-::เปิดบล็อกใหม่อีกรอบนะคะ.. กำลังทยอยลงฟิคใหม่อีกรอบ ดูได้ในสารบัญค่ะ::--::ห้าม!!นำเนื้อหาในบล็อกไปเผยแพร่ที่อื่น(อีก)นะคะ... เอนทรี่เก่าๆเราลบหมดแล้วเพราะเรื่องนั้นแล...::- -::Love U ::Junsu::Yuchun::Jaejoong::Changmin::Yunho::TVXQ::Cassiopeia and... Yoosu!::-


ShoutMix chat widget
Title: ซกมกแมน & เพอร์เฟคบอย
Author:Koekun
Couple: Yoosu
Rate : PG-15



-------------------------------------------------------------------------------------------------


Part 16 : In the end




แฟลตหลังเก่าตั้งอยู่ไกลออกไปจากย่านทำงาน เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มมาแต่ไกลพร้อมฝุ่นตลบล้อที่หยุดกะทันหันหน้าประตูเก่า ร่างสูงสง่าก้าวลงจากมอเตอร์ไซด์คันใหญ่ด้วยความเร่งรีบ ก่อนจะรีบรุดเข้าไปด้านในอย่างไม่มีการลังเล มีเจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบรออยู่ก่อนหน้าพยักหน้ารับการมาเยือนของชายหนุ่มร่างสูง ชายหนุ่มยิ้มรับเล็กน้อยและรีบขึ้นไปชั้น 3 ของตัวตึก

พันตำรวจโทจอง ยุนโฮหยุดอยู่หน้าห้องพักหมายเลข 303 แม้ว่าเลขสามตัวสุดท้ายจะหลุดหายไปแต่เขาก็มั่นใจว่ามาถูกที่แล้ว เพราะด้านในมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรื้อค้นและตรวจสอบอยู่ภายในกันขะมักเขม้น ร่างสูงก้าวเข้าไปด้านใน ดวงตาเรียวคมกวาดสายตาพิจารณาสภาพโดยรอบอย่างรวดเร็ว

ห้องพักขนาดย่อมมีเฟอร์นิเจอร์ไม่มากนัก มีชุดเครื่องแบบแขวนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า เตียงเดี่ยวชิดมุมห้องติดกับตู้หนังสือ โทรทัศน์เครื่องเล็กตั้งบนโต๊ะไม้สีอ่อน มองผิวเผินห้องนี้ก็ดูธรรมดาไม่ต่างจากห้องพักอื่นๆทั่วไป แต่แล้วยุนโฮกลับขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นเมื่อสายตาของเขาเลื่อนมองบนเพดาน

เพดานสีเหลืองนวลถูกประดับประดาไปด้วยรูปภาพแอบถ่าย ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว แม่อุ้มลูกหรือความรักความผูกพันธ์ของบุคคลอื่นที่มีให้กัน ภาพเหล่านี้แปะติดแน่นเต็มเพดาน ยุนโฮเห็นภาพยิ้มแย้มของหญิงสาวในคดีที่ตนเองทำ เด็กยืนกินขนมในคดีที่ยูชอนทำ ซ้ำยังภาพบุคคลในคดีปัจจุบันทุกคนรวมทั้งคดีเมื่อสองปีก่อนติดปะอยู่ แต่ละภาพมีรอยขีดเป็นกากบาทสีแดงทุกใบ เหมือนเป็นเครื่องหมายว่าบุคคลเหล่านั้นลาโลกไปเรียบร้อยแล้ว

ยุนโฮอ้าปากค้าง เขาเห็นรูปหญิงผมยาวสีน้ำตามเข้ม เพื่อนตำรวจสาวที่ตายไปเมื่อ 2 ปีก่อนนามลี โซฮยอนก็ถูกกากบาทด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีภาพของคนอื่นๆที่เขาไม่เคยเห็นถูกกากบาททิ้ง แสดงว่าอิลกุกต้องฆ่ามากกว่าคดีที่รับผิดชอบอยู่ และมันไม่ต่ำกว่า 10 คน

"อย่าบอกนะว่า..." เสียงทุ้มเบสขาดห้วง เขาเห็นรูปเพื่อนตำรวจหนุ่มกำลังยืนยิ้มให้กับเด็กหนุ่มร่างเล็กในชุดนักเรียน มีตัวหนังสือสีแดงเขียนพาดไว้กลางภาพว่า 'เกลียด'

"ได้อะไรเพิ่มบ้างไหม!? ทำไมทำงานกันชักช้าแบบนี้" ยุนโฮตวัดสายตาตะคอกใส่เจ้าหน้าที่ในนั้นด้วยความโกรธเกรี้ยว แน่ล่ะ...เพื่อนของเขาและเด็กหนุ่มน่ารักเป็นเป้าหมายต่อไปของฆาตกรโรคจิต

"พวกเราพบอาวุธที่น่าจะเป็นของคนร้ายนะครับ มีเชือกกระสอบ ชุดมีดทำครัว ถุงดำ สายยาง ใบเลื่อยและของมีคมอื่นๆอีกที่ซุกซ่อนในที่ต่างๆภายในห้อง" เจ้าหน้าที่นายหนึ่งเอ่ยขึ้น

"ผมค้นตู้เจอเอกสารบางอย่างเกี่ยวกับคนที่ชื่อซอง กุงอิน คิดว่าน่าจะเป็นชื่อเก่าของจ่าอิลกุกนะครับท่าน" เจ้าหน้าที่ยื่นเอกสารแผ่นเก่าให้ยุนโฮ ร่างสูงรับมาอ่านคราวๆ และนึกถึงแฟ้มประวัติของซอง กุงอินที่พบในลิ้นชักของโบอา ซึ่งตรงกัน ซอง กุงอินคือซองอิลกุก จ่าตำรวจที่ป่วยเป็นโรคประสาทหลอนและเป็นโรคจิตขั้นรุนแรง

"ซอง กุงอินงั้นหรอ...ทำไมคุ้นหูจัง" ยุนโฮพึมพำ รู้สึกคุ้นเคยกับชื่อนี้มาก่อนแต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินจากที่ไหน

"ซอง กุงอิน ซอง กุงอิน ซอง กุงอิน" เสียงทุ้มเบสทวนชื่อคนร้ายไปมาพร้อมกับก้าวยาวไปที่มุมห้อง ยุนโฮเหลือบเห็นขอบมุมกระดาษแลบออกมาจากมุมเตียง มือหนาลากฟูกแข็งออก เขาจึงเห็นอะไรมากมายที่อยู่ใต้ที่นอนนั่น กระดาษ เอกสาร รูปถ่ายใบเก่า ดอกไม้แห้ง เศษเงิน และของอีกมากมายที่ถูกทับไว้ ยุนโฮขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าทำไมคนร้ายถึงนำของเหล่านี้มาทับไว้ใต้ที่นอน

จนกระทั่งมือเรียวยาวหยิบซองจดหมายขึ้นมาดู รูปถ่ายใบเก่าภายในนั้นเป็นรูปครอบครัวของอิลกุกหรือซอง กุงอินในอดีต ภาพใบหน้าของภรรยาและบุตรทำให้ยุนโฮอ้าปากค้าง ใช่...นึกออกแล้ว ซอง กุงอิน คือผู้ชายคนนั้น ชายที่ร้องห่มร้องไห้แทบขาดใจอยู่ข้างศพภรรยาและบุตรอันเป็นที่รัก หรือว่านี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้กุงอินเป็นโรคจิต

/เจอแล้วยุนโฮ! มีสายเข้าในเบอร์ของจุนซู ตำแหน่งเหนือกิมโป กระจายกำลังด่วน/


"เข้าใจแล้ว" ยุนโฮตอบรับก่อนจะรีบแจ้งไปยังศูนย์บัญชาการใหญ่ ร่างสูงสง่ารีบออกจากห้องพัก กระโดดขึ้นรถและรีบขับบึ่งไปทันที



.

.

.

.



