[SF] Wo Ai Ni~ - part 2
posted on 28 Mar 2009 16:13 by koekun in Fiction
Title: Wo Ai Ni ~
Author:Koekun
Couple: Yoosu
Rate : PG 15
------------------------------------------------------------------------------------------
1 กันยายน 2007
สวนหย่อมหลังมหาวิทยาลัย SM แน่นไปด้วยนักศึกษาเช่นทุกวัน โต๊ะม้าหินทุกตัวทั่วบริเวณถูกจับจองเพื่อใช้ในการอ่านหนังสือและทำรายงาน ร่างเล็กใบหน้าหวานขมักเขม้นในการตรวจอักษรของรายงาน ครั้งนี้คิม จุนซูนั่งทำงานอยู่คนเดียว ไม่มีเพื่อนสนิทอย่างแจจุงมานั่งด้วยเหมือนเคย แต่...สิ่งที่แปลกไปกว่านั้น คงจะเป็นชายหนุ่มร่างสูงมาดเข้มติดไปทางดิบเถื่อนนั่งอยู่ตรงข้ามร่างเล็กเสียมากกว่า ที่ทำให้นักศึกษาคนอื่นๆต่างจ้องมอง เป็นตาเดียวแบบนี้
“...มองเหี้ยอะไรวะ...เดี๋ยวต่อยตาแตก...” เสียงทุ้มหลุดจากริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงฟังดูน่ากลัวจนน่าขนลุก จุนซูละสายตาจากรายงาน ช้อนตามองใบหน้าคมอย่างกล้าๆกลัวๆ
“ลื้อพูดกับอั๊วหรออายูชอน” เสียงเล็กสั่นเล็กน้อย ดวงตากลมเรียวกระพริบปริบๆ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน กายบางเขยิบถอยห่างจะแทบจะตกม้านั่ง ร่างสูงเห็นท่าทีแบบนั้นก็รีบปรับน้ำเสียงให้นุ่มลง
“เปล่า...บ่นพวกตัวเหี้ยรอบๆอ่ะ” จุนซูได้ยินคำตอบก็ถอยหนีมากกว่าเดิม เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันแน่น
“อั๊วก็อยู่ใกล้ลื้อนะ...อั๊วหน้าเหมือนตัวเชี่ยจนลื้ออยากต่อยอั๊วหรอ...ลื้อมันหยาบคายมากเลยอายูชอน...” จุนซูกระพริบตาปริบๆ แววตาใสประกายความหวาดกลัว ยูชอนจิ๊ปากก่อนจะย้ายกายตนเองมานั่งข้างๆร่างเล็ก
“ทำไมคิดงั้นอ่ะ? กูชอบมึงจะตายห่า จุนซูน่ารักกว่าตัวเหี้ยเป็นล้านเท่า อย่าพูดแบบนี้อีกนะ” มือหนาขยี้หัวกลมสองสามที จุนซูเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมพูดจา ทำเอายูชอนร้อนใจ
“อย่าเอาแต่ก้มหน้าแบบนั้นดิวะ ช่วยมองหน้ากูทีเหอะ จะได้รู้ว่ากูพูดจริง...ไม่งั้นจะจูบตรงนี้นะเออ” ร่างสูงเอ่ยเสียงเข้มซึ่งร่างเล็กรู้ดีกว่าอีกฝ่ายพูดจริงทำจริง ใบหน้าหวานรีบเงยสบตาคมทันที
“เข้าใจแล้ว อย่าพูดหยาบมากจะได้ไหม อั๊วฟังแล้วใจหายทุกที” ว่าจบ ใบหน้าเรียวเสมองไปอีกทางพร้อมทั้งก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนรอยยิ้ม
ใช่...คิม จุนซูยิ้มดีใจที่ได้ยินประโยคดิบๆของปาร์ค ยูชอน แม้ว่าน้ำเสียงฟังดูกระโชกโฮกฮากหยาบคาย แต่ในน้ำเสียงมีความหมายแสนอบอุ่นแฝงอยู่เสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน ร่างเล็กรับรู้ถึงความจริงใจจากผู้ชายร่างสูงข้างกายคนนี้
“เสาร์-อาทิตย์นี้ว่างป่ะ? อยากพาไปดูหนังอ่ะ” ยูชอนเอ่ยชวนพลางเกาท้ายทอยแครกๆ เหมือนกับว่าเจ้าตัวกำลังเขินที่เอ่ยปากชวนไปเที่ยวอย่างไงอย่างงั้น จุนซูส่ายหน้า
