน...
"ตัวเล็ก..." เสียงทุ้มแหบแห้งดังแผ่วเบาท่ามกลางความมืด ใบหน้าหวานเหลียวเล็กน้อย
"
ฉันรักตัวเล็กนะ...รักมากๆ...จุนซู...ฉันรักจุนซูนะ" ยูชอนเอ่ยเสียงสั่น
แม้จะเข้มแข็งเพียงใดแต่ก็ยอมอ่อนแอดังแก้วบางในยามนี้ จุนซูเงียบ
ได้แต่ปล่อยโฮพลิกตัวกลับมากอดกายแกร่งสุดกำลัง
คนทั้งสองใบหน้าเปียกน้ำตาเต็มไปหมด ถึงจะเช็ดน้ำตาให้กัน
มันก็ไม่ยอมหยุดไหล รังแต่ยังเพิ่มพูนกันมากขึ้น มากขึ้นและมากขึ้น
"มาบอกอะไรกันตอนนี้...คุณนี่โง่ โง่จริงๆ มันไม่มีประโยชน์หรอกนะฮะ" พูดไปก็สะอื้นไป แรงแทบไม่มีแต่ก็ยังแผดเสียงใส่
...จะรั้งผมไว้ตอนนี้มันสายไปแล้ว...
"
แค่อยากบอกว่ารัก ถึงจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยก็เถอะ" จุนซูตาเบิกกว้าง
เขาพูดเกินไปก็จริง แต่เขารอคำๆนี้มานาน
นานเสียจนทำใจได้แล้วว่าคงไม่มีทางได้ยินคำเช่นนี้จากปากของเจ้าชาย
...ทำไมต้องเป็นวันสุดท้าย...
...ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลยจริงๆ...
"คุณลืมผมซะนะฮะ ลืมทุกๆอย่าง...ลืมมันไปให้หมด" เสียงเล็กเอ่ยแผ่ว ยูชอนก้มมองร่างบาง
"ไม่! ฉันจะไม่มีวันลืมตัวเล็กเด็ดขาด"
"
ลืมผมเถอะนะ ผมรู้ว่าการถูกลืมมันเจ็บ
แต่การจำได้มันก็เจ็บพอกัน...ถ้าลืมได้
ลืมทุกอย่างได้...ก็ไม่ต้องเจ็บปวดอีก เพราะฉะนั้น..."
ก่อนจะสิ้นสุดความในใจ ปากบางก็ถูกมือหนาปิดไว้
ยูชอนมองใบหน้าหวานด้วยแววตาปวดร้าว
"ทำไม...ทำไมฉันต้องทำผิดซ้ำสอง..."
"คุณยูชอน...?"
...นี่คุณ...จำผมได้แล้วหรอ...
"
ถึงจะจำไม่ได้ทั้งหมด
แต่ฉันก็ยังจำรอยยิ้มของตัวเล็กได้...ก็ฉันนึกว่าตัวเล็กเป็นเด็กผู้หญิงนี่
...น่ารักซะ..." ยูชอนพยายามยิ้ม นิ้วเรียวปาดน้ำตาจากเบ้าตาคู่สวยออกช้าๆ
จุนซูเอียงคอ มองใบหน้าคมด้วยแววตาใสซื่อ นี่มันหมายความว่าอย่างไรกันนี่
ยูชอนยิ้มมุมปากก่อนจะใช้หลังมือปาดน้ำตาของตัวเองออก
"ฉันนึกว่าแม่
ตัวเล็กมีลูกสาว ฉันก็จำแบบนั้นมาตลอด ไม่ยักรู้ว่าที่จริงจะเป็นลูกชาย"
จบประโยคนี้ จุนซูขมวดคิ้วเล็กน้อย...อะไรกัน เราเหมือนเด็กผู้หญิงหรอ!?...
"คุณจำผมได้ตั้งแต่เมื่อไร"
"
ไม่รู้สิ...ความรู้สึกมันบอก..." สิ้นคำ ร่างบางโถมตัวเข้าหากายแกร่ง
เขาไม่อยากรู้ว่าเจ้าชายจำเขาได้เมื่อไร แต่ที่สำคัญเจ้าชายจำเขาได้
"
เพราะฉะนั้น...อย่าบอกว่าลืมกันอีกนะ
เพราะฉันจะไม่มีวันลืมตัวเล็ก...ฉันรักนายนะ"
ยูชอนก้มลงจูบประทับยังหน้าผากมนก่อนจะไล้ลงมายังสันจมูกโด่งเชิด
แตะเบาๆยังกลีบปากก่อนจะเชยคางมนให้เอียงเป็นองศาพอเหมาะ
จากนั้นจึงทาบทับริมฝีปากแนบแน่น
จุนซูหลับตารับจูบด้วยความยินดี
สองมือเรียวเลื่อนขึ้นโอบกอดรอบคอแกร่งก่อนจะจูบตอบกลับอย่างกล้าๆกลัวๆ
สองเรียวลิ้นแลกกันไปมาช้าๆ เนิบนาบ หากแต่อบอุ่นและอ่อนโยน
"ฉันจะ
ไม่ลืมตัวเล็กหรอกนะ..."
ยูชอนลูบเรือนผมนิ่มก่อนจะกอดกายบางไว้และใช้อีกมือลูบแผ่นหลังบาง
จุนซูพยักหน้าก่อนจะค่อยๆหลับตาลง จิตใจที่ว้าวุ่นค่อยๆสงบลงจนสิตพร่าเลือน
"อย่าไปเลยนะ อยู่ด้วยกัน" จุนซูได้ยินแผ่วเบาภายใต้ความมืดมิด
และ
แล้วความเหนื่อยและความอ่อนล้าทำลายสติหริบหรี่ให้หลับใหล
โดยมีนายตำรวจเฝ้ามองใบหน้าหวานหลับพริ้มอยู่ไม่ห่าง
อยากซัมซับภาพนี้ไว้นานๆจนกว่าตะวันของวันใหม่จะพ้นขอบฟ้า
แต่สุดท้าย...ปาร์ค ยูชอนก็เผลอหลับไป...
.
.
.
.
เมื่อแสงสีทองสอดส่องเข้ามาในห้อง บนเตียงนุ่มมีเพียงร่างของนายตำรวจและตุ๊กตาโลมาเท่านั้น...
TBC
แปะสปอยปก
เรื่องรวมเล่ม จะมาเปิดจองอีกทีพร้อมกับที่ลงตอนจบค่ะ
ราคายังไม่แน่นอน เพราะยังไม่แน่ใจว่ากี่หน้าค่ะ แต่คงสูงกว่า ball'n chain เพราะมันยาวกว่ากันมากกกก......
แล้ว
ถ้ามันหนาเกินก็ต้องตัดเป็นสองเล่ม?
ซึ่งความจริงก็อยากให้มันเป็นเล่มเดียวมากกว่า << มึนๆ
สรุปจะบ่นว่ามันหนาแหละค่ะ ฮ่าๆ ตอนพิเศษก็คงไม่ใส่สะบึมเหมือนนายท่านนะคะ
แต่มีแน่นอน~
ขอบคุณค่ะ

น่ารักมากเลย
ทำไมจุนจังต้องไปด้วยอ่า TOT แล้วแบบนี้ปาร์คจะอยู่กับใคร Y^Y
แบบว่ารอมานานแล้วนะเนี่ย (ฮา) พี่กิ๊กแต่งสนุกมากๆ เลย ชอบเรื่องนี้มากๆ เลยค่ะ
#1 By BoOm (114.128.19.217) on 2009-10-23 10:06