เด็กหนุ่มร่างเล็กก้าวเดินอย่างระวังไปตามบันไดวน บรรจงวางปลายเท้าในกระทบพื้นเบาเสียงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เสียงหอบหายใจก็เช่นกัน หากดังเกินไปแม้เพียงเล็กน้อย อาจทำให้เด็กหนุ่มและผู้ปกครองตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต บันไดแต่ละขั้นเหมือนอาบด้วยยาพิษ สร้างแรงกดดันจนหัวใจเต้นสูบฉีดเลือดวิ่งพล่านไปทั้งร่าง แขนขาเล็กสั่นเทิ้มกระนั้นยังคงก้าวต่อไปพร้อมๆกับนายตำรวจข้างกาย มือเรียวบีบฝ่ามืออุ่นแน่นขึ้นเรียกให้ร่างสูงชำเลืองตามองด้วยความห่วงใย

ปาร์ค ยูชอนทำหน้าฉงน ไม่อาจส่งเสียงถามได้ดั่งเก่า คุณหนูคิม จุนซูเงยหน้ามองก่อนส่ายสั่นหัวเร็วๆตอบกลับ รอยยิ้มเรียวปากบางปรากฎเชิงบอกว่าก้าวต่อเถอะ ดวงตาคมข้างหนึ่งกระตุก เสยหน้ามองด้านบนเห็นภาพความว่างเปล่าที่ผิดปกติ แน่ชัดแล้วความว่างนั่นแท้จริงคือภาพลวงตา หลอกล่อให้เดินติดกับสู่ความตาย

ลมหายใจระบายเสียงแผ่วหากแต่หนักแรง เห็นได้จากละอองฝุ่นจำนวนมากฟุ้งกระจายตามแนวแรงระบาย สีหน้าเคร่งเครียดของพันตำรวจในตอนนี้ทำให้คุณหนูตัวน้อยรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย สัญชาตญาณรับรู้ระดับความอันตรายของนายตำรวจผู้นี้ไว้ใจเสมอทุกสถานการณ์ถึงแม้ว่าตัวตนที่แท้จริงจะไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย คาดการณ์ล่วงหน้าว่าต้องมีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นแต่ถึงกระนั้นยังคงจูงมือเรียวเดินวนขึ้นไปเรื่อยๆ ทำตามเจตนารมณ์ที่ว่าจะสู้ต่อด้วยกันอย่างไม่ถดถอย ทั้งที่ในใจกลับหวั่นไม่ต่างกัน

...จะรอดพ้นจากฆาตกรโรคจิตนี้ไหม...

...จะได้กลับไปกินแฮมเบอร์เกอร์กับน้ำปั่นแสนอร่อยรึเปล่า...

...หากวันพรุ่งนี้ต้องตื่นมารับรู้ว่าเสียคนใดคนหนึ่งไป...

...จะทนแบกรับความทุกข์ระทมแสนสาหัสต่อไปได้ไหม...

...หากต้องหายใจโดยปราศจากคนข้างกายในตอนนี้...

...จะสามารถก้าวเดินตามวิถีชีวิตเดิมได้อีกรึเปล่า...

...คำตอบอยู่ในใจทั้งสองดวงแล้ว...

...ว่าจะต้องผ่านอุปสรรคไปด้วยกัน...

"คุณยูชอน...ผม..." ก่อนจะถึงต้นทางที่เคยหลบหนีออกมา คุณหนูจุนซูชะงักฝีเท้า ยืนตัวแข็งทื่อ ความกดดันในตัวเองมีมากเกินไป ความกลัวจับทั้งขั้วหัวใจแผ่ความเย็นยะเยือกบีบให้หัวใจสั่นสะท้าน แปรผันเป็นไม่กล้าเผชิญหน้าทั้งที่รู้แก่ใจว่าอย่างไรเสีย ขาก็ต้องออกไปสู้อยู่ดี

"กลัวล่ะสิ" ยูชอนกระซิบอย่างรู้ทัน เพียงดูจากสีหน้าตื่นตระหนกของใบหน้าหวาน ซึ่งแสดงออกได้ชัดเจนทีเดียวว่าร่างเล็กตรงหน้านี้หวาดกลัวดั่งลูกแมวตัวน้อยๆ จุนซูพยักหน้ารับด้วยความกล้าๆกลัวๆ

"อย่ากลัวเลย ฉันจะปกป้องนาย เราจะกลับไปกินแฮมเบอร์เกอร์ด้วยกันตามสัญญา" ยูชอนกระซิบเสียงอ่อน นุ่มนวลแต่แฝงด้วยความหนักแน่น มือหนาบีบมือเรียวทีหนึ่งก่อนจะค่อยๆผ่อนแรง จุนซูใจชื้น เขาลืมไปได้อย่างไรว่าเขาต้องกลับไปทำแฮมเบอร์เกอร์แสนอร่อยโดยมีนายตำรวจนอนกินบนตักของเขา นั่นหมายถึงว่าจะต้องรอดจากสถานที่แห่งนี้ด้วยกันทั้งสองคน

"อื้อ" จุนซูตอบสั้นๆ ดวงตาเรียวฉายแววมุ่งมั่นและมีกำลังใจขึ้นมาทันที ยูชอนยิ้มรับก่อนจะค่อยๆขึ้นบันไดและแอบมองผ่านช่องประตูเพื่อสอดส่องความปลอดภัย

ไม่มีเงาคนร้ายยืนอยู่บริเวณนั้น อาจเป็นกับดักที่อิลกุกสร้างขึ้นเพื่อล่อให้เขาทั้งสองเข้าไปและแอบทำร้ายตอนเผลอ หรืออาจจะดักรอที่ด้านหลังของกำแพงเพื่อใช้ตัดขาของพวกเขาก็เป็นได้ ยูชอนไม่กล้าเสี่ยงเข้าไป แต่มันมีทางออกเพียงทางเดียว

พันตำรวจคิดหนัก ตัวเขาเองมันไม่เท่าไรหากไม่ติดที่คนตัวเล็กแสนบอบบางอ่อนต่อโลกข้างกาย จะทิ้งให้รอที่บันไดก็ไม่ใช่เรื่อง เพราะเขาอาจพลาดท่าและจุนซูจะกลายเป็นตัวประกันในที่สุด ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก เขาจะทำอย่างไรดี?

จู่ๆเงาในเงาคนเคลื่อนไหววูบไปมาเร็วๆ ก่อนจะช้าลงและหยุดอยู่กับที่ เงายาวของเลื่อยไฟฟ้าประกอบกับเสียงหวีดเล็กบอกให้รู้ว่าใบเลื่อยหมุนทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ จุนซูตัวสั่น ยืนหลบอยู่ด้านหลังของตำรวจ ยูชอนเองก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ เขารู้แล้วว่าอิลกุกกะดักฆ่าทันทีที่ยื่นปลายเท้าเข้าไป

"ตัวเล็กรอตรงนี้" ยูชอนกระซิบในลำคอ ร่างสูงย่อตัวลงเพื่อให้อีกฝ่ายได้ยินถนัดหู

"ฉันจะเข้าไปหยุดมันไว้ก่อนแล้วตัวเล็กรีบวิ่งออกไปจากห้องนั้น หาประตู หน้าต่างหรืออะไรก็ได้ที่หนีไปได้ ถ้าไม่เจอจริงๆ หาที่ซ่อนตัว เข้าใจไหม" ยูชอนพูดเร็วๆ เขารู้ว่าการซ่อนตัวเป็นอะไรที่แย่ที่สุดแล้วเพราะเขาอาจหาคุณหนูไม่เจอ มิหนำซ้ำ ฆาตกรอาจเจอก่อนเขา

"ไม่เอา" จุนซูส่ายหน้า

"ฉันปล่อยให้ตัวเล็กเสี่ยงไม่ได้ ฉันไม่อยากเห็นตัวเล็กเจ็บแม้แต่ปลายก้่อย...ขอร้องล่ะ...ทำตามที่บอกเถอะ" ยูชอนเอ่ยแหบต่ำ แววตาคมอ้อนวอนต้องทำให้คุณหนูตัวน้อยจำใจทำตาม