“ปู๋~ ไม่ว่างอ่ะ อั๊วจะไปติวหนังสือสอบกับแจแจ”
“ไม่ว่างก็ทำตัวให้ว่าง ขยันเรียนไปทำไมวะ!? พักผ่อนมั่งดิ” ยูชอนตอกกลับอย่างรวดเร็ว ร่างเล็กอ้าปากค้าง แม้ว่าคำอธิบายของร่างสูงจะน่ากุมขมับ แต่ความหวังดีทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นเร็ว อาจเพราะได้ยินคำชวนของร่างสูงและท่าทางเขอะเขินของยูชอนก็เป็นได้ที่ทำให้จุนซูเขอะเขินอย่างบอกไม่ถูก
“อายูชอนอยากเดทกับอั๊วงั้นหรอ” ร่างเล็กเอ่ยเสียงแผ่ว มือเรียวขยุกขยิกบิดน้อยๆ ใบหน้าแดงระเรื่อเป็นสีชมพอ่อนน่ามอง
“ทำนองนั้นอ่ะ เรียกว่าไปเที่ยวเหอะ บอกไปเดทๆ ฟังแล้วกูปวดขี้!” ยูชอนโพลงออกมาเสียงดัง จนคนรอบข้างต่างตกใจ จุนซูเองก็ตกใจจนตาโต อารมณ์เขินอายหายไปจากใจจนหมด
“ลื้อเลิกพูดจาแบบนี้สักทีได้ไหม อายคนอื่นเขา” ร่างเล็กมองโดยรอบก็พบว่ามีแต่คนมองมาทางจุดที่ตนเองนั่งเป็นตาเดียว จุนซูก้มหน้าก้มตาหลบเป็นการใหญ่
...ชอบทำเสียบรรยากาศเรื่อยเลยไอ้ขี้คุก...
“จุนซู...ไปเที่ยวกับกูเหอะ อ่านหนังสือวันอาทิตย์ก็ได้...กูช่วยติว” ร่างสูงเขยิบตัวเข้าใกล้กายบางมากกว่าเดิมจนร่างเล็กแทบจะตกขอบม้านั่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มเอ่ยนุ่ม ฟังดูขัดกับประโยคแต่น้ำเสียงแหบต่ำข้างหูไม่อาจทำให้แรงเต้นของหัวใจช้าลงได้เลย
“อั๊วติวภาษาจีน...ลื้ออ่านออกด้วยหรออายูชอน” จุนซูหดคอหนี เมื่อลมหายใจอุ่นร้อนจากร่างสูงรดต้นคอเรียว ในระยะประชิดเช่นนี้ ร่างเล็กเป็นฝ่ายหลบสายตาคมแต่ถูกมือหนาจับปลายคางให้หันมาประสานสายตาอีกครั้ง
“จะพยายามช่วย...ไปเที่ยวกับกูเหอะ...นะ...” ยูชอนพูดขอร้อง เป็นครั้งแรกที่ร่างเล็กได้ยินคำขอดีๆเช่นนี้จากอีกฝ่าย มือเรียวเลื่อนมากุมอกตนเอง เพราะกลัวหัวใจจะหลุดออกมา แรงบีบอัดเป็นจังวะหนักๆเช่นนี้ทำเอาร่างกายทุกส่วนด้านชา สมองน้อยขาวโพลนไม่รู้จำทำอย่างไรกับอาการเช่นนี้ ใบหน้าก้มต่ำ ไม่อยากให้ร่างสูงเห็นว่าตนเองเขินมากแค่ไหน
“ตกลง...” ร่างสูงกล่าวพร้อมกับถอยใบหน้าห่างออก
“ตกลงว่ามึงจะไปกับกูไหม?” ยูชอนเร่งคำตอบด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง เมื่อเห็นว่าร่างเล็กเอาแต่ก้มหน้าก้มตา จุนซูจิ๊ปากด้วยความขัดใจ หัวใจตูมตามเมื่อครู่กลับมาเต้นจังหวะปกติทันใด มือเรียวคว้าปึกรายงานฝาดใส่หัวไหล่แกร่งแรงๆสองสามที
“อั๊วบอกว่าชื่อ จุนซูๆ ขืนเรียกอีกทีนะ...อั๊วจะไม่คุยกับลื้อแล้ว” ใบหน้าหวานสะบัดหนี ยูชอนเห็นร่างเล็กไม่พอใจก็ใจหายวาบ
“โทษๆ ตกลงจุนซูจะไปกับกูไหม?” ร่างสูงถามอีกครั้ง น้ำเสียงอ่อนน่าฟังยิ่งขึ้น ใบหน้าหวานหันกลับมา แต่สายตามองไปทางอื่นพลางกัดริมฝีปากล่างแก้เขิน มือเรียวกำปึกรายงานแน่น แก้มใสทั้งสองสีระเรื่อขึ้นมาเสียดื้อๆ ซ้ำยังหัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดจากอก
...กะอีแค่คำชวน ทำไมต้องอายมันด้วยนะ...
จุนซูก้มหน้าอมยิ้มบิดม้วนแก้เขินอยู่นาน เพราะอย่างน้อยร่างสูงก็รู้ว่าเขากำลังไม่พอใจ ถึงได้รีบแก้คำพูดเสียใหม่ กริยาแบบนี้มันน่าดีใจเสียจริง ยูชอนที่รอฟังคำตอบก็เริ่มขมวดคิ้วเข้าหากัน
“มันคิดยากนักรึไงวะ!? ตอบมาสักทีดิ บิดไปบิดมาอยู่ได้” ร่างสูงตะคอกใส่อย่างหมดความอดทนตามนิสัย ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อย ช้อนตามองอีกฝ่ายอย่างหวาดกลัว
...คนกำลังเขิน...ดุอั๊วทำมายยย~~ T^T...
“พูดลีๆก็ล่าย ไม่เห็นต้องดุอั๊วเลย...” เสียงเล็กเอ่ยแผ่ว ดวงตาเรียวจ้องใบหน้าคมตาไม่กระพริบ เช่นเดียวกับร่างสูงที่ทอดมองใบหน้าหวานด้วยแววตาอ่อนโยน ใบหน้าคมขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะติดชิดกับแก้มใส
“สรุปว่า ตกลง ใช่ไหม” น้ำเสียงแหบนุ่มกลับมาอีกครั้ง ร่างบางจึงไม่อาจปฏิเสธคำชวนได้เลย ใบหน้าเรียวพยักขึ้นลงเร็วๆเป็นคำตอบ
“ดี วันเสาร์เจอกันลานน้ำพุหน้ามอลล์ตอน 11 โมง เข้าใจป่ะ?” เสียงทุ้มเอ่ยสั่ง ใบหน้าหวานพยักขึ้นลงเป็นคำตอบ ร่างเล็กยังคงเขอะเขินไม่หาย ร่างสูงลุกขึ้นยืน
“เดี๋ยวมานะ ไปขี้แปป คำว่าเดทมันติดหัวไม่หาย ปวดขี้เลยกู” ยูชอนกระแทกเสียงก่อนจะหมุนตัวเดินไปเข้าห้องน้ำ จุนซูหน้าเหวอ อาการเขินอายหายไปจนหมด
“หยะ...หยาบคาย!!! ลื้อนี่พูดจาหยาบคายกับอั๊วอีกแล่ว!” เสียงเล็กพึมพำกับตัวเอง แต่จู่ๆยูชอนชะงักเหมือนนึกอะไรออก
“รอกูด้วยนะเว้ย! กูไปขี้แล้วกลับมาไม่เจอมึงนะ กูจะอึ๊บมึงต่อหน้าเตี่ย!” เสียงทุ้มตะโกนลั่นราววาจาศักดิ์สิทธิ์
“ปู๋!!! คนถ่อยอย่างลื้อแม้นาทีอั๊วก็ไม่รอ! จะไปเปี้ยนที่ไหนก็ไป!” เสียงเล็กแหลมตอกกลับ ใบหน้าหวานมุ่ยลง ร่างเล็กกอดอกแน่นก่อนจะพึมพำรัวเร็ว
“อายูชอน ลื้อเลิกพูดจาน่าเกลียดในที่สาธารณะสักทีได้ไหม ชี้ช้ำ...อั๊วล่ะอายแทนมันจริงๆ” จุนซูจิ๊ปากพลางบ่นเป็นภาษาจีนยาวเหยียด ก่อนจะหลุดเอ่ยออกมา
“อย่าไปนานนะ...อั๊วเหงา...” ร่างสูงอมยิ้มน้อยๆก่อนจะรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ
ดูสิดู~ มีใครที่ไหนชวนไปเดทแล้วต้าเปี้ยนแบบอาเฮียยูชอนบ้างไหม
น่าอายจริงๆ อั๊วล่ะหน่ายอายแทนมัน อาเฮียนี่เป็นพวกหล่อ 5 วิรึไง
เดี๋ยวหล่อเดี๋ยวขี้คุก ตี๋ใหญ่เปลี่ยนลุคมันไม่ทัน ฮ่วย~
.
.
.
.
4 กันยายน 2007
“ไอ่หย๋า~ อั๊วสายอีกแล่วววว” ร่างเล็กวิ่งไปตามขอบฟุตบาทด้วยสีหน้าตาตื่น ฝีเท้าเร็วขึ้นทุกขณะแต่ก็ทำไม่ได้ดั่งใจนึกในเมื่อวันนี้เป็นวันหยุด ทำให้มีผู้คนจำนวนมากเดินสวนไปมา จุนซูจึงต้องคอยมุดลอดไปตามช่องเล็กๆเพื่อให้ถึงจุดนัดหมายโดยเร็ว
เมื่อจุนซูวิ่งมาถึงลานน้ำพุตามนัด สองตาเรียวรีบมองซ้ายมองขวาเพื่อหาร่างสูงทันที แต่มองไปทางไหนก็ไม่เจอผู้ชายที่ชื่อปาร์ค ยูชอนเลยแม้แต่น้อย ตรงน้ำพุมีเพียงชายหนุ่มสวมแว่นดำในชุดผู้ดี นั่งหันข้างคนหนึ่งเท่านั้น
“ซี้แหง่กแล่ว~ ชี้ช้ำจริงๆ อั๊วอุส่าห์วิ่งเหมือนสิงห์เพื่อมัน แล้วมันตอนนี้ไปอยู่ไหนว้า ฮ่วย~ อั๊วอุส่าห์รีบ” ในเมื่อยังไม่พบร่างเจ้าของนัด จุนซูจึงหันเข้าหากระจกโชว์บานหนึ่งเพื่อจัดแต่งทรงผมเล็กน้อย รวมทั้งเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันนี้
คิม จุนซูในตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้น มีระบายจีบเล็กน้อยตรงคอเสื้อ ตรงกลางติดโบสีขาวสลับดำเสริมให้ดูน่ารัก กางเกงขายาวเบาสบายเข้ารูปรับกับรองเท้าผ้าใบสีครีม ร่างเล็กสะพายกระเป๋าเป้ใบเล็กไว้ด้านหลัง หากมองไกลๆแล้ว ไม่ต่างอะไรกับเด็กอนุบาลตัวน้อยน่ารักคนหนึ่ง
“แค่นี้ก็น่ารักจะตายห่า แต่งอยู่ได้ ใครมาปิ๊งเพิ่มกูก็แย่ดิ” เสียงทุ้มแหบห้าวเป็นเอกลักษณ์ดังจากด้านหลัง ร่างเล็กจึงเลื่อนสายตามองภาพเจ้าของเสียงบนเงาสะท้อน ปากบางอ้าเตรียมบ่นแต่แล้วก็กลับพูดไม่ออกเมื่อเห็นร่างสูง
“อา...ยู...ชอน...” เสียงเล็กแผ่วไม่เชื่อสายตา จุนซูหมุนกายเพื่อมองร่างสูงให้ถนัดตา
ปาร์ค ยูชอนดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ร่างสูงไม่ได้สวมเสื้อกล้ามเหมือนทุกที ในวันนี้ยูชอนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวไว้ด้านในแล้วทับด้วยเสื้อนอกแขนยาวสีน้ำตาลเข้มทำให้ไม่เห็นรอยสักยาวตามลำแขน กางเกงยีนส์ขาวยาวสีเข้มและรองเท้าหนังสีน้ำตาลไหม้ รวมทั้งใบหน้าคมที่มักประดับด้วยมุดเงินและต่างหูเต็มใบหูก็ถูกถอดออกไปจนหมด ใบหน้าคมจึงเกลี้ยงเกลาหล่อเหลาต่างไปจากทุกที
“เป็นไรไปวะ มองกูอยู่ได้” นิ้วเรียวยาวเกี่ยวแว่นดำออก ก่อนจะขมวดคิ้วน้อยๆเมื่อเห็นใบหน้าหวานนิ่งตะลึงค้างอยู่นานสองนาน
“ลื้อเหมือนผู้ดีแดนมังกรเลย...” เสียงเล็กหลุดหวาน แต่แผ่วเบากว่าเสียงกระซิบ หัวใจดวงน้อยเต้นตุบๆรัวเร็วอย่างตื่นเต้นที่เห็นยูชอนในลุคที่ต่างออกไป ร่างสูงเลิกคิ้ว
“อะไรนะ? กูหน้าเหมือนกุ้งมังกร” จุนซูจิ๊ปากเมื่อได้ฟัง
“ชิ พอเหอะ อั๊วไม่อยากเสียอารมณ์กับลื้อไปมากกว่านี้แล่ว” ร่างเล็กทำปากเบ้พลางกอดอกแน่น ก่อนจะถอนใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย
“ป่ะ กูจองที่แดกข้าวไว้แล้ว แดกเสร็จไปดูหนังต่อ โอเคป่ะ?” ยูชอนเอ่ยถามด้วยคำพูดห้าวตามนิสัย ซึ่งขัดกับรูปลักษณ์ภายนอกในตอนนี้
“ตามใจลื้อ ลื้อชวนอั๊วมานี่...พูดให้มันลีๆกว่านี้หน่อยก็ไม่ได้...” ร่างเล็กตอบ ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงแผ่วในประโยคท้าย
“เอ่อ...ว่าจะขอนานแล้ว” ยูชอนเกาท้ายทอยก่อนจะรีบพูดด้วยสีหน้าระเรื่ออย่างที่ร่างเล็กไม่เคยเห็นมาก่อน
“กูขอเดินจับมือกับจุนซูได้ป่ะ...ไหนๆวันนี้ก็มาเที่ยวแล้ว...อยากจูงมืออ่ะ” ใบหน้าคมเสมองไปทางอื่นราวกับไม่กล้าสบตาร่างเล็ก ผมสั้นทุยถูกมือหนาขยี้ไปมาจนทรงผมเริ่มยุ่ง ร่างเล็กอมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเขยิบกายเข้าใกล้ร่างสูงและเลื่อนมือสัมผัสกับฝ่ามือใหญ่ด้วยท่าทีเขินอาย
“...ไปยังอ่ะ อั๊วเอ้อจะแย่แล่ว...” ใหบน้าหวานแดงระเรื่อไม่แพ้กัน ยูชอนยิ้มมุมปากพลางสอดเรียวนิ้วและกระชับมือเรียวให้แน่น
“เอ้อแปลว่าไร” เสียงทุ้มเอ่ยถาม จุนซูหันมาตอบ
“แปลว่าหิว อั๊วหิวแล่ว” จุนซูเอ่ยเสียงหวาน ใบหน้าเรียวแดงอย่างน่ารัก ยูชอนยิ้มบางจูงมือเรียวให้เดินไปด้วยกัน
นั่นเป็นครั้งแรกที่เห็นอาเฮียเขิน มันก็เขินเป็นนี่หว่า
แถมยังพาอั๊วไปเจี๊ยะอาหารหรูๆในภัตตาคารล่วย ไม่ยักรู้ว่าอาเฮียมันรวย ทุกทีชอบทำตัวเหมือนกุ๋ยกระจอกในตรอกหมาฉี่
“อายูชอน...ทำไมมันน่ากลัวจังเลยอา~” ร่างเล็กหลับตาแน่นไม่กล้ามองภาพยนต์ที่ฉายอยู่ ร่างสูงใช้หางตามองอีกฝ่ายก่อนจะวาดวงแขนโอบกอดกายบางอย่างทะนุถนอม
“กลัวก็ซุกอกกูไปก่อน เดี๋ยวก็จบแล้ว” ยูชอนกอดร่างบางไว้ จุนซูได้ที่พึ่งทางใจก็รีบมุดหน้าซุกอกแกว้างแน่น เสียงหวีดสยองและเสียงร้องจากภาพยนต์แทบจะทำให้ร่างเล็กร้องไห้ในโรงหนัง
“อั๊วกลัวง่า~อายูชอน อั๊วจะไม่ไหวแล่ว...” สองมือเรียวขยำเสื้อของร่างสูงแน่นจนยับยู้ กายบางสั่นเทาเหมือนลูกแมวไม่มีผิด ตาเรียวปิดแน่นกอดกายแกร่งสุดกำลัง
...จะซี้แหง่กชักดิ้นชักงออยู่แล่ว ทำไมไม่จบสักที~...
...อายูชอนพาอั๊วมาดูหนังอะไรเนี่ย...
“กลัวมากเลยหรอ...เดี๋ยวจะทำให้มึงหายกลัว” ว่าแล้ว ยูชอนดึงกายบางให้ใบหน้าเงยสูงพอที่จะทาบทับริมฝีปากกันได้
ดวงตาเรียวเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะหลับตาพริ้มรับเรียวลิ้นอุ่นร้อนเข้ามาในโพรงปาก ร่างสูงไล้เลียดูดซับความหวานจากลิ้นเล็ก ดุนดันเกี่ยวสลับดูดกลีบปากบางอย่างเอาใจ รสจูบรุนแรงแต่กลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด มือหนาประคองท้ายทอยให้ใบหน้าหวานได้เข้ามารับสัมผัสได้แนบแน่นขึ้น จุนซูรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังละลายกลายเป็นไอน้ำ เพราะทนต่อความร้อนแรงจากกลีบปากอิ่มไม่ไหว
“อื้อ...อา...ยู...ชอน” เสียงครางอื้ออึงหลุดลอดจากริมฝีปากบาง ยิ่งถอยหนีเหมือนยิ่งเปิดช่องทางให้ร่างสูงได้เข้าลึกไล้ต้อนเรียวลิ้นมากกว่าเก่า ร่างเล็กหมดเรี่ยวแรงจนต้องเกาะกุมบ่าแกร่งของอีกฝ่ายเป็นหลักยึดก่อนที่ตัวเองจะตกที่นั่ง
ทันทีที่ผละออกจากกัน จุนซูรีบหายใจถี่เพื่อสูดอากาศเข้าเต็มปอด ร่างกายหมดเรี่ยวแรงจนต้องแนบพิงใบหน้ากับแผ่นอกกว้าง ใบหน้าเปลี่ยนสีเป็นสีแดงจัดแข่งกับฉากเลือดโชกบนจอภาพ หัวใจเต้นถี่แรงแข่งกับเสียงวิ่งของตัวละครในภาพยนต์ สติน้อยหลุดลอยจนลืมความกลัวไปจนหมด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าร่างสูงทอดมองด้วยสายตาอ่อนโยนมากขนาดไหน
...อั๊วจูบกับอาเฮียในโรงหนัง!...
...โฮกกกก ตายแล่วๆอั๊วตัวชาจนจะซี้แหง่กคาเก้าอี้แล่ว...
...อั๊วเสียจูบแรกให้เฮียยูชอน~...
.
.
.
.
หลังจากดูหนังจบ ยูชอนพาร่างเล็กไปทานไอศครีมและเดินเล่นในสวนสาธารณะใกล้กัน ทั้งคู่คุยกันบ้าง หยอกเล่นกันบ้าง จูงมือและนั่งดูนกน้ำในบึงจนมืดค่ำ จุนซูมีความสุขมากที่ได้มาเที่ยวในวันนี้ แปลกใจไม่น้อยที่เขารู้สึกดีเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับปาร์ค ยูชอน ถึงคำพูดจะดิบเถื่อนแต่แววตาคมนั้นช่างอ่อนโยนมากกว่าใครที่เขาเคยพบเจอ ฝ่ามือใหญ่อบอุ่นกอบกุมอยู่ตลอด รวมทั้งแขนยาวที่โอบกอดกระชับรอบกายทำให้จุนซูรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย
“อายูชอน...มันดึกแล่วอา เดี๋ยวเตี่ยดุอั๊ว” ร่างเล็กกระซิบ ในขณะนี้ตักนุ่มของตนเองกลายเป็นหมอนชั้นดีให้กับร่างสูงที่นอนทอดยาวบนพื้นหญ้า
“อีกแปปไม่ได้หรอ...กำลังสบายเลย” เสียงทุ้มเอ่ยอ้อน นานๆทีจะได้ยินเสียงนุ่มเอ่ยอย่างน่ารักแต่ใบหน้าหวานส่ายปฏิเสธ
“ถ้านานกว่านี่ อั๊วอาจขึ้นเขียงโดนเตี่ยสับเป็นชิ้นๆแน่ๆ วันหลังมาเที่ยวกันใหม่นะอายูชอน” จุนซูฉีกยิ้มอ่อนหวาน มีหรือที่ปาร์ค ยูชอนจะปฏิเสธได้ลงคอ
“ก็ได้ แล้วต้องมาเที่ยวกับกูอีกนะ ไม่งั้น...” ใบหน้าคมเงยมองประสานสายตากับดวงตาเรียว แววตาคมประกายความหมายลึกซึ้งหากแต่ไม่ยอมกล่าวสิ่งที่อัดอั้นในใจออกมาเป็นคำพูด
“ไม่งั้นอะไรอายูชอน” จุนซูเร่ง อยากรู้ว่าร่างสูงจะเอ่ยอะไรออกมา อยากรู้ว่าความคิดของยูชอนจะตรงกับตัวเองหรือไม่
“ไม่งั้น...กูจะขอมึงแต่งงานต่อหน้าเตี่ย”
“ลื้ออย่าพูดซี้ซั้วแบบนี้นะ!!!” ฝ่ามือเรียวตีป้าบๆอกแกร่งไปหลายที ยูชอนหัวเราะร่าก่อนจะผลักกายบางลงนอนบนพื้นหญ้า กายแกร่งคร่อมไว้ด้านบนพร้อมจับมือเรียวไม่ให้ทำร้ายได้อีก
“กูพูดจริง...กูรักใครกูรักจริง หวังฟันและหวังแต่ง จำไว้” ร่างเล็กค้างนิ่งเมื่อประสานสายตาคมแสนร้อนแรง คำพูดดิบเถื่อนเมื่อครู่ปักลึกในจิตใจ เหมือนคำสัญญาที่ปาร์ค ยูชอนประกาศต่อหน้าคิม จุนซู ไม่ได้หวานซึ้ง ไม่โรแมนติก แต่มันคือวาจาสัตย์แสนจริงใจและตรงไปตรงมาที่สุดเท่าที่จุนซูเคยได้ยินมา
“รักแล้วไม่ฟันไม่ได้หรอ...ลื้อนี่หยาบคายขึ้นทุกวัน” ใบหน้าหวานเบี่ยงไปด้านข้าง แก้มใสสีระเรื่อไปถึงขอบหู
“ไม่ได้อ่ะ มันเป็นวิธีการหนึ่งในการบอกรัก ฟันแรงฟันหนักก็แปลว่ารักมาก เข้าใจป่ะ” ยูชอนโน้มใบหน้าลงมาพลางหอมแก้มนิ่มแรงๆ
“อั๊วไม่อยากเข้าใจเรื่องน่าอายแบบนี้...แล้วลื้อก็ทับอั๊วอยู่ได้ อั๊วหนัก!” มือเรียวทุบบ่าแกร่งดังปึ่กอยู่หลายที ร่างสูงจึงยอมลุกขึ้นและฉุดร่างเล็กให้เดินไปด้วยกัน
“กลับบ้านกัน กูจะไปส่ง” ยูชอนจูงมือเล็กไปตามทาง เมื่อถึงลานจอดรถด้านนอก ร่างสูงควักกุญแจปลดระบบล็อกที่รถสีดำคันสวยคันหนึ่ง จุนซูตาโตเมื่อเห็นรถยนต์สีดำ มีตราสัญลักษณ์รูปตัวแอลภายในวงรี
ตลอดเส้นทางกลับบ้าน จุนซูนั่งเงียบไม่พูดคุยสนทนากับร่างสูง เช่นเดียวกับยูชอนที่ขับรถไปเงียบๆ เมื่อถึงตรอกเข้าบ้านของร่างเล็ก ยูชอนเร่งเครื่องให้ช้าลงก่อนจะจอดสนิทหน้าบ้านตึกแถว
“ขอบคุณนะอายูชอน...วันนี้อั๊วมีความสุขมาก” จุนซูยิ้มก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ แต่มือหนาคว้าแขนเรียวไว้ได้
“อะไรหรอ?...อายู...” กลีบปากบางถูกบดเบียดด้วยริมฝีปากอิ่มได้รูป จุนซูหลับตาแน่นโอบรอบคอแกร่ง เช่นเดียวกับแขนยาวที่โอบรอบเอวบาง ร่างสูงดึงกายบางเข้ามาให้แนบแน่นขึ้น ริมฝีปากบางถูกดูดดึงจนบวมแดง มