-::เปิดบล็อกใหม่อีกรอบนะคะ.. กำลังทยอยลงฟิคใหม่อีกรอบ ดูได้ในสารบัญค่ะ::--::ห้าม!!นำเนื้อหาในบล็อกไปเผยแพร่ที่อื่น(อีก)นะคะ... เอนทรี่เก่าๆเราลบหมดแล้วเพราะเรื่องนั้นแล...::- -::Love U ::Junsu::Yuchun::Jaejoong::Changmin::Yunho::TVXQ::Cassiopeia and... Yoosu!::-


ShoutMix chat widget

[SF] The way u r...ยังไงก็รัก

posted on 25 Jul 2009 23:38 by koekun  in Fiction

Title: The way u r...ยังไงก็รัก
Author:Koekun
Pairing: Yoosu
Rating: PG-13


[SF] The way u r...ยังไงก็รัก


          ร่างบางใบหน้าหวานอมยิ้มน้อยๆ พลางเดินบนถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนเดินสวนกันไปมาให้ขวักไขว่ ใบหน้าเรียวเล็กเงยขึ้นมองท้องฟ้ามืดสนิทยามค่ำคืน ดาวเล็กๆส่องประกายระยิบระยับไปทั่วผืนฟ้า ริมฝีปากบางยิ้มน้อยๆพลางยักไหล่ก่อนจะกระชับเสื้อนอกสีเข้มให้เข้าที่ ขาเรียวออกก้าวข้ามถนนอย่างไม่เร่งรีบ เมื่อถึงฟุตบาทแล้วร่างบางก็ยกเครื่องมือสื่อสารขึ้น

          “ฉันถึงแล้วนะ อยู่ไหนกันน่ะ” เสียงใสเอ่ยกับคู่สนทนา

          /เข้ามาเลยจุนซู พวกเรารออยู่/ เสียงหวานของหญิงสาวตอบกลับอย่างตื่นเต้น ก่อนจะตัดสายไป จุนซูยิ้มกว้างก่อนจะเร่งเดินเลาะไปตามฟุตบาทที่ล้อมด้วยร้านค้ามากมาย

          ร่างบางหยุดอยู่หน้าร้านอาหารเล็กๆสีนวลสวย ร้านนี้ไม่ได้หรูหรามากนักแต่ก็เต็มไปด้วยความทรงจำดีๆมากมาย ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอีกครั้งเมื่อนึกถึงเรื่องราวช่วงชีวิตในรั้วโรงเรียนและชีวิตเด็กมหาลัย ช่วงเวลานั้นช่างเป็นช่วงเวลาที่ดีมากจริงๆ แม้ว่าจะทำงานหนัก แต่ก็ยังยิ้มได้ หัวเราะได้ ร้องไห้ก็ร้องไห้กับเพื่อน สอบได้คะแนนดีก็กระโดดกอดคอกับเพื่อนฝูง กลุ่มเพื่อนดีๆหายากแบบนี้ก็ยังคงรักกันเหนียวแน่นจวบจนแต่ละคนจบมหาวิทยาลัยไป ทำงาน และได้มีครอบครัว...จุนซูรีบผลักประตูไม้เข้าไปในร้าน ทันทีที่ร่างบางปรากฏกายก็มีเสียงหญิงสาวโบกมือพลางร้องเรียก

          “จุนซู ทางนี้ๆๆๆๆ โอ้ยยยยยย คิดถึงจังเลยยยยย” หญิงสาวใบหน้าสวย ตาคู่กลมโต รูปร่างเพรียวบางในชุดกระโปรงผ้ายาวถึงเข่า เธอคนนั้นรีบลุกจากที่นั่งและวิ่งตรงเข้ากอดจุนซู

          “ใจเย็นๆโบอา ฉันหายใจไม่ออก” จุนซูพยายามพูดทั้งที่ยังโดนหญิงสาวกอดแน่น

          “ไม่เจอกันตั้งนาน ฉันคิดถึงแกมากกกกกกกกกกก โลมาน้อยยยย~~~” โบอาปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระพลางจับมือเล็กให้มานั่งร่วมโต๊ะบรรดาเพื่อนเก่าที่ไม่ได้ติดต่อกันมาหลายปี

          “จุนซูนายยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะเนี่ย” แจจุงยิ้มพลางตบบ่าทักทายตามประสาเพื่อน

          “นั่นสินะ พวกเราเนี่ย แทบไม่เปลี่ยนไปเลย ไม่เจอกันตั้งนานแน่ะ คิดถึงชะมัด” สเตฟานี่กรี๊ดกร๊าดกับบรรดาเพื่อนสาวที่นั่งฝั่งตรงข้าม

          “ยัยโบอา แกเนี่ยยังหัวแหลมเหมือนเดิม เลือกวันรวมรุ่นได้เยี่ยมมาก” นาราเอ่ยขึ้นบางพลางปรบมือให้

          “แน่นอนย่ะ ฉันเป็นหัวโจกของกลุ่มมาตลอด โฮะๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกัน

          “ฮิย่ะฮ่าๆๆๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะเอกลักษณ์ดังขึ้น แทรกขึ้นมากลบคนอื่นซะมิด

          “ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ฉันชอบเสียงแบบนี้จริงๆเลยจุนซู ไม่ได้ยินมาตั้งนานแน่ะ” แจจุงยิ้มกว้างและมองหน้าเพื่อนรักก่อนจะขยี้หัวให้หายคิดถึง
          กลุ่มเพื่อนนี้เริ่มมาจากชีวิตช่วงนักเรียนม.ปลาย พวกเค้าเป็นสภานักเรียนที่ตกอับมาก ถูกใช้งานหนักอย่างกับวัวควาย แถมยังต้องเรียนหนังสืออีก ในสภามีแต่พวกหัวสูงๆ รวยๆ และไร้ความรับผิดชอบ ก็จะมีแต่ คิม แจจุง สเตฟานี่ กวาน โบอา ลี นารา และ คิม จุนซู เด็ก 5 คนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขช่วยเหลือกันมาตลอด เมื่อโตขึ้นแต่ละคนก็เริ่มแยกย้ายใช้ชีวิตของตนเอง ถึงแม้จะอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่งานของแต่ละคนก็หนักหนาสาหัส จนแทบจะไม่ได้มานั่งกินข้าวด้วยกันเหมือนเก่า และเพื่อนรักกลุ่มนี้ก็ห่างกันมากขึ้นเพราะ แต่ละคนก็มีงานมีการมีงานทำกันหมด

          แจจุงเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทชั้นนำของประเทศ (ถึงได้พบกับยุนโฮ และรักกันในที่สุด) สเตฟานี่ใช้เสียงอันไพเราะของเธอก้าวไปสู่นักพากษ์การ์ตูนและภาพยนตร์ดังๆ นาราเป็นนักข่าวและคนเขียนบทความที่มีชื่อเสียง โบอาแต่งงานแล้วก็ไม่ได้ทำงาน ส่วนตัวเค้าเอง จุนซูทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ให้บริษัทซอฟท์แวร์ชั้นนำ ท้ายที่สุดพวกเค้าก็แทบไม่ได้มานั่งพบปะสร้างสรรค์กันเลยเมื่อแต่ละคนแต่งงานมีคู่ชีวิต...เอ่อ...ยกเว้นใครคนนึง...