"ก็ได้ฮะ ระวังตัวด้วยนะคุณยูชอน" จุนซูเอ่ย แผ่นอกเจ็บแปลบกระตุกวูบไหวจนหายใจไม่ออก ร่างสูงยืดตัวขึ้นก่อนจะค่อยๆย่องไปที่ช่องประตู เสี้ยววินาทีหนึ่งที่ใบหน้าคมหันมามองร่างเล็กก่อนจะใช้ความเร็วกระโดดหันข้างผ่านช่องประตูไป

ฝึ่บ

แผ่นเหล็กกรังสนิทเฉี่ยวผ่านกายแกร่งเพียงไม่กี่มิลลิเมตร คุณหนูจุนซูใจหายแต่ก็ใจชื้นเล็กน้อย ร่างเล็กรีบวิ่งผ่านช่องประตูและตรงไปยังประตูอีกบานที่เปิดอ้าอยู่ เขาก้มหน้าก้มตาวิ่งผ่านชายหนุ่มทั้งสองที่กำลังเฉือดเชือนอย่างดุเดือด เมื่อขาเรียวไปถึงประตู จุนซูหมุนตัวกลับมา

"ไปสิจุนซู! หนีไป!!" ยูชอนตะโกนระหว่างจับท่อนแขนของอิลกุก ยันสุดกำลังไม่ให้ใบมีดฉีกร่างเขาออกเป็นสองท่อน จุนซูกัดริมฝีปากจนเลือดซิบ ก่อนจะหันหลังวิ่งไปตามคำสั่งทั้งที่ภายในใจร่ำร้องและหวาดกลัวเหลือเกิน เขาไม่ได้เข้มแข็งมากขนาดจะเอาตัวรอดไปคนเดียวและทิ้งให้คนที่รักเผชิญอันตรายอยู่ด้านหลัง

คิดได้ดังนั้นหยาดน้ำตาพรั่งพรูอีกครั้ง ขาเล็กวิ่งไปชั้นล่างแต่ทางตัน จุนซูใจเสีย ถอยหลังกลับขึ้นมาชั้นเดิมโดยไม่สนใจเสียงโครมครามในห้องที่จากมา เขาวิ่งขึ้นไปด้านบน ดวงตาเรียวเบิกกว้างเมื่อเห็นประตูที่มีแสงลอดด้านใต้ จุนซูรีบบิดลูกบิด

"เปิดสิ ขอร้องล่ะ" ประตูถูกล็อก จุนซูจึงออกแรงกระแทกตัวเองหลายต่อหลายครั้ง หัวไหล่ขวาถลอกจากการเสียดสีแต่เขาไม่สนใจ คุณหนูตัวน้อยลองเปลี่ยนข้างดูบ้างแต่กลับไม่เป็นผล เขาแรงน้อยเกินไปที่จะกระแทกตัวให้ประตูเปิดออก

เสียงสะอื้นหลุดจากลำคอเรียว มันน่าเจ็บในและเสียใจจับจิต ทางหนีจากนรกบ้าๆนี่อยู่ตรงหน้าแท้ๆแต่กลับไม่สามารถกางแขนรับอิสรภาพนั่นได้ จุนซูรีบหาทางอื่น ยังมีอีกห้องที่ไม่เคยเข้าไป ร่างเล็กลองเดินเข้าไปอีกห้องที่อยู่ถัดจากประตูที่ยืนอยู่ ห้องนั่นทั้งมืดและอับชื้น บ่องบอกถึงความไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย แต่มันคือทางสุดท้ายที่ต้องเข้าไป

ใบหน้าหวานซีดเผือก ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆไม่มีช่องประตูหรือหน้าต่างให้เห็น มีเพียงกระจกเงาบานหนึ่งตั้งไว้ที่มุมห้องเท่านั้น ราวกับโลกทั้งโลกแตกสลายต่อหน้าต่อตา หัวใจแทบหล่นลงมาเต้นที่ข้อเท้าเมื่อสมองประมวลผลได้ว่า...ไม่มีทางออก...

...ไม่จริง...

...ตึกนี้ไม่มีทางออก...

...คุณยูชอน พวกเราจะทำยังไงกันดี...

"อ๊าก" เสียงทุ้มคุ้นหูร้องลั่นดึงความสนใจจากร่างเล็ก จุนซูรีบลงไปชั้นล่างเพื่อดูสถานการณ์ของนายตำรวจ ยูชอนถูกอิลกุกทุ่มจนกายแกร่งกระเด็นไปกระแทกกับกำแพง จุนซูร้องเบาๆ เอามือปิดปากแน่น

พันตำรวจโซซัดโซเซลุกขึ้นเฉียดคมมีดหวุดหวิดก่อนจะยกขายาวฟาดเข้าใต้ท้องจนคนร้ายตัวงอ ยูชอนถือโอกาสนั้นแย่งเลื่อยจากมือและเขวี้ยงใส่กำแพงจนพังยับเยิน อิลกุกโกรธจัด เขายืดตัวพุ่งเข้าใส่ตำรวจ ล็อคกายแกร่งด้วยพละกำลังมหาศาล ยูชอนดิ้นแต่ก็ไม่อาจหลุดพ้น คนร้ายโยนนายตำรวจอัดใส่กำแพงดัง เสียงทุ้มร้องอัด กลิ้งไปบนพื้นจนเลยออกมาถึงช่องประตูใกล้บันไดที่คุณหนูตัวน้อยยืนหลบอยู่

"คุณยูชอน!" จุนซูรีบวิ่งเข้าประคองนายตำรวจ กว่าจะรู้ตัวว่าตนเองทำพลาดผิดคำสั่งของผู้ใหญ่ก็ถูกเงาดำเข้าบดบัง ใบหน้าหวานขาวซีดเงยขึ้นด้วยความกลัว หัวใจเต้นเร็วและแรง ลมหายใจถี่พุ่งพรวยจากจมูก สองมือประคองศีรษะชุ่มเลือดของนายตำรวจไว้ด้วยอาการสั่นเทา

"อยู่นี่เอง...เคยสงสัยไหมว่าทำไมฉันอยากฉีกแกทั้งคู่เป็นสอง...รู้ไหมถึงต้องพาแกมาที่นี่..." อิลกุกเอ่ยลอย น้ำเสียงเย็นเยือกและอาฆาตพอๆกับสายตาที่จ้องมองเด็กน้อยกับชายหนุ่มที่นอนสลบ

จุนซูไม่ตอบ ขยับตัวถอยหนีจนแผ่นหลังชนกับซี่กรงบันได กายบางสะดุ้งก่อนจะรีบหันมองด้านหลัง จนมุมเข้าแล้วแต่ก็ไม่อาจลุกขึ้นหนีได้ เพราะแข้งขาไร้แรงไปเสียดื้อๆและที่สำคัญ คุณหนูตัวน้อยไม่อาจทิ้งให้เจ้าชายอันเป็นที่รักตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้

"หึ...ใช่สิ หัวเราะกันอย่างมีความสุข...เห็นแล้วน่าหมั่นไส้! ได้ยินไหม มันน่าหมั่นไส้!!!" ชายหนุ่มร่างใหญ่ดึงคอเสื้อของเด็กหนุ่มขึ้นมาจนกายบางลอยกลางอาการศ จุนซูดิ้นไปมา พยายามแกะมือใหญ่ที่บีบรัดรอบคอออกอย่างทุรันทุราย เสียงครางหลุดลอดจากลำคอแทบไม่เป็นภาษา

"ปะ...ปล่อย..." คำพูดแผ่วเบาจากเด็กหนุ่มดูจะไม่เป็นผลสะทกสะท้านอะไร อิลกุกฉีกยิ้ม

"ร้องเข้าไปเจ้าหนู" อิลกุลลากร่างบอบบางเข้าไปในห้องโล่งห้องเดิม ก่อนจะหยิบเชือกที่ขาดมามัดรอบข้อมือเล็กใหม่อีกครั้ง จุนซูดิ้น กายบางถูกกดลงบนพื้น น้ำตาทะลักแตกเป็นสายน้ำเมื่อสถานการณ์นี้คับคล้ายกับเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดที่ผ่านมาจากมือคนชั่วตรงหน้า

"คุณยูชอน!!!" จุนซูตะโกนสุดเสียงเท่าที่จะทำได้ หางตาเรียวเหลือบเห็นร่างของนายตำรวจขยับ ค่อยๆลากสังขารตัวเองก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนด้วยแรงที่มี

ผลั่ก!

ยูชอนผลักชายร่างใหญ่ให้ห่างจากเด็กหนุ่ม ก่อนจะเริ่มตะลุมบอนกันอีกครั้ง จุนซูพยายามลุกขึ้นยืนแต่เขากลับทำได้เพียงกระเถิบตัวไปมาบนพื้นเหมือนโลมาเกยตื้น คุณหนูตัวน้อยพิงหลังกับกำแพง สูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะลุกขึ้นยืน ดวงตาเรียวเห็นภาพเจ้าชายต่อยด้วยมือขวาเต็มเข้าโหนกแก้มของคนร้าย แม้รูปร่างจะต่างกันลิบลับแต่พละกำลังของพันตำรวจก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย

"แกฆ่าทุกคน...ทั้งน้าหลาน ครูนักเรียนและทุกๆคนเมื่อ 2 ปีก่อน แกฆ่าพวกเขา!" ยูชอนตะคอกใส่

"แอบสลับชื่อหลักฐานป้ายความผิดให้ฮงจิน ทั้งรอยนิ้วมือและเส้นผม...แกคงจะแบล็คเมล์เขาล่ะสิ"

"หึ...ฮงจินมันซวยเองที่เสร่อเห็นฉันกำลังลากเด็กไปทิ้งน้ำ แค่ข่มนิดหน่อยว่าถ้าเชื่อฟัง ลูกเมียมันจะปลอดภัย แค่นี้มันก็เป็นทาสยอมทำอย่างทุกแล้ว...

และใช่...ฉันเองที่สลับหลักฐานทุกอย่าง พวกตำรวจอย่างแกน่ะโง่กันทั้งนั้น แค่เปลี่ยนชื่อจากฐานข้อมูลเดิมใหม่ทั้งหมดก็เข้าแผนฉันแล้ว ระบบรักษาความปลอดภัยหย่อนยานขนาดนี้น่ะหรือจะปกป้องประเทศ ทุเรศสิ้นดี!"

"ฉันคิดถูกแล้วสินะ ตั้งแต่จุนซูพบแกโดยบังเอิญ แกก็แอบเฝ้ามองฉันกับจุนซูมาตลอด เพราะจุนซูเป็นเด็กฉลาด แกเลยกลัวว่าจุนซูจะเผลอพูดอะไรที่สาวตัวถึงแกได้ และแกก็หาวิธีดักฆ่าปิดปากสินะ ใช่ไหม" แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ขับขันแบบนี้ก็ตาม จนถึงจุดนี้ ร่างเล็กที่นอนราบบนพื้นรู้สึกประหม่าเล็กน้อยที่ถูกชมว่าฉลาด

"แกปล่อยฮงจินออกมาเพื่อแยกฉันกับจุนซู และใช้เวลานั้นฆ่าจุนซู!" ยูชอนสวนกลับทันทีและน้ำเสียงกระโชกกว่าเดิม

"หึ...ผิดแล้ว...ฉันเล็งพวกแกไว้แต่แรก..." อิลกุกกระตุกยิ้ม วินาทีนั้นที่ยูชอนรับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของคนร้ายที่อัดแน่นไปด้วยความสนุกสนานในการฆ่าคน เลือดและเสียงกรีดร้อง

"เห็นพวกแกทีไร ฉันต้องนึกถึงเมียกับลูกที่น่ารักของฉัน..." สองมือของคนร้ายกำแน่น ร่างใหญ่สั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด

"แล้วแกจะรู้สึกยังไงเมื่อรู้ว่าที่จริงแล้วลูกที่ฉันรักมันไม่ใช่ลูกฉัน พ่อของมันคือชู้ของเมียฉันเอง!!! ฉันฆ่ามัน ไอ้เมียร่าน...กับลูกที่ไม่ใช่ลูกฉัน ฉันฆ่ามัน!" อิลกุกพุ่งเข้าใส่นายตำรวจ การต่อสู้ดำเนินอีกครั้ง ชายร่างใหญ่เหลือบเห็นร่างเล็กที่นอนอยู่จึงยิ้มเหี้ยม แต่ยูชอนจับหัวอิลกุกโขกกำแพงเต็มแรง

"จุนซู!" ยูชอนฉวยโอกาสที่อิลกุกกำลังมึนงง คว้ากายบางแบกขึ้นหลังก่อนจะรีบวิ่งไปทางช่องประตู

"คุณยูชอน ประตูมีทางออกแต่มันล็อก!" จุนซูร้องบอก เห็นคนร้ายโซเซวิ่งเข้ามา

"คุณยูชอน!!!"

เหมือนนายตำรวจจะรู้ตัวว่าไอ้โรคจิตตามหลังมาจึงรีบหันกลับมาเตะเข้าก้านคอจนชายร่างใหญ่ล้มคว่ำ ยูชอนวางเด็กหนุ่มลงก่อนจะรีบหมุนตัวซัดหมัดซ้ำก่อนที่มันจะเข้าทำร้ายจุนซู

"นี่สำหรับจุนซู ไอ้ชั่ว!!" เสียงทุ้มตะคอกจนเส้ยเสียงปูด ยูชอนจับอิลกุกดันจนกระแทกประตูไม้ เกิดรอยแตกเพราะแรงปะทะ แสงลอดตามรอยแยกเล็กๆให้เห็นทำให้นายตำรวจเหวี่ยงตัวคนร้ายซัดกับประตูอีกที

จุนซูมองหาสิ่งรอบตัว ไม่มีอะไรที่เขาสามารถตัดเชือกให้ขาดจึงเบนสายตามองยูชอนที่เป็นฝ่ายตกอยู่ในวิกฤต เขาถูกอิลกุกฟาดใส่ประตูหลายต่อหลายครั้งจนสุดท้าย กายแกร่งทะลุกระเด็นไปด้านนอก

"คุณยูชอน!!" เสียงเล็กร้องด้วยความตกใจ ดวงตาเรียวเห็นด้านนอกเป็นลานปูนโล่งๆ มีรั้วเหล็กสนิทเกรอะกั้นอยู่ มีบางจุดที่รั้วขาดไป มองจากจุดนี้คิดว่าพวกเขาน่าจะอยู่ประมาณชั้นสิบจากพื้นดิน แสดงว่านี่อาจเป็นแมนชั่นเก่า สำนักงานหรือตึกอะไรสักตึกที่ถูกทิ้งร้างมานาน

"ห่วงกันดีจริงนะ" อิลกุกลากขาเรียวไปตามทาง ใบหน้าหวานครูดกับพื้นหยาบจนแก้มซีกซ้ายถลอกเป็นรอยแดง เลือดซิบเส้นยาวปรากฎบนแก้มนุ่ม คุณหนูร้องครางด้วยความเจ็บแสบ กายบางถูกลากออกมาด้านนอกและหยุดตรงหน้าร่างสูงที่แน่นิ่ง

เสียงเล็กร้องครางเบาๆเพราะแสบแผลยังพวงแก้ม เปลือกตาบางหนักอึ้งจนแทบจะประคองสติไม่ไหว ทั้งความกลัว ความเหนื่อยและอ่อนล้าระดมตีจนไม่อาจขยับร่างกายได้อีก สติเล็กพร่าเลือนทุกที เห็นภาพทุกอย่างตรงหน้าเลือนลางกระทั่งใบหน้าคมสะบักสะบอมของเจ้าชาย

"ยะ...ยูชอน...คุณยูชอน...ฮะ" จุนซูเรียกแผ่ว พยายามขยับกายให้ได้สัมผัสใบหน้าของเจ้าชายแม้เพียงปลายนิ้วก็ยังดี แต่ข้อมือทั้งสองถูกพันธนาการจนขยับได้ไม่มากนัก รู้สึกเจ็บที่ต้องดิ้นให้หลุดจากเชือกกระสอบ จุนซูก็ยังเลือกที่จะบิดมือตัวเองไปมาด้วยความหวังว่าจะได้ประคองใบหน้าคมอันเป็นที่รักอีกครั้ง

"จุนซู..." ยูชอนพยายามเปิดตาด้วยความยากลำบาก แผลตามร่างกายไม่ว่าจะเป็นรอยบาดยังศีรษะ เจ็บช้ำภายใน แขนขาล้วนเกิดดวงสีม่วงเข้มให้เห็น เลือดไหลผ่านดวงตาซ้ายทำให้เขาต้องหรี่ตาลงข้างหนึ่ง

"อย่ามาซึ้งกันแถวนี้ ทุเรศลูกตา" อิลกุกเตะเข้าช่วงท้องของนายตำรวจอีกสองสามที ยูชอนอ้าปากร้องแต่กลับไม่มีเสียง พยายามอดกลั้นต่อความเจ็บปวดที่แร่นริ้วทั่วทั้งร่างดั่งเข็มพันเล่มปักแทงทั่วทุกตารางนิ้ว

"ทีแม่เสือสาวคนนั้นยังไม่ห่วงขนาดนี้" จ่าตำรวจเอ่ยขึ้นพร้อมกับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ยูชอนเบิกตาโพลง ปลายนิ้วกระตุก จุนซูกระพริบตาปริบ แม้จะเป็นเด็กแต่เขาฉลาดมากพอที่จะรู้ได้ว่าอิลกุกหมายถึงใคร

"ผู้หญิงที่นายตามติดทุกฝีก้าวเหมือนลูกหมาข้างถนนน่ะ จำได้ไหม"

"โซฮยอน..." มือหนาบีบเข้าหากันแน่น ดวงตาคมเข้มที่เคยฉายแววอ่อนโยนถูกแทนที่ด้วยความโกรธและความน่ากลัวจนไม่เหลือคราบตำรวจใจดี จุนซูหายใจกระตุกขาดห้วง สีหน้าและแววตาคมห่างไกลจากคำว่าอบอุ่น บัดนี้ทั้งโกรธเกรี้ยว ก้าวร้าว ร้อนเป็นไฟภายใต้นัยต์ตาน้ำตาเข้ม...นี่ไม่ใช่เจ้าชายแสนอบอุ่นของเขา

...ไม่ใช่เลย...

"อ่าใช่...โซฮยอน ...เสียงกรีดร้องครั้งสุดท้ายยังฝังอยู่ในสมองของฉันเลย..."

"ทั้งโหยหวนและสิ้นหวังมากเลยรู้ไหม ตอนนั้นน่ะ...เธอเรียกชื่อของแกพร้อมน้ำตา ฉันลืมถ่ายรูปเก็บไว้ให้ น่าเสียดาย...ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า" เสียงหัวเราะดังไปทั่วลานว่าง นายตำรวจพรวดพราดลุกขึ้นกระโจนเข้าใส่ พยายามบีบคออิลกุกให้ตายคามือ และความพยายามของยูชอนก็สำเร็จ พันตำรวจออกแรงบีบมือบีบรอบลำคอของอิลกุกจนเจ้าตัวหายใจไม่ออก ล้มลงกับพื้น อ้าปากพะงาบ

"แกจะทำอะไร...จะฆะ...ฆ่าฉัน...งั้นหรอ แกเป็นตำรวจ หึ...น่าสมเพช แกจะกลายเป็นฆาตกรซะเองทั้งๆที่แกตามจับฉันมาตลอด...เข้าใจถึงคำว่าฆาตกรแล้วใช่ไหม ไอ้ฆาตกร!!!" อิลกุกเอ่ยอย่างยากลำบาก หลอดลมของเขาตีบลงจนอากาศที่กักเก็บใกล้จะหมดลง

"เพราะแก โซฮยอนถึงตาย ...แกฆ่าเธอ ฉันจะฆ่าแก ได้ยินไหม ฉันไม่สนคำว่าตำรวจอะไรทั้งนั้น ฉันจะฆ่าแก ฉันจะฆ่าแก!!" ยูชอนออกแรงหนักขึ้นไปอีก อิลกุกตาเหลือกถลนร้องครางในลำคอด้วยความทรมาน

จุนซูเบิกตาโพลง หัวใจกระตุกวูบ ตกใจกับการกระทำของเจ้าชาย นายตำรวจแสนใจดี ยึดมั่นในหน้าที่และมุ่งมั่นกว่าใครๆพลิกผันเป็นคนบ้าสติแตก โมโหอยากฆ่าคนภายในพริบตา เข้าใจถึงคำว่าโกรธคือโง่ โมโหคือบ้า หากใครไม่มีสติแม้จะเป็นผู้รักษากฎหมายก็สามารถเข่นฆ่าปลิดชีวิตคนอื่นได้เช่นกัน

...นี่ไม่ใช่คุณยูชอนของผม...

...ไม่ใช่เลยสักนิด...

"อย่า! หยุดนะคุณยูชอน!!!" เสียงเล็กแหลมร้องขึ้น ยูชอนชะงักก่อนจะรีบหันไปมองต้นเสียงด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานซีดเผือกน้ำตาไหลพรากด้วยความเสียใจ ภาพเจ้าชายแสนรักกำลังกระทำอาชญากรรมโดยเป็นไปตามที่คนร้ายต้องการนั้นมันเกินกว่าที่จิตใจดวงน้อยๆจะรับได้ เพราะนี่ไม่ใช่การกระทำของผู้ที่ยึดมั่นในคุณธรรม และที่สำคัญ

...ยูชอนจะเสียใจมากเพียงใดหลังจากนี้...

...เขาคงเกลียดตัวเองไปชั่วชีวิต...

...ผมรับไม่ได้...ผมทนเห็นคุณยูชอนเจ็บปวดแบบนั้นไม่ได้...

...เพราะใจของผมเองก็จะเศร้าไปด้วยเช่นกัน...

"อย่านะฮะคุณยูชอน...ฮึก นี่ไม่ใช่คุณ...ไม่ใช่เลย...ฮึก..." เสียงสะอื้นไห้หลุดลอดออกมาทั้งที่ใจพยายามฝืน สำหรับจุนซูแล้ว ภายนอกแม้จะดูเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว แต่ความจริง คุณหนูตัวน้อยไม่ได้เข้มแข็งขนาดที่จะทนเห็นชายที่รักฆ่าคนต่อหน้า

ยูชอนชะงัก หัวสมองว่างเปล่าคล้ายล่องลอยในอากาศ ใบหน้าหวานเปื้อนน้ำตาทำให้หัวใจของร่างสูงเจ็บเสียด แผ่นอกวูบไหวหายใจไม่สะดวกราวกับไม่อาจสูดอากาศไม่เต็มปอดเสียที มือหนาค่อยๆปล่อยจากลำคอของคนร้ายก่อนจะถอยออกมาอย่างคนไร้สติ

"จุนซู..." เอ่ยลอยเสียงแหบต่ำ นายตำรวจเดินลากขาตรงไปหาร่างเล็ก ก่อนจะประคองเด็กหนุ่มขึ้นมาพร้อมกับกอดไว้แนบอกอย่างหวงแหน

"ไม่เป็นไรนะ...ไม่เป็นไร ฉัน..." ยูชอนกระซิบเหมือนพยายามจะบอกอะไรบางอย่าง เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าตนเองโหดเหี้ยมมากแค่ไหนต่อหน้าเด็กหนุ่มอันเป็นที่รัก จุนซูสั่นหัว ไม่ต้องการคำพูดใดๆจากปากของเจ้าชาย เพียงแค่เจ้าชายมีสติยั้งคิด เขาก็ดีใจมากแล้ว

"ดีจริงๆที่คุณกลับมา" จุนซูกระซิบแผ่ว เปลือกตาบางค่อยๆปิดลง ช้าๆพลางซุกเข้าหาแผ่นอกกว้าง ยูชอนยิ้มบาง เขาผลักกายบางออกเล็กน้อยก่อนจะแกะเชือกที่มัดแน่นยังข้อมือให้เป็นอิสระ

"หึ...แค่กๆ..." อิลกุกไอและหอบอย่างรุนแรง เขาพยายามลุกขึ้นในขณะที่ยูชอนและจุนซูถอยหนีห่างมากยิ่งขึ้น

"กว่าจะรู้ว่าฉันคือตัวการทั้งหมดก็สายไปแล้ว...พวกแกต้องตายอยู่ที่นี่!"

"งั้นต้องขอโทษก่อนเลยเพราะมันจะไม่มีทางเป็นแบบนั้น" ยูชอนตอกกลับ ดึงกายบางเข้ามาใกล้

"ตัวเล็ก...ฉันต้องให้ตัวเล็กช่วย..." ยูชอนเอ่ยแผ่ว ขยับริมฝีปากไม่มากนักเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเข้าใจ จุนซูพยักหน้า ร่างสูงกระซิบเร็วๆก่อนจะดันให้กายบางออกห่าง

"อิลกุก...ฉันจะจับแกเข้าคุก ชดเชยความผิดทั้งหมดที่ทำไว้..." ยูชอนก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย ในขณะที่จุนซูค่อยๆขยับตัวออกห่างอย่างช้าๆ เลี่ยงไปอีกทางตามคำสั่งของเจ้าชาย

"ฆ่าฉันซะเลยสิ" อิลกุกกระตุกยิ้ม

"ไม่ล่ะ ฉันจะอัดจนแกตัวน่วมเลยคอยดู..."

"เพื่อเด็กคนนั้นล่ะสิ จะอ้วก..."

"งั้นก็อ้วกเลยไอ้ชั่ว!"

นายตำรวจและฆาตกรเปิดฉากดุเดือดกันอีกครั้ง จุนซูถอยห่างให้หลุดจากสายตาของคนร้าย คำสั่งของผู้ปกครองยังดังก้องในสมอง 'หาอะไรก็ได้ที่ฟาดเจ้าบ้านั่นสลบ' เด็กหนุ่มแอบกลับเข้าไปในตัวตึกเพื่อค้นหาสิ่งที่ว่านั่น จุนซูมองหาอะไรก็ได้ที่เป็นท่อนเหล็กยาวหรือไม้แข็งๆที่จะฟาดคนร้ายให้สลบเมือดในคราวเดียว เขาต้องรีบ ก่อนที่เจ้าชายของเขาจะบาดเจ็บไปมากกว่านี้

โชคคงจะเข้าข้างคุณหนูอยู่บ้าง ดวงตาเรียวเหลือบเห็นซี่กรงราวบันไดผุอันหนึ่ง หากเขาออกแรงดึกมันออกมาคงจะสามารถนำไปเป็นอาวุธให้กับยูชอนได้

"อึ่ก..." เด็กหนุ่มออกแรงดึก รู้ตัวว่าเรี่ยวแรงที่มีอยู่นั้นไม่สามารถง้างเหล็กที่แม้จะเกือบหลุดอยู่รอมร่อมให้ขาดจากกันได้ มือเรียวบีบแน่นและออกแรงเต็มกำลังเท่าที่มี

"ขอร้องล่ะ..." ด้วยแรงใจที่อยากช่วยนายตำรวจจึงยอมทนเจ็บ ฝ่ามือแดงและแสบไปหมด กระนั้นก็ยังโก่งตัวดึงสุดแรง

"อั่ก..." พันตำรวจปาร์ค ยูชอนตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เขาถูกฆาตกรโรคจิตโขกหัวเข้ากับราวเหล็กจนมึนงง แผลบนใบหน้าเหวอะจนเลือดไหลแสบแผลไปหมด แรงที่มีค่อยๆหมดลง ทั้งเจ็บทั้งเหนื่อยจนแทบหายใจไม่ไหว เพียงเพราะนึกถึงเด็กหนุ่มตัวเล็กตลอดเวลาจึงทำให้เขาฮึดสู้ได้ถึงเพียงนี้

...หากไม่มีจุนซู...

...เขาคงยอมแพ้ไปนานแล้ว...

...แต่...ตอนนี้...มันไม่มีแรงแม้แต่จะหายใจแล้ว...

"คุณยูชอน!"

ปั่ก!!!

เสียงเล็กแหลมฉุดสติเลอะเลือนของร่างสูงให้กลับคืน น้ำหนักของคนร้ายโถมใส่ตัวเองทำให้ยูชอนเบี่ยงตัวออกมาได้ เขาก้มมองร่างแน่นิ่งของอิลกุกบนพื้นด้วยความมึนงง ก่อนจะเบนสายตาไปยังร่างเล็ก จุนซูยืนหอบ ใบหน้าขาวซีด น้ำตาไหลเป็นทาง ในมือกำท่อนเหล็กเอาไว้แน่น

"จุนซู..." ยูชอนดึงร่างสั่นระริกเข้ามากอดไว้ ทั้งๆที่ตัวเล็กนิดเดียวกลับฟาดคนร้ายจนสลบได้ ทั้งๆที่ใจในกลัวจนตัวสั่น ทั้งๆที่ร้องไห้หนักขนาดนั้น...ขอบใจนะ จุนซู...

"เก่งมากตัวเล็ก นายเก่งมาก" ร่างสูงลูบแผ่นหลังบางเบาๆไปมา พยายามเอ่ยปลอบประโลมให้ร่างเล็กหยุดสั่น มือเรียวทิ้งเหล็กในมือ กอดกายแกร่งสุดกำลัง

"ผมกลัว...ผมกลัวตัวเองดึงมันออกมาไม่ได้...ผมพยายามแล้ว แต่มันก็ไม่ยอมออกมา...ฮึก ถ้าผมแรงเยอะกว่านี้ คุณยูชอนคงไม่ต้องเจ็บมาก...ฮึก" อู้อี้ปนสะอื้นไห้จนฟังแทบไม่เป็นภาษา ยูชอนยิ้มบาง

"เก่งแล้วตัวเล็ก...ทำดีมาก" ยูชอนกอดร่างเล็กไว้ ก่อนจะค่อยๆใช้ปลายนิ้วปาดน้ำตาออกช้าๆ มือหนาจูงมือเรียวให้ห่างจากคนร้าย

"ฮึ่ย! แก!!!" โดยที่ไม่ทันตั้งตัว อิลกุกขยับตัวก่อนจะคว้าท่อนเหล็กและพุ่งเข้าหาเด็กหนุ่ม ยูชอนและจุนซูหมุนตัวมาพร้อมกันด้วยความตกใจ


ปัง


เสียงปืนลั่นหนึ่งนัดพร้อมกับร่างคนร้ายล้มไปกองบนพื้น กระตุกกายเบาๆสองสามที เลือดไหลนองจากร่างเป็นวงกว้าง ยูชอนและจุนซูหมุนตัวไปด้านหลังเพื่อมองเจ้าของกระสุน ปรากฎชายหนุ่มร่างสูงสง่าคุ้นเคยลดปืนลง พันตำรวจโทจอง ยุนโฮถอนใจด้วยความโล่งอกที่เขายังคงความเป็นเสือปืนไวและแม่นยำไม่เปลี่ยน ยูชอนและจุนซูถอนใจพร้อมกัน รู้สึกโล่งอกดั่งภูเขายกหายไปทั้งลูก

"ไงไอ้ยู...วันนี้มึงหล่อที่สุดเท่าที่เคยเห็นเลยว่ะ" เสียงทุ้มเบสเอ่ย กวน

"หุบปากไปเลย...กูเหนื่อยจะตายห่า" ว่าแล้ว ยูชอนก็ค่อยๆนั่งลงบนพื้น จุนซูก็เช่นกัน ขาสั่นจนยืนไม่ไหวจึงต้องพิงหัวไหล่แกร่งเพื่อทรงตัว

"กว่าจะขึ้นมาได้...ไอ้บ้านั่นคิดอะไรของมัน โบกปูนปิดตึกนี้หมด กูปืนบันไดหนีไฟขึ้นมาเลยนะเว่ย" ยุนโฮยิ้มเมื่อเห็นทั้งสองปลอดภัยแม้ว่าสภาพจะสะบักสะบอมทั้งคู่ โบอาโผล่ขึ้นมาพร้อมกับกองกำลังเสริมเข้ามาเคลียร์พื้นที่

"วันหลังช่วยมาไวๆหน่อยไอ้หมี...มาเอาป่านนี้ช่วงบทพระเอกพอดีเลยนะมึง" ยูชอนเอ่ยก่อนจะเอนศีรษะพิงหัวกลมของคุณหนูตัวน้อย จุนซูยังสั่นอยู่แต่ไม่มากนัก ร่างสูงจึงจับกายบางมานั่งบนตักและกอดไว้สุดแรง

"ขอบใจนะตัวเล็ก...วันนี้นายช่วยชีวิตฉัน" ยูชอนกระซิบ โอบวงแขนให้พอดีรอบกายบาง แม้ว่าเขาเองก็เจ็บแต่ไม่เท่ากับร่างบอบบางต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายในวันนี้

"ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ...คุณยูชอนเจ็บเพื่อผม..." มือเรียวลูบใบหน้าคมอย่างแผ่วเบา หยาดน้ำใสคลอเบ้าตาอีกครั้ง เจ็บเสียดทั้งแผ่นอกที่เห็นบาดแผลมากมายตามร่างกายของเจ้าชาย ยูชอนคงเจ็บมากแต่ก็ยังยิ้มให้เขาอย่างอบอุ่นเช่นเคย

"เรื่องเล็ก อย่าคิดมาก" ยูชอนยิ้มกว้างก่อนจะหอมแก้มใสเบาๆ จูบประทับลงบนรอยแผลบนแก้มใส หวังว่าความอุ่นเล็กๆจากริมฝีปากตนเองจะสามารถรักษาอาการเจ็บปวดของร่างเล็กไว้ได้ จุนซูยิ้ม เอนหัวซบยังบ่ากว้าง

"ดีที่ไม่เป็นไร" ยุนโฮยิ้ม มองไปรอบๆเพื่อตรวจความเรียบร้อย เขาตั้งใจยิงไปยังสีข้างของอิลกุก ร่างของฆาตกรถูกตำรวจับใส่กุญแจมือและลากคอไปดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว

"มันเป็นโรคจิต...เห็นภาพอบอุ่นของแม่ลูกไม่ได้ เพราะมีปมกับภรรยาและลูกมาก่อน เดิมมันชื่อซอง กุงอิน...ผู้ชายที่ร้องห่มร้องไห้เพราะภรรยาตายน่ะ นายจำได้ไหม" ยุนโฮเอ่ย

"จำไม่ได้ว่ะ โทษที" ยูชอนตอบ เขาไม่สนใจความจริงของคดีสักเท่าไรในตอนนี้ เพราะมันไม่สำคัญอีกต่อไปเพราะ จุนซูของเขาปลอดภัยจากเงื้อมมือของคนร้ายแล้ว

"เออ นั่นแหละ...ต่อมามันเป็นโรคจิต เจอแม่ลูกที่ไหนก็ฆ่าระบายความเกลียดชัง ญาติห่างๆของกุงอินรู้เข้าจึงพาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล อาการมันก็ดีขึ้นจึงไม่พบแพทย์อีก...และนี่...คงจะกำเริบขึ้นมาใหม่แต่กลับกลายเป็นว่าแค่เห็นภาพความรักความอบอุ่นของผู้หญิงกับเด็กก็ฆ่าได้แล้ว" ยุนโฮอธิบายจนจบ โบอาเดินยิ้มเข้ามา

"เป็นไงบ้างจ๊ะจุนซู เก่งมากเลยนะ" หญิงสาวลูบผมนิ่มของเด็กหนุ่มเบาๆไปมาพร้อมกับยิ้มกว้าง

"ไม่หรอกฮะ...เพราะคุณยูชอนที่ช่วยผมไว้" จุนซูตอบเสียงแหบ เหนื่อยเหลือเกินที่จะเอ่ยประโยคยาวๆ

"ถ้าไม่มีโทรศัพท์เครื่องนี้ของจุนซู พี่คงหาหนูไม่เจอแน่ๆ" โบอาส่งโทรศัพท์มือถือสีชมพูส่งคืนเจ้าของ จุนซูรับมาด้วยสีหน้างุนงง

"Miss call?" จุนซูเห็นเบอร์แปลกๆโทร.เข้ามา ยูชอนเลิกคิ้วนึกขึ้นได้มามีคนโทร.เข้ามาหาร่างเล็กตอนเขาถูกมัด

"แปลกนะที่มีสัญญาณแว่บหนึ่งพอดี ไม่งั้นฉันหาไม่เจอแน่ๆ ต้องขอบคุณสวรรค์" โบอาเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นพยุงร่างเล็กให้นอนบนเปล พยาบาลที่ตามมาด้วยกันเข้ามาดูแลผู้บาดเจ็บทั้งสองคน ยูชอนและจุนซูถูกย้ายลงมารักษาเบื้องต้นยังด้านล่างของตึกร้างภายในรถพยาบาลที่จอดรอไว้

"เอ๊ะ?" จุนซูร้อง โทรศัพท์ในมือสั่นและส่งเสียง เพราะถูกย้ายลงมาด้านล่างทำให้มีสัญญาณโทรศัพท์ชัดเจน

"สวัสดีครับ" ร่างเล็กดัดเสียงให้เป็นปกติมากที่สุด ดวงตาเรียวเบิกกว้างด้วยความตกใจ

"แม่!?" สิ้นคำ ยูชอนสะดุ้ง คุณนายคิมโทร.มา ต้องถามทุกข์สุขของร่างเล็กแน่นอน...ตายแน่ๆ...

"ครับ ผมสบายดี" จุนซูตอบก่อนจะเหลือบมองใบหน้าคม ยูชอนยิ้มฝืดให้พร้อมกับพูดไร้เสียงเป็นประโยคว่า 'บอกไปเลยว่าดูแลไม่ดี ขอโทษด้วย'

"คุณยูชอนหรอฮะ?...เขาดูแลผมดีมากๆเลยครับแม่" ปาร์ค ยูชอนกระตุกคิ้ว ใจเต้นแรง เขาได้ยินเสียงลอดออกมา คุณนายคิมคงถามจุนซูด้วยประโยคยาวเยียด

"เขาดีกับผมมากๆเลยฮะ ขี้บ่นบ้างแต่เขาดูแลผมเป็นอย่างดี" เสียงเล็กตอบปลายสายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ร่างสูงสังเกตเห็นรอยยิ้มยังริมฝีปากบาง ใบหน้าคมแดงเล็กน้อย ถูกชมก็ต้องขะเขินเป็นธรรมดา

"ตอนนี้ผมไม่สะดวกคุยเลยครับแม่ ว่างๆผมจะโทร.ไปหานะครับ เบอร์นี้ใช่ไหมครับ...ครับ ผมจะเซฟไว้นะครับ...ครับ สวัสดีครับ" จุนซูวางสายก่อนยิ้มให้ร่างสูง

"แม่โทร.มาหรอตัวเล็ก" ยูชอนถาม ใบหน้าหวานพยักตอบ

"ฮะ แม่ถามว่าคุณยูชอนเป็นยังไงบ้าง ดูแลผมดีไหม"

"แล้วนายโกหกแม่ไปทำไมล่ะ ฉันปล่อยให้นายเจ็บซะขนาดนี้" ปลายนิ้วเรียวลูบรอยแผลยังแก้มใสเบาๆไปมา จุนซูยิ้ม น้ำตาคลอจนเผลอไหลรินตามพวงแก้ม

"ผมไม่ได้โกหก...คุณยูชอนดูแลผมดีจริงๆ...ดีที่สุดเลย..." จุนซูร้องไห้ เป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่อาจทราบได้ แต่ที่แน่ๆ ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว หยาดน้ำตาในครั้งนี้ความตื้นตันที่มีในตัวเจ้าชายที่คอยโอบกอดดูแลตนเองมาตลอด ไม่ว่าจะเวลาใด ยามไหน นายตำรวจซกมกคนนี้ก็ยืนเคียงข้างและปกป้องเขาสุดกำลังตามคำมั่นสัญญา

"อย่าร้องไห้สิตัวเล็ก...นายก็รู้ว่าฉันแพ้น้ำตา..." ยูชอนดึงกายบางมากอดในวงแขน อบอุ่นและปลอดภัยเช่นทุกครั้ง มีเพียงอ้อมแขนนี้เท่านั้นที่ทำให้จุนซูอุ่นใจและไม่รู้สึกเจ็บใดๆอีก มีเพียงเจ้าชายของเขาคนเดียวที่สามารถปัดเป่าความกลัวทุกอย่างในใจของเขาไปจนหมดสิ้น

"พักผ่อนซะตัวเล็ก...วันนี้นายเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ฉันจะอยู่ข้างๆนายเอง หลับเถอะนะ" ยูชอนกระซิบพร้อมกับลูบผมนิ่มไปมาเบาๆ จุนซูพยักหน้ารับ ทำตามอย่างยินดียิ่งโดยไม่ขัดขืนใดๆ มือเรียวกอดเอวหนาไว้ เปลือกตาบางค่อยๆปิดสนิท

"ตัวเล็กๆ" ยูชอนเรียกก่อนที่สติน้อยจะหลงหลับ จุนซูครางตอบรับในลำคอ

"ฮะ?"

"อย่าลืมทำน้ำปั่นกับแฮมเบอร์เกอร์ของฉันนะ" จุนซูยิ้มทั้งที่ยังหลับตาอยู่ มือเรียวกอดกายแกร่งแน่นขึ้นพร้อมกับซุกหน้าเข้าหาแผ่นอกกว้าง

"ฮะ...ผมจะทำสุดฝีมือเลย" เสียงเล็กแผ่วเบาหากแต่อ่อนหวานอย่างที่สุด รอยยิ้มเบาบางระบายให้ร่างสูงต้องยิ้มตาม ยูชอนกอดร่างเล็กไว้ เอนหัวซบเองหัวกลมอีกคนก่อนจะหลับไปพร้อมกันในอ้อมแขนกันและกัน





TBC

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โฮก!!
กว่าอิลกุกมันจะตาย
เป็นตัวโกงที่อึดค่อดๆ
ฮ่าๆ อ่านแล้วลุ้นมากสรุปยูชอนจะรอดไหมเนี้ย
มันโรคจิตจริงๆแร่ะ
เหอะๆ โบกปูนปิดทางเข้า
แต่สุดท้ายก็รอดมาได้
เก่งจริงๆ อิอิ

#1 By ZeNsE .dAyZ on 2009-08-29 21:00

อิลกุก ในที่สุดมันก็ไปสักที
เวนกำมาอ่ะ เห็นคนอื่นมีความสุขไม่ได้ คนอะไร ???

ยูซู เก่งนะ หนีมาได้
ยอดมนุษย์จริง ๆๆๆ ๆๆ

อย่าลืมมาอัพต่อนะค่ะ ~^^

#2 By don't know on 2009-08-30 00:12

อ่า ผมจะทำสุดฝีมือเลย
รู้นะว่ามันต้องจบเเบบอบอุ่น
เเต่ไม่นึกว่าจะอุ่นขนาดนี้
ขอบคุณนะ

#3 By marked (58.8.36.203) on 2009-08-31 21:17

อ๊า นึกว่าจะจบตอนนี้ซะแล้วว

เหนทูบีคอนก็ค่อยโงเพราะอยากอ่านต่อค่า

อยากอ่านฉากหวานๆซึ้งจัง

ตอนนี้เล่นเอาเครียดเลยค่ะกว่าจะจับไอสารเลวนั่นได้

ปาร์คเกือบตาย ไอหมีก็มาช่วยช้าจริงๆแหละค่ะ ฮ่าๆ

อันที่จริงยุนโฮน่าจะยิงมันตายไปเลยนะ เกลียดมัน ไอบ้า

มาต่อเร็วๆน้าคะ รออยุ่ค่า

#4 By Monkey d (58.11.36.247) on 2009-08-31 22:50

เหมือนดูหนังบู๊เลย ลุ้นแทบตาย
ถ้าหมีมาไม่ทัน อะไรจะเกิดขึ้น
แต่นะ รอดมาแล้วก็โล่งล่ะ
คนดีย่อมแคล้วคลาด
ตอนท้ายซึ้งเชียว นอนกอดกัน
ภาพอบอุ่นมากๆเลย
น่าทำ fanart นะ
รออ่านตอนต่อไปค่ะ

#5 By chebi (125.24.176.27) on 2009-09-01 22:13

โฮ เจ้าชายยยยยยยยยยย ของฉัน

เยิน กันพอดี ปาร์ค เท่ห์นะเนี่ย

หลงๆๆๆๆ รออ่านตอนต่อไปนะคร้าบบบบบบบบบ

ขอบคุณมากสนุกจังเลย เคยอ่านจากบอร์ดฟิค นึกว่าจะเลิกแต่งไปแล้วนะ ดีใจจังกลับมาแต่งต่อ 5555

สู้ สู้ นะคร้าบบบบบบบบบ

#6 By Bloommint on 2009-09-02 18:04

อ่า ดีใจจังที่ปาร์คกับจุนซูไม่เป็นไร
แต่ก็เล่นซะปาร์คสสบักสบอมได้ที่เลยน่ะเนี่ย
ประทับใจปาร์คที่ว่าถ้าไม่เพราะจุนซูคงไม่มีแรงสู้ขนาดนี้
ก็นะ คนดีๆ ยังสู้ยากเลย เนี่ยคนร้ายโรคจิตซะด้วย
ไชโย ปาร์คสมเป็นเจ้าชายของนู๋โลมา

#7 By zhai (125.24.73.166) on 2009-09-03 22:21

อ่า.....

เกลียดอีตาอิลกุกจังเรยอ่ะ

โรคจิตที่สุดเรย

#8 By chocolate (202.149.25.241) on 2009-09-08 20:09

*กริ๊ดดดด*
พี่กิ๊ก!
สุดยอดเหอะ พลูนับถือพี่กิ๊กมากอ้ะ
โคตรรักฟิคเรื่องนี้หาใดเปรียบเลยไง!
โอย ตอนนี้ใจหายใจคว่ำไปหลาบรอบมาก
อย่างลุ้นอ้ะ T T และแล้วก็รอดออกมาจนได้
ดีใจมาก ปาร์คอย่างเจ้าชายอ้ะ อร๊างงงง~
ลุ้นมากๆ ลุ้นสุดๆเลยไง
ขอบคุณมือถือสีชมพูเครื่องนั้นของจุนซู
ขอบคุณโบอาที่หาตำแหน่งได้
ขอบคุณยุนโฮที่ยิงไอ้โรคจิตนั่นทัน
ขอบคุณยูซูที่น่ารักแม้ในวินาทีวิกฤติ
โอย.. สุดยอดจริงๆพี่กิ๊ก
รู้สึกใจหายมาก ตอนหน้าตอนสุดท้ายแล้ว T T
อยู่กับฟิคเรื่องนี้มานานมาก ไม่อยากให้จบเลย T T
ขอสเปได้ป่าวพี่กิ๊ก ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

โอย พันตำรวจกับคุณหนูคิมน่ารักที่สุดเลย cry

ปล. ยุนโฮเท่ได้อีกค้าาาาาาา

#9 By kimmy_pooh_ys (125.25.84.31) on 2009-09-20 23:58

กว่ามันจะตาย -*- เล่นเอาลุ้นเลยนะเนี่ย

หนังสือ รวมเล่มๆๆๆ

รวมเล่ม 555+

แต่งสนุกมากๆ เลยค่ะ ^^

#10 By BoOm (222.123.229.44) on 2009-10-09 14:14

ไม่ได้หาอ่านซะนานน

โอ๊ววววว หนูกัวอิลกุกค่ะ

คนอารัยโรคจิตไร้คำบรรยายจิงๆ

ดีจัยที่ปาร์คกะน้องรอด 555

มาต่อเร็วๆนะค้าาา ไรเตอร์สู้ๆ

#11 By wing_wing (110.164.121.95) on 2009-10-09 16:12

"เพื่อเด็กคนนั้นล่ะสิ จะอ้วก..."

"งั้นก็อ้วกเลยไอ้ชั่ว!"
^
^
555 + พูดได้สะใจมาก ยุนโฮมาได้ทันเวลาจริงๆ (เด่นอีก=_=)

#12 By (125.26.74.13) on 2009-10-20 19:45

ปดะปะปกะกะ ฟาย

#13 By พถกี้ (125.27.147.12) on 2009-11-16 14:51