          “คิดถึงสมัยเรียนจังเลยเนอะ ชีวิตสนุกๆแบบนั้นหาไม่ได้อีกแล้ว” จุนซูเปิดหัวข้อสนทนา

          “ใช่ๆ มีความสุขทั้งน้ำตา เฮ้อ~ อยากกลับไปเรียนจัง ฉันทำงานจนหน้าย่นหมดแล้ว” โบอาเอ่ยพลางโบกมือพัดให้ตนเอง

“อย่ามาตอแหล แกนั่งเป็นคุณนายอยู่บ้านหรอก แต่งงานมีผัวดีไปแล้วนี่ มาทำงงทำงานไร ยัยกะล่อน” นารากัดไปที แต่ก็เรียกเสียงหัวเราะของคนในโต๊ะอาหารได้

          “แจจุง...นายจะแต่งงานแล้วนี่ กับใครน้า~~” สเตฟานี่เอ่ยขึ้นบาง แจจุงหนุ่มหน้าสวยไม่ตอบแต่กลับอมยิ้มเขินๆให้แทน

          “กับจอง ยุนโฮ ท่านประธานสุดหล่อเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ติดTop-5 ของเกาหลี” นาราตอบให้เสร็จสรรพ แจจุงได้แต่พยักหน้าพลางอมยิ้ม

          “มีเรื่องอะไรที่แกไม่รู้บ้างไหม ยัยนารา” โบราเท้าคางเรียวมือบางของตน

          “ฉันเป็นนักข่าว เรื่องแค่นี้ทำไมจะไม่รู้ แต่ที่ฉันไม่รู้ก็คือ...” นาราส่งสายตาจ้องจุนซูที่นั่งฝั่งตรงข้าม ร่างบางแอบสะดุ้งเล็กน้อย

          “นายมีแฟนแล้วใช่ไหมจุนซู อย่ามาปิดนะ” นาราตบโต๊ะพลางจ้องเขม็งไปที่ร่างบางเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมโต๊ะ จุนซูมองซ้ายมองขวาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

          “บอกมานะ อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่อง” โบอาเอื้อมมือมาเขย่าคอเล็กจนหัวกลมโยกไปมา

          “โอ้ยๆ บอกๆแล้ว ปล่อยฉันก่อน” ในที่สุดจุนซูก็ยอมเอ่ยปาก สีหน้าของเพื่อนทั้ง 4 ต่างตื่นเต้นไม่แพ้กัน

          “เค้าชื่อยูชอนน่ะ ปาร์ค ยูชอน อายุก็แก่กว่าฉันไม่กี่เดือนหรอก ว่าง่ายๆรุ่นเดียวกันนั่นแหละ” ร่างบางหยุดเพื่อผ่อนลมหายใจ ก่อนจะช้อนตามองเหล่าเพื่อนที่นั่งฟังหูตั้ง

          “ว่าแต่...รู้ได้ไงอ่ะ ฉันอุส่าห์ปิดเงียบแล้วนะ” ร่างบางเอ่ยพลางพองลมขึ้นเล็กน้อย นาราหัวเราะในลำคอเบาๆ

          “หึๆ คนสายตาว่องไวราวนกเหยี่ยว มองปร๊าดเดียวก็รู้...หน้านายน่ะดูมีความสุขมากเลยนะ แล้วที่ห้อยกระเป๋ารูปมิกกี้น่ะก็สะดุดตาฉันม๊ากมาก จุนซูที่ฉันรู้จักน่ะ...ห้อยแต่โลมาเท่านั้น” นาราขยิบตาให้ทีนึง ร่างบางหน้าแดงเล็กน้อย

          “จริงด้วย...เพิ่งสังเกตนะเนี่ย” แจจุงก้มมองดูพวงตุ๊กตารูปมิกกี้เมาท์บ้าง

          “เอ่อ...ยูชอนเค้าชอบมิกกี้เมาส์น่ะ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอก” จุนซูยิ้มแห้งๆ เพื่อนทั้ง 4 ต่างเลิกคิ้วสูง

          “เอาละๆ แต่ละคนก็มีแฟนกันแล้ว...เมาท์แตกเรื่องผัวเมียกันดีกว่า” สเตฟานี่ปรับท่านั่งเล็กน้อย

          “เอาดิๆ น่าสนุกนะ” โบอาขยับตัวเล็กน้อย

          “ฉันขอเริ่มก่อน...ผัวฉันน่ะนะ จำได้ใช่มะ โฮอิน...โอ้ยยยย แรกๆนะก็หวานชื่นกับฉันดีอยู่หรอก แต่ตอนนี้นะ หายหน้าหายตาไปเลย บอกว่า ติดงานๆ โอ้ยฉันละเซ็งจิต” นาราเผาสามีตนเองเป็นคนแรก

          “เหมือนกันเลย เหมือนยองเซของฉันเลย บอกแต่ติดประชุมๆ กลับบ้านดึกแทบทุกวัน” สเตฟานี่จิ๊ปากก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ

          “อืม ยุนโฮก็คล้ายๆกันแหละ แต่รายนั่นเค้างานยุ่งจริงๆ” แจจุงยิ้มน้อยๆก่อนะหันมาหาร่างบางที่นั่งติดกัน

          “แล้วแฟนนายละจุนซู...เค้าเป็นยังไงบ้าง” เสียงหวานเอ่ยถาม

          “อืมมม...ยูชอนน่ะหรอ...” ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นมองคล้ายนึกย้อนกลับไป

 

“กลับมาแล้วหรอยูชอน”

“อืม...จุน...ซู” ร่างสูงเดินโซเซจนแทบจะล้ม จุนซูรีบวิ่งเข้าไปประคอง

“กินเหล้าหึ่งเลย...ไปอาบน้ำซะ” ร่างบางพาร่างสูงเดินอย่างยากลำบาก เพราะร่างสูงถ่ายน้ำหนักทั้งหมดไปที่จุนซู

“มะ...ไม่ไหว...แล้ว....” ยูชอนอาเจียนออกมาจนหมด ก่อนจะล้มหมดสติคากองอ้วก

“ยูช๊อนนนนนน!!!” จุนซูตกใจและรีบวิ่งหาผ้ามาเช็ดซะยกใหญ่

 

          “ยูชอนก็กลับบ้านดึกเหมือนกันนะบางที...กลับมาก็เมา อ้วกใส่ฉันบ่อยจะตาย ฮิย่ะฮ่าๆๆๆๆ” ร่างบางหลุดหัวเราะขำกลิ้งอยู่คนเดียว เพื่อนทั้ง 4 นั่งมองหน้ากัน

          “หรอ...แย่จังนะ...” แจจุงยิ้มแห้งๆ จุนซูก้มหน้าจิ้มอาหารเข้าปาก

          “นี่ๆ...แล้วซองจูผัวฉันเนี่ยนะ...เรื่องมากสุดๆ แบบอะไรนิดอะไรหน่อยไม่ได้ ต้องทำยังงั้นอย่างนี้” โบอาย่นจมูกพลางทำเบ้ปาก

          “ยุนโฮก็เรื่องมาก โดยเฉพาะเรื่องงานน่ะ ต้องเนี๊ยบ ไม่งั้นโดนเค้าประจานกลางที่ประชุมแน่” แจจุงแฉบ้าง พลางมองร่างบางที่ก้มหน้าจิ้มตักอาหารเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ

          “ยูชอนก็เรื่องมากเหมือนกัน” จุนซูเอ่ยยิ้มๆ

 

“จุนซู...น้ำซุปต้องร้านลุงคังนะ” ร่างสูงเอ่ยพลางชี้ไปที่ร้านขายอาหารริมทาง

“มันแพงนะยูชอน ต้องประหยัดสิ ซื้อร้านมินโฮละกัน ถูกกว่า” จุนซูทำเสียงดุ ยูชอนทำหน้ามุ่ยเล็กๆก่อนจะพองแก้ม

“ก็อยากกินอ่ะ ร้านมินโฮมันไม่เข้มข้น ต้องร้านลุงคัง” ยูชอนเถียง จุนซูถอนหายใจกับความเรื่องมากแถมเอาแต่ใจของแฟนตนเอง

“ลุงคังก็ได้” ร่างบางก้มลงนับเงินในกระเป๋า พร้อมกับร่างสูงที่ยิ้มแฉ่งขึ้นมาทันที

 

 

          “ยองเซบางวันน่ะก็แอบหนีงานไปเที่ยวด้วยนะ งานของตัวเองก็เยอะ ยังทิ้งงานไปเที่ยวอีก” สเตฟานี่หน้างอพลางจิ้มไก่เคี้ยวตุ้ยๆ

          “โอ้ยยยย เธอยังดีนะ เจ้าโฮอินน่ะถึงจะทำงานแต่ก็ทำมากเกินไป เรียกได้ว่า บ้างานจนลืมภรรยาแสนสวยคนนี้” นาราทำท่าร้องไห้กระซิก โบอาเห็นแล้วแอบหมั่นไส้

          “สวยตายละแก แต่ซองจูก็บ้างานเหมือนกัน ทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียวบ่อยๆ” โบอาสูดจมูดสั้นๆ 2-3 ทีพลางทำหน้าเศร้า

          “จริงสิจุนซู ยูชอนเค้าทำงานอะไรหรอ” แจจุงเอ่ยถามพลางจิบน้ำส้มคั้น จุนซูกลืนน้ำคำโตก่อนจะเช็ดมุมปาก

 

 

เซ็งโว้ย...แมร่ง” เสียงทุ้มเอ่ยดังพร้อมกับกระแทกปิดประตู ร่างบางที่นั่งรออยู่ที่โซฟาหันมาตามเสียง

“เกิดอะไรขึ้นหรอยูชอน” เสียงใสเอ่ยถาม ร่างสูงเดินเซ็งๆก่อนจะทิ้งตัวนั่งข้างจุนซู

“โดนเด้งอ่ะดิ แมร่ง เคืองๆๆ” ยูชอนเอนตัวนอนหนุนตักร่างบาง จุนซูยิ้มน้อยๆพลางใช้มือเรียวเล็กลูบผมสีดำของร่างสูงเล่น

“พูดมาได้ ถ้ายอมนอนด้วยจะเพิ่มเงินเดือนให้ เฮอะ...ยอมตกงานหว่ะ...เห็นฉันเป็นตัวอะไรวะ...ห้องน้ำเคลื่อนที่รึไง ไว้ระบายอารมณ์ตอนอยาก แมร่ง” ยูชอนจิ๊ปากเสียงดัง

“โอ๋ๆ...อย่าหงุดหงิดเลยนะ หางานใหม่ก็ได้” จุนซูยิ้มกว้าง ร่างสูยิ้มตอบเพราะรู้ดีว่า ร่างบางให้กำลังใจเค้าเสมอมา ยูชอนหลับตารับสัมผัสอันอ่อนโยนของร่างบาง จุนซูยิ้มน้อยๆและยังคงลูบผมของร่างสูงเชิงปลอบประโลมให้ยูชอนอารมณ์ดีขึ้น

 

 

          “ยูชอนเปลี่ยนงานมา 10 กว่ารอบแล้วมั้ง เค้าชอบมีเรื่องกับเจ้าของร้านบ่อยๆน่ะ โดนเด้งประจำ ฮะๆๆ” จุนซูหัวเราะ พอรู้ตัวว่าโดนมองด้วยสายตาแปลกๆก็กระแอมเบาๆ

          “เฮ้อ~ วันหยุดก็ขี้เกียจตัวเป็นขน นอนแผ่กลางบ้านไม่รู้จักอายชาวบ้าน” โบอาเท้าคาง

          “อิอิ ยุนโฮก็ชอบแอบหาที่งีบ เวลานอนเหมือนหมีขี้เซาเลยล่ะ” แจจุงหัวเราะเบาๆ

          “ยูชอนก็ชอบนอนกลางวัน ยิ่งวันไหนอากาศดีนะ หลับไม่ตื่นเลยละ” จุนซูหัวเราะเสียงเล็ก

 

 

“ยูชอน ช่วยฉันถูบ้านหน่อยสิ ล้างจานด้วยนะ กินแล้วไม่เก็บทุกทีเลย” ร่างบางหน้ามุ่ยพลางเดินปัดกวาดห้องให้สะอาด ร่างสูงตัวต้นเหตุทำให้ห้องรกก็พยักหน้าส่งๆ จุนซูเดินไปเก็บไว้กวาดและหยิบไม้ถูพื้น ขึ้นมากะว่าจะให้ยูชอนถูบ้านซะหน่อย

“ยูชอน เอ้านี่ไม้ถูพื้น...อ้าว” ร่างบางกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่นก็พบร่างสูงนอนทอดตัวยาวบนโซฟา ใบหน้าคมซุกลงกับหมอนนิ่ม

“ทำห้องรกแล้วยังมานอนอีก ตื่นเดี๋ยวนี้นะ” จุนซูวางไม้ถูพื้นและเขย่าร่างสูงตัวดีให้ตื่นมาเก็บกวาด แต่มือหนาก็โบกปัดแถมยังครางเสียงต่ำเชิงรำคาญใส่อีกต่างหาก จุนซูจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดพลางจ้องหน้าอีกฝ่าย แต่ใบหน้าคมเววลายามหลับนั้นช่างเหมือนเด็กซะจริง

“เฮ้อ~ เป็นแบบนี้ทุกทีสิหน่าเรา” ใช่...จุนซูมักจะใจอ่อนและเผยยิ้มออกมาในที่สุด แค่เห็นร่างสูงนอนอมยิ้มน้ำลายยืดแบบนี้ เค้าก็แอบขำและลืมความหงุดหงิดไปจนหมด ร่างบางหยิบไม้ถูพื้นขึ้นก่อนจะจุ่มน้ำและบิดหมาดๆ ลงมือถูพื้นด้วยตนเอง

 

 

          แจจุง นารา สเตฟานี่และโบอามองจุนซูเป็นตาเดียว ร่างบางทำได้แต่ยิ้มแห้งๆรับเท่านั้น

          “แจจุง ไม่ห่วงยุนโฮบ้างหรอ เค้าเนื้อหอมออก” นาราเอ่ยถาม ชายหนุ่มหน้าสวยส่ายหน้า

          “ถึงจะเนื้อหอม แต่เค้าก็รักฉัน” แจจุงยิ้มอย่างภูมิใจ มีผัวรักเดียวใจเดียว มันน่าอิจฉาไหมละ

          “โห้ยยยยย หวานซ้า~~~” เสียงหญิงสาวเอ่ยเป็นเสียงเดียว

          “เออใช่ๆ ยูชอนก็เนื้อหอม เป็นเสือผู้หญิงเลยนะ” จุนซูแทรกขึ้น

 

 

“ยูชอน ฉันไปซื้อขนมแปปนะ” จุนซูรีบพูด ก่อนจะข้ามถนนไปซื้อขนมหวาน และทิ้งร่างสูงยืนรออีกฝั่งถนน ร่างบางเดินออกจากร้านพร้อมเค้กก้อนโต หวังจะเอาไปกินเป็นของหวานหลังอาหารเย็นกับยูชอน แต่พอข้ามถนนกลับมาก็พบร่างสูงยืนคุยจิ๊จ๊ะกับบรรดากลุ่มสาวสวย ริมฝีปากอิ่มเผยยิ้มกว้างอย่างมีเสน่ห์...เห็นแล้ว...น่าหมั่นไส้ชะมัด

“โทษทีนะ...แฟนผมมาละ...ไว้คุยกันใหม่นะสาวๆ” ร่างสูงเอ่ยก่อนจะเดินผ่านกลุ่มหญิงสาว ตรงไปหาร่างบางที่ยืนหน้างอ

“เผลอแปปเดียว ก็ยืนอ่อยผู้หญิงเชียวนะ” จุนซูเอ่ยงอนๆพลางสะบัดตัวเดินหนี

“โอ๋...อย่างอนสิ ผมยืนอยู่เองเฉยๆนะ ไม่ได้คิดอ่อยซะหน่อย” มือหนาคว้าข้อมือบางไว้ จุนซูหันมามองยูชอนด้วยสายตาตัดพ้อ

“ผมรักจุนซูนะ” ร่างสูงโน้มใบหน้าคมหวังจะประกบริมฝีปากบางซะหน่อย

ป้าบ!!! มือเรียวกลับปะทะสวน ตีหัวร่างสูงซะแรง

“นี่มันกลางถนนนะ ไอ้ไก่บ้า” ร่างบางเอ่ยหน้าแดงๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินจ้ำๆอย่างเขินอาย

 

 

          “ยูชอนน่ะ เห็นสาวๆไม่ได้เลย ชอบเก็กหน้าหล่อแอบอ่อยตลอด คลาดสายตาไม่ได้เล้ย” ร่างบางเอ่ยพลางตักเนื้อปลาเข้าปากอย่างไม่รู้สึกรู้สา นาราอ้าปากค้าง พอๆกับคนที่เหลือ

          “อ่านะ...อ้อจริงสิ ที่สำคัญเลยนะ หื่น!!! ผัวบ้าหื่นขึ้นสมอง” สเตฟานี่ตบโต๊ะเสียงดัง ทุกคนพยักหน้า

          “ใช่!!! หื่นได้ไม่เลือกเวลาและสถานที่!!!” ข้อนี้แจจุงเห็นด้วย ร่างบางที่จิ้มตักอาหารเข้าปากก็เอาซ้อมแตะเบาๆกับริมฝีปากบางสีเชอรี่ พลางเหม่อนึกถึงเรื่องที่กำลังสนทนากัน

 

 

“ฉันเหนื่อยแล้วนะยูชอน...พอเถอะ” ร่างบางใบหน้าแดงซ่านเอ่ยขอร้อง แต่ร่างสูงที่คร่อมตัวอยู่ด้านบนกลับใช้ลิ้นร้อนไล้เลียไปตามแผ่นอกบาง

“ฉันยังไม่เหนื่อยนี่...หลับไปก่อนก็ได้ ฉันลักหลับเอง” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์ มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนเพรียวบาง จุนซูสั่นวูบด้วยความเสียวสะท้าน

“บะ...บ้า...อ๊ะ...พอเถอะ” ร่างบางครางเสียงหวาน เมื่อร่างสูงใช้มือปรนเปรอส่วนอ่อนไหว ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มอย่างได้ใจ

“พอหรอ...แต่ร่างกายที่น่ารักของจุนซูกำลังต้องการฉันนะ” ยูชอนโน้มตัวซอกซอนที่ลำคอขาว เรียกเสียงครางจากร่างบางได้เป็นอย่างดี

“พรุ่งนี้ฉันไปทำงานไม่ไหว นายเจอดีแน่” จุนซูเอ่ยพลางทุบอกแกร่ง ยูชอนยิ้มกว้างก่อนจะซุกหัวต่ำเพื่อดำเนินกิจกรรมร้อนแรงต่อไป...

 

 

          “จุนซู...จุนซู” แจจุงสะกิดเพื่อนที่ตาเหม่อลอยไปถึงไหนต่อไหน

          “โอ๊ะ...โทษที คิดอะไรเพลินๆน่ะ” จุนซูยิ้มแห้งๆ แต่อาการแปลกๆนั่นก็ไม่พ้นสายตาเหยี่ยวของนารา

          “ถามจริงเหอะ ตานายยูชอนเนี่ยมันมีดีอะไรมั่งเนี่ย เท่าที่ฟังมานะ...ไมได้เรื่องเลยสักนิด” นาราเอ่ย เช่นเดียวกับคนอื่นๆที่พยักหน้าเห็นด้วย

          “มะ...ไม่ใช่นะ ยูชอนน่ะเค้าดีมากๆเลย” จุนซูรีบโบกมือปฏิเสธเสียยกใหญ่

          “งานก็ไม่ทำ กินเหล้า กลับบ้านดึก เรื่องมาก เป็นเสือผู้หญิง ขี้เกียจ งานบ้านนายก็ต้องทำ เกาะนายกินแบบเนี่ย...แมงดาชัดๆ” สเตฟานี่พูดพลางส่งสายตาไม่ไว้ใจให้

          “คนแย่ๆอย่างนั้นน่ะ ทิ้งไปเถอะจุนซู ไม่เหมาะกับนายสักนิด” โบอาพูดหนักแน่น

          “ยูชอนเค้าไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดหรอก...จริงๆนะ...ถึงเค้าจะขี้เกียจไปบ้าง ชอบมีเรื่องกับคนอื่น เรียนก็ไม่จบ หางานทำก็ไม่ได้ ไปเที่ยวกลางคืนบ้าง แต่...” ร่างบางพยายามแก้ตัวแต่ดูเหมือนสิ่งที่เค้าพูดมาจะ...แย่ลงกว่าเดิม

          “แต่เค้าก็...ก็ดีอ่ะ จริงๆนะ” จุนซูพยักหน้าหนักแน่นเพื่อรับรองว่าแฟนของตนนั้นไม่ได้แย่มากนักหรอก แต่เหล่าบรรดาเพื่อนฝูงมองจุนซูอย่างระอา

          “ความรักทำให้คนตาบอดจริงๆแหะ” สเตฟานี่พูด พลางเหลือบมองไปยังโบอา

          “ขั้นนี้เรียกว่า...หน้ามืดตามัวหาทิศไม่เจอต่างหาก” โบอาไล่สายตาไปยังนารา

          “ฉันว่านะ...เค้าต้อง” นารากำลังจะอ้าปากว่า แต่แจจุงก็พูดตัดซะก่อน

          “เค้าเก่งใช่มะ...เรื่องนั้นน่ะ” แจจุงเอ่ยยิ้มๆ จุนซูทำหน้างง

          “เรื่องอะไร?” ร่างบางขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางเอียงคออย่างสงสัย

          “เซ็กซ์ไง...เค้าเก่งมากใช่ไหม นายถึงอยู่กับเค้าน่ะ แบบ...เร้าใจไรเงี้ย” แจจุงยิ้มกว้าง เหล่าหญิงสาวก็ตาโตจ้องไปที่จุนซูเป็นตาเดียว ร่างบางไม่ตอบแต่ใบหน้าหวานแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดเป็นคำตอบแทน

          “ฮั่นแน่~~ จุนซู~~ ลามกขึ้นนะเรา ไหนว่าไม่ชอบเรื่องอะไรแบบนี้ไง กร๊ากๆๆๆๆๆ” โบอาแซวก่อนที่จะระเบิดหัวเราะพร้อมกับเพื่อนคนอื่นๆ ร่างบางได้แต่ก้มหน้างุดๆด้วยความอาย

          “บ้าหรอ! ฉันไม่ได้คบกับยูชอนด้วยเรื่องแบบนั้นสักหน่อย” จุนซูช้อนตามองอย่างงอนๆ สหายทั้ง 4 นั่งอมยิ้มแก้มปริ ท้ายที่สุดจุนซูก็แก้เขินด้วยการเปลี่ยนเรื่องคุย เวลาค่อยๆผ่านไปแต่ก็ไม่สามารถชะล้างความรู้สึกของคำว่ามิตรภาพได้เลยแม้แต่น้อย ยิ่งเวลาล่วงเลยไปมากเท่าไร พวกเค้าก็ยิ่งรักกันแบบฉันท์เพื่อนมากกว่าเดิม ถึงแม้ว่าจะห่างไปหลายปี แต่ก็ยังคงรักกันเช่นเดิม

...ซ่า...

          “อุ้ย...ฝนตก” โบอาอุทานเบาๆ เมื่อจู่ๆเม็ดฝนก็ตกลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

          “ฉันไม่ได้เอาร่มมาซะด้วย...กลับบ้านยังไงล่ะเนี่ย...ท่าทางจะตกหนักนะ” นารามองลอดออกไปนอกหน้าต่าง น้ำฝนเทลงมาราวสวรรค์รั่วพร้อมเสียงฟ้าร้องดังขึ้นเป็นระยะๆ จุนซูมีสีหน้ากังวลเช่นกัน ไม่ได้กังวลว่าหาทางกลับบ้านไม่ได้หรอก...แต่เป็นห่วงใครคนนึงที่นอนอืดอยู่บ้านต่างหาก

          ... ฝนตกแบบนี้เราก็กลับไปทำกับข้าวช้า...ยูชอนต้องหิวแน่ๆเลย...

          ร่างบางจึงตัดสินใจล้วงเอามือถือออกมา หวังจะโทร.ไปบอกนายไก่ขึ้นอืดนั่นให้หามาม่าหรืออะไรก็ได้รองท้องกินไปก่อน

          ขณะที่จุนซูก้มหน้าก้มตากดเบอร์โทรศัพท์ ร่างสูงของใครคนนึงก็เข้ามาในร้านด้วยสภาพเปียกปอนเล็กน้อย ร่างสูงใบหน้าคมพร้อมแววตาสีเข้มน่ามอง จมูกโด่งรั้นสวยรับริมฝีปากอิ่ม ผมเป็นสีดำทรงทุยสั้น เสื้อกล้ามสีดำสนิทเผยให้เห็นช่วงไหล่กว้างและไหปลาร้าสวย กางเกงยาขาวสีเขียวขี้ม้าเข้มช่างเข้ากับรองเท้าหนังสีน้ำตาล แจจุง โบอา สเตฟานี่ และนาราต่างก็มองไปที่ผู้มาเยือนใหม่เป็นตาเดียว พลางส่งซิกเชิงไม่ไว้ใจให้กัน...ใครวะ แต่งตัวโคตรเถื่อน...

          ผิดกับจุนซูที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว เพราะมัวแต่วุ่นอยู่กับโทรศัพท์ เมื่อร่างบางกดโทร.ออกและกำลังจะเอาเครื่องแนบหูเพื่อสนทนา ก็มีมือหนาคว้ามือถือเครื่องสวยไปจากด้านหลัง

          “ฉันอยู่นี่แล้ว ไม่ต้องโทร.หาหรอกนะ” เสียงทุ้มแสนคุ้นเคยเอ่ยช้าๆ ร่างบางมีสีหน้าตกใจและหันหลังมองทันที ร่างสูงคนเดิมยืนยิ้มบางๆให้พลางควงมือถือของจุนซูเล่น

          “อ้าวยูชอน!? มาที่นี่ได้ยังไง” จุนซูตกใจที่จู่ๆร่างสูงก็โผล่มา

          “ก็เห็นฝนมันจะตก เลยเอาร่วมมาให้” ยูชอนส่งร่มสีฟ้าลายปลาโลมาให้ร่างบางที่อ้าปากเหวอ

          “เอ้าๆ แมลงวันบินเข้าปากแล้ว” ร่างสูงใช้มือตนเองดันคางเล็กขึ้นเก็บปากซะให้เรียบร้อย พลางหัวเราะเบาๆในลำคอ

          “ใครหรอจุนซู” แจจุงกระซิบ ทำให้จุนซูกลับมามีสติได้อีกครั้ง

          “เอ่อ...นี่ๆ...นี่ยูชอนนะ...แฟนฉันเอง” จุนซูรีบลุกขึ้นแนะนำร่างสูงให้เหล่าเพื่อนได้รู้จัก สหายทั้ง 4 ก็มองอึ้งๆ ...จุนซู๊!!! นายเอาคนเถื่อนแบบนี้มาเป็นแฟนเนี่ยนะ!!! ว๊ากกกกกกก

          “หวัดดี” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างเย็นชา และพยักหน้าให้ทีนึงเป็นการทักทายเท่านั้น

          “ฉันว่า...ฉันกลับก่อนนะ” จุนซูยิ้มแห้งๆและเริ่มรู้สึกว่า ร่างสูงนี่คงจะอารมณ์ไม่ดีอยู่แน่นอน...สงสัยยูชอนคงจะหิว...ต้องรีบกลับบ้านไปทำอะไรให้กินหน่อยแล้ว...

          “กลับด้วยสิๆ” เพื่อนทั้ง 4 ต่างกระวีกระวาดลุกขึ้น และเรียกบริกรให้มาคิดเงิน...จะให้ปล่อยกลับไปกับตานั่นได้ยังไงกันเล๊า!!! เป็นห่วงเพื่อนเฟ้ย

          “จุนซูยืนรอหน้าร้านก่อนก็ได้นะ” นาราเอ่ยพลางควักบัตรลดขึ้นมา ร่างบางพยักหน้ารับก่อนจะลากร่างสูงให้ออกไปด้วยกัน เมื่อจุนซูออกไปแล้ว สหายทั้ง 4 กับกลุ่มเมาท์แตก

          “สงสัยจุนซูต้องโดนหลอกอยู่แน่เลย นายนั่นดูยังกับ...พวก...เอ่อ” โบอาเอ่ยขึ้นพลางเหลือบไปมองร่างสูงที่ยืนล้วงกระเป๋าคุยกับจุนซู

          “พวกอันธพาลใช่มะ? ฉันก็คิดแบบนั้น...ห่วงจังว่ะ จุนซูยิ่งอ่อนต่อโลกอยู่” นาราเอ่ยขึ้น แจจุงก็พยักหน้าเห็นด้วย

          “ฉันว่าเราไปหาซื้อร่มกันดีกว่านะ...ยุนโฮบอกว่าติดประชุมมารับไม่ได้” แจจุงเก็บมือถือใส่กระเป๋าพลางพ่นลมเล็กน้อย...ใจร้าย ให้เรากลับบ้านเอง งึ่ย...กลับไปจะงอนๆๆๆ...

          “อืม นั่นสิ” สเตฟานี่เดินนำกลุ่มออกจากร้าน เมื่อเพื่อนออกมาครบแล้วจุนซูก็เดินเข้ากลุ่มทิ้งให้ร่างสูงเดินรั้งท้าย โชคดีที่ฟุตบาทนี้มีหลังคาโค้งอยู่ริมทางตลอดแนว เป็นแนวหลบฝนได้เป็นอย่างดี เหล่าแกงค์เพื่อนสนิทก็เลี้ยวเข้าร้านสะดวกซื้อ และได้ร่มติดมือคนละคัน

          “ฉันกลับแล้วน้า...วันหลังมาเจอกันใหม่นะ” จุนซูโบกมือล่ำลาเพื่อนๆภายใต้เงาร่มโดยมียูชอนเป็นคนถือ

          “อื้อ...แล้วเจอกันนะจุนซู” เพื่อนทั้ง 4 โบกมือกลับ ร่างบางยิ้มให้ก่อนจะหมุนตัวเดิน

          “โอ๊ะ...แอ่งน้ำเบ้อเริ่มเลย” จุนซูก้มมองน้ำขังที่ตีเป็นวงกว้างและมีแนวโน้มว่าจะทำให้กางเกงสุดรักของเค้าเปื้อน ร่างสูงส่งร่มให้จุนซูถือไว้ ร่างบางก็รับมาอย่างงงๆ ก่อนจะรู้สึกตัวว่า ตนเองนั้นถูกยกลอยด้วยแขนแกร่งของร่างสูง

          “ยะ...ยูชอน ทำอะไรน่ะ!?” จุนซูหน้าเหวอ เมื่อยูชอนอุ้มเค้าในท่าแสนโรแมนติก...อย่างกับเจ้าชายอุ้มเจ้าหญิงแน่ะ... ร่างสูงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

          “ชอบกางเกงตัวนี้ไม่ใช่หรอ ฉันอุ้มไปน่ะดีแล้วจะได้ไม่เปื้อนไง...ฉันเปื้อนแทน” เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ แต่มันก็ดังพอให้บรรดาเหล่าเพื่อนที่ยืนมองอยู่ได้ยิน

          “ไม่เป็นไร ฉันเดินได้หน่า วางลงเถอะ...มันน่าอาย” ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อพลางมองไปรอบข้าง ผู้คนต่างมองการกระทำของร่างสูงเป็นตาเดียว

          “อยู่นิ่งๆเถอะหน่า” ยูชอนส่งสายตาดุเล็กให้ ก่อนจะยิ้มมุมปากและขโมยหอมแก้มใสฟอดใหญ่ จุนซูหน้าแดงหนักกว่าเก่าและโวยวายเสียงดัง แล้วคู่รักก็ค่อยๆลับตากลืนไปกับฝูงชน...

          “ฉันว่า...พวกเราอาจคิดผิดก็ได้นะ” แจจุงเอ่ยช้าๆ

          “ถึงตานั่นจะไม่ได้เรื่อง” นาราพูดพลางมองหน้าเพื่อนทุกคน

          “แต่เค้าก็อ่อนโยนและอบอุ่นมาก หวานกันซะจน...”

          “น่าอิจฉา!!!” สหายทั้งเอ่ยพร้อมกันพลางกรี๊ดกร๊าดด้วยความอิจฉา...อิจฉาจังเลย~~~...


.
.
.
.


          “เจอเพื่อนเก่าทั้งทีคงไม่ได้นั่งเมาท์แตกปากกระจายพูดถึงเรื่องนั้นหรอกนะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทันทีที่ร่างสูงทิ้งตัวนั่งบนโซฟา ร่างบางที่กำลังสะบัดร่มอยู่หน้าประตูก็เงยใบหน้าหวานขึ้นมอง

          “เรื่องนั้น? เรื่องไหน” จุนซูวิ่งดุ๊กดิ๊กก่อนจะกระโจนทับใส่ร่างสูง ยูชอนหน้าเหยเกเล็กน้อยด้วยความเจ็บ...ทับมาได้นะ...

          “มันต้องคุยเรื่องแฟนอยู่แล้วละ...ว่าไง...เผาฉันไปกี่ครั้งแล้วละ” ยูชอนหยิกแก้มใสด้วยความหมั่นเขี้ยว ร่างบางหัวเราะคิกคัก

          “ไม่ได้เผาสักหน่อย แค่เล่าไปตามความเป็นจริง” จุนซูอมยิ้มน้อยก่อนจะใช้มือเรียวคล้องคอแกร่งให้มาชนกับหน้าผากมนของตน

          “เหอะๆ ไม่น่าละเพื่อนจุนซูถึงมองฉันแปลกๆ” ยูชอนหัวเราะหึๆพลางเลิกคิ้ว

          “ก็เพราะยูชอนแต่งตัวแบบนี้น่ะสิ” ร่างบางจิ้มๆไปที่เสื้อกล้ามสีดำ

          “เสื้อมันไม่แห้งนี่ ให้ทำไง เหลือตัวเนี้ยตัวสุดท้ายแล้ว” ร่างสูงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเล็กน้อย จุนซูถอนหายใจเบาๆ

          “ก็ยูชอนอีกนั่นแหละ ชอบเอาเสื้อไปหมกไว้ ให้ฉันตามเก็บอยู่คนเดียว ช่วงนี้ฉันไม่ว่างซักเสื้อให้ด้วย สมน้ำหน้าแล้ว” ร่างบางแลบลิ้นใส่อย่างน่ารัก ร่างสูงยิ้มขำๆ

          “พรุ่งนี้ว่างนี่นา ซักให้ด้วยละกัน” ยูชอนเอ่ย

          “ไม่เอา...เหนื่อยแล้ว ทำเองมั่งสิ” จุนซูยิ้มพลางส่ายหัวน้อยๆ

          “ฉันทำเสื้อขาดไม่รู้นะ” ร่างสูงซบใบหน้าคมลงที่ไหล่เล็กของจุนซู ร่างบางมองอย่างเอ็นดูกับท่าทางเด็กๆของคนรัก ที่จะแสดงให้ต่อหน้าเค้าคนเดียวเท่านั้น

          “ฉันทำอยู่แล้วล่ะหน่า ไม่ต้องมาอ้อน” ร่างบางหัวเราะคิกคัก

          “จุนซูไม่อยู่ ฉันเหง๊าเหงา” ยูชอนเริ่มใช้สันจมูกซุกไซร้เล่นแถวลำคอระหง

          “ไม่ไปเที่ยวละ...บอกแล้วว่าเล่นเกมส์ หรือไปกินเหล้ากับเพื่อนก่อนก็ได้จะได้ไม่เหงา” จุนซูหันหน้ามาประจันหน้ากับร่างสูง ยูชอนส่ายหัวเล็กน้อย

          “ไม่เอาอ่ะ อยากรอจุนซู...ถ้าฉันไปผับ ก็ไม่ได้เอาร่มมาให้จุนซูน่ะสิ เดี๋ยวจุนซูเปียก” เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหูเล็ก คำพูดหวานๆทำให้ร่างบางยิ้มแก้มปริ

          “อิอิ...เดี๋ยวให้รางวัลที่เอาร่มมาให้นะ อยากกินอะไร” จุนซูยิ้มกว้างผิดกับอีกฝ่ายที่ยิ้มเจ้าเล่ห์

          “กินจุนซูแหละ” ร่างสูงประกบริมฝีปากอย่างรวดเร็วทันทีที่พูดจบ เรียวลิ้นร้อนดูดดุนริมฝีปากเล็กก่อนจะใช้วงแขนกอดกระชับร่างบางให้แนบแน่นกับตนเอง จุนซูหลับตาตอบรับสัมผัสอ่อนโยนอย่างลืมตัว ลิ้นสอดกระหวัดเกี่ยวหากันและกัน วงแขนเล็กโอบรอบคอร่างสูงแน่นราวกับเป็นหลักยึดให้กับตนเอง มือหนาประคองศีรษะเล็กให้รับจูบมากยิ่งขึ้น ร่างบางเริ่มหายใจติดขัดเมื่อตนเองเริ่มหายใจไม่ทัน เป็นเหตุให้ร่างสูงต้องถอนริมฝีปากออกอย่างน่าเสียดาย

          “รักจุนซูนะ” เสียงทุ้มเอ่ยในขณะที่ริมฝีปากยังแนบชิดอย่างแผ่วเบา ร่างบางยิ้มพลางเลื่อนใบหน้าหวานซบลงกับอกกว้าง

          “รักยูชอน...รักที่สุดเลย” จุนซูหลับตาและใช้หัวกลมถูกับอกแกร่งเบาๆ

          “ฉันแย่ขนาดนี้ยังรักอีกหรอ...รักคนอื่นดีกว่าม้าง” ยูชอนกระชับให้ร่างบางเข้ามาสู่อ้อมกอดมากขึ้น ใบหน้าหวานช้อนตามองอีกฝ่าย

          “ฉันรักยูชอน...ใครจะมองยังไงฉันไม่สน...” ร่างสูงกระตุกยิ้มก่อนจะใช้มือหนาลูบผมนุ่มของร่างบางเล่น

          “งั้นฉันเปลี่ยนตัวเองดีไหม...จะหางานทำ ไม่กินเหล้า ไม่ขี้เกียจ จะได้คู่ควรกับจุนซูไง” ร่างบางรีบเงยหน้าจ้องใบหน้าคมทันที

          “ไม่เอา...ฉันรักยูชอนที่เป็นแบบนี้ ยูชอนแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว” มือเล็กจับใบหน้าคมไว้ก่อนจะดึงเข้ามารับจูบเล็กๆ ร่างสูงยิ้มน้อยๆ

          “เหนื่อยไม่รู้นะ” ยูชอนขยี้ผมนุ่มเบาๆเชิงหยอกล้อ

          “เหนื่อยก็ช่าง ขอแค่มียูชอนอยู่ข้างๆอย่างนี้ตลอดไปก็พอ” จุนซูหอมแก้มขาวของร่างสูงเบาๆก่อนก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย ยูชอนยิ้มหน้าบานจนเก็บอาการไม่อยู่

          “อืม...ฉันรักจุนซู และจะรักตลอดไป...” เสียงทุ้มคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง ริมฝีปากอิ่มพรมจูบเบาๆทั่วใบหน้าหวาน

          โครกกกกกก

          เสียงประท้วงความหิวดังมาจากร่างสูง จุนซูหลุดขำฮากลิ้งอย่างควบคุมไม่อยู่

          “ขำราย...ไปทำอะไรมาให้กินเลย” ยูชอนบีบจมูกร่างบางที่ยังขำไม่เลิก

          “หิวแล้วทำไมไม่กินมาม่าไปก่อนเล๊า...ทนหิวอยู่ได้ เดี๋ยวเป็นโรคกระเพาะนะ” จุนซูพูดไปก็ขำไป...ฮิย่ะฮ่าๆๆๆๆ กำลังซึ้งเลย...กร๊ากๆๆๆ

          “ขี้เกียจต้มน้ำอ่ะ” ร่างสูงพูดงอนๆ...ขำอยู่ได้...

          “อะไร แค่ต้มน้ำเอง เสียบปลั๊กแล้วนั่งรอแปปเดียว ก็กินมาม่าได้แล้ว” จุนซูมองอึ้งๆ

          “นั่นแหละ ขี้เกียจ” คำตอบสั้นๆ แสดงถึงความขี้เกียจอันเหลือล้นทำเอาร่างบางโวยวาย

          “โอ้ยยยยยยย แค่ต้มน้ำเองงงงง ไอ้ไก่ขึ้นอืดดดดด~~~ ” ร่างบางหน้ามุ่ยเล็กๆก่อนกระเด้งตัวเข้าครัวไปทำอะไรให้คนขี้เกียจทาน


          ...แม้เค้าจะขี้เกียจ...ชอบเมากลับบ้านแล้วอ้วกใส่ ลำบากผมต้องเช็ดถู...

          ...ถึงเค้าจะไม่ทำงาน วันๆเอาแต่นอนอยู่บ้าน หรือไม่ก็ไปเที่ยวหายไปครึ่งค่อนวัน...

          ...บางทีก็ชอบมองสาวเวลาผมเผลอ...ชอบเก็กหน้าหล่อให้สาวหลง...

          แต่ผมก็รักเค้า ไม่ว่าเค้าจะเป็นยังไงก็ตาม

          รักในแบบที่เป็นตัวตนของเค้าเอง

          รักยูชอนที่เป็นแบบนี้

          นั่นเพราะ

          ยูชอนยิ้มให้ผมเสมอ

          ยูชอนอบอุ่นและอ่อนโยนกับผม

          ยูชอนคอยช่วยเหลือผมอย่างเงียบๆมาโดยตลอด

          และที่สำคัญ

          เค้ารักผม

          คุณจะคิดว่าเค้าเลวยังไงก็ช่าง

          แต่บอกไว้ก่อนนะ

          เค้าดีที่สุดสำหรับผมเสมอ


END

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

พี่สาวเอาเรื่องเมาลงใหม่อีกเรื่องแล้ว > <
เอามาลงทุกเรื่องเลยสิคะ อยากอ่าน
นะๆๆๆ น้า~(อ้อนสุดชีวิต)

ขอเอาไปอ่านก่อนแล้วเดี๋ยวจะมาเม้นให้อีกทีนะคะ
รออ่านทุกเรื่องนะคะ
สู้ๆค่ะ ^^

#1 By unforgettableYS (61.90.14.129) on 2009-07-26 00:19

อ่า เรื่องใหม่มาลงแล้ว น่ารักจัง

อ่านเรื่องนี้แล้วนึกถึงการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนึง
ที่พระเอกเป็นมนุษย์หมาป่าอ่ะ

พระเอกหล่อเท่ห์ แล้วก็รักนางเอกมากๆเหมือนกันเลย
แต่ไม่ได้ออกแนวขี้เกียจเหมือนตาปาร์คเรื่องนี้นะเนี่ย

แอบเคืองเล็กๆ ปล่อยให้หนุจุนจัง ลำบาก งึ่ยๆๆๆๆๆ

#2 By ~AnNiE~ (58.8.170.94) on 2009-07-26 12:37

หวานกระชากใจมาอีกแล้ว 555+

ปาร์คเป็นแบบนี้อ่ะ ดีที่สุดแล้วเนอะ จุนจัง ~~
ถึงจะขี้เกียจ ซกมก ชอบเหล่สาว หื่น กินเหล้าไม่มีอะไรดี(เอ่อ ... นี่ชมหรือด่าเนี่ย) แต่ปาร์คก็อ่อนโยนกับน้องแบบหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ><

รอเรื่องต่อๆ ไปนะคะ ^^

#3 By measama (58.8.146.248) on 2009-07-26 13:19

หวานนนนนนนนนได้ใจจริงๆ....ยูซอน
อย่างนี้จุนซูยอมได้ทุกอย่างอยู่แล้ว

#4 By meaw03 (124.121.160.191) on 2009-07-26 14:13

คุณสมบัติของยูชอนนี้..น่านับถือมากๆเลยนะ
ไม่ว่าจะซกมก ขี้เกียจ แอบเจ้าชู้ แล้วก็ขี้เมา
แต่ก็เห็นตามจุนซูแหละค่ะ
ไม่ว่ายูชอนจะเป็นแบบไหน
จุนซูก็รักยูชอนที่เป็นแบบนี้
โฮก ก หวานได้อีก
ฟิคน่ารักมากๆเลย

#5 By ZeNsE .dAyZ on 2009-07-26 20:21

ประทับใจจังเลย
ถึงจะไม่ได้เรื่องแต่ก็รักจริงเนอะ
ตาปาร์ค ถึงจะไม่ได้ดีเท่าใครๆ
แต่ความรักความห่วงใยมันก็มาก
จนไม่ต้องเทียบกับใคร
แล้วในใจของทั้งคู่ต่างก็มีกันและกันซึ่งมันก็น่าจะมากพอ

ชอบมากค่ะประมาณว่าเขาคนนี้แหละที่ใช่

#6 By Polar bear (115.67.9.29) on 2009-07-26 20:51

จุนซู๊ววววว
หนูเป็นคนที่มีความอดทนมาก
ยูชอนเอาเปรียบหนูทุกอย่าง
แต่หนูก้อยังรัก ห้าๆๆๆ
หรือติดใจอย่างอื่น อิอิ
ดีแล้วๆๆ อย่างงี้คบกันได้นานนนน

#7 By youknowwho (58.64.92.24) on 2009-07-26 23:29

พี่สาวววววววว

รักฟิกเรื่องนี้จังเลยค่ะ > <
ในกลุ่มเพื่อนพี่จุนซูมีที่รักเดียตั้งสองคนแน่ะ(อีกและ 555)แต่แต่งงานแล้วทั้งสองคนเลยอ่า T^T
เม้นได้เว้นเว้อมาก = =
โอเค เข้าเรื่องดีกว่า

เรื่องนี้แบบ มันก็ไม่ใช่ฟิกที่หวานซึ้งอะไรมากมาย
แต่ทำไมคนอ่านคนนี้ถึงอ่านไปยิ้มไปนะ
รู้สึกอบอุ่นกับความรักที่ทั้งสองคนมีให้กันเลยอ่ะ
แบบพี่ปาร์คไม่มีอะไรดีจริงๆ = =
แต่พี่จุนก็รัก รัก แค่รักคำเดียวอ่ะ
ถึงยอมทำทุกอย่าง ไม่ว่าไม่บ่น แม้จะเหนื่อยแค่ไหน

แล้วไอ้ที่บอกข้อเสียแต่ละข้อให้เพื่อนๆฟังเนี่ยเดียมองว่ามันน่ารักมากเลยนะ
แบบ ถ้าเป็นคนอื่นคงจะอายแล้วไม่กล้าเอามาเล่าหรอกว่าแฟนตัวเองไม่ดีแบบนั้นแบบนี้ แต่พี่จุนเล่าออกมาอย่างไม่อาย เล่าด้วยความภาคภูมิใจ เพราะว่ารัก >//<

ชอบฉากที่พี่ปาร์คมารับพี่จุนแล้วอุ้มเพราะกลัวกางเกงเปื้อนมากมายเลยค่ะ อบอุ่นน่ารักสุดๆ

โอย เพ้อกับผู้ชายคนนี้ไปแล้ว > <

ถึงสุดท้ายแล้วพี่ปาร์คจะไม่มีอะไรดี
แต่ก็อ่อนโยนกับจุนซู ยิ้มเพื่อจุนซู แล้วก็รักจุนซูคนเดียว
เดียว่าไม่มีใครหาแฟนได้น่ารักขนาดนี้แล้วล่ะ
พี่จุนเนี่ยถือว่าโชคดีสุดๆไปเลยนะ^^

รออ่านเรื่องต่อไปของพี่สาวนะคะ^^
จะเป็นกำลังใจให้เสมอ

ปล.พี่ปาร์คไม่คิดจะทำงานบ้างจริงๆเหรอ ให้พี่จุนทำงานคนเดียวน่าสงสารนะ



#8 By unforgettableYS (58.8.110.129) on 2009-07-27 00:38

หวาน น่ารักมากๆ
นี่แหละความรักจริงๆ
รักที่เป็นตัวเขาเอง
ฉากที่ปาร์คอุ้มน้องไม่ให้กางเกงน้องเปื้อน
ได้ใจไปเต็มๆเลยอ่ะ
ผู้ชายคนนี้โรแมนติกจิงๆ
ความรักไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า
เขาจะมีข้อเสียมากแค่ไหน
รักก็แค่รัก
รักที่เขาเป็นเขา
เพราะความรักเป็นเรื่องระหว่างคนสองคน
เป็นฟิคที่ชอบอีกเรื่องนึงค่ะ

#9 By chebi (124.120.117.139) on 2009-07-28 16:12

น่าีรักมากเลยค่ะ

รักอย่างที่เป็น หวานมากกก

#10 By mizuki (124.120.156.97) on 2009-07-28 18:50

กลุ่มเพื่อนซี้กลุ่มนี้น่ารักกันจัง

แต่ละคนประสบความสำเร็จกันทั้งนั้นเลย

แล้วก็มีการเมาท์สามี+แฟนกันยกใหญ่

ตาปาร์คดูเหมือนจะเป็นคนไม่ได้เรื่อง
แต่ที่น่ารักก็คือตอนที่อุ้มจุนซูหลบน้ำฝนที่อยู่บนพื้น
นั่นมันน่ารักแล้วก็โรแมนติคมากๆเลย
ทำเอาทุกคนอิจฉาเลยนะนั่น...

สนุกมากมาย...
ไรท์เตอร์มาอัพเรื่องอื่นๆต่ออีกนะคะ

เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ

#11 By azure_^^ (125.24.5.32) on 2009-07-30 22:31

เง้อออ น่ารักอ๊าาาา //เขิน//

ทับมาได้นะ... กร๊ากกกๆๆๆๆ

น้องน่าร้ากกกกกก

ปาร์ค ค่(ร)อดเท่ห์ อร๊ายยยยย

ไร้เตอร์จ้า ซกมก!! งื้ออออ รอนานแล้วนะ //ไร้เตอร์จะตีเรามั้ย// embarrassed

งือๆๆ รอๆๆๆ มาอัพเถอะๆๆ
ไฟท์ติ้ง //ยิ้มหวานส่งท้าย//

#12 By Lukk3dZiiN on 2009-08-04 13:42

อ้ากกกหวานๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆจิงๆๆ

#13 By (125.25.113.216) on 2009-08-07 22:07

ให้ตายเถอะ ปาร์คเลว แต่อบอุ่นสุดยอดด
อิจฉาจุนซู 555555555555

ชอบอ่า.. รักในเป็นที่เป็นกันและกัน

รักยูชอนที่เป็นแบบนี้..
ไม่ไหวแล้ว..

อ่านแล้วต้องยิ้มอ่ะ อ๊ากกกก

cry cry cry

#14 By (125.236.135.33) on 2009-08-10 15:51

ฟิกเรื่องนี้เเทบไม่ต้องจิ้นเลย
มันเป็นภาพออกมาเอง
หวานมากๆ

#15 By marked (58.8.35.159) on 2009-08-23 19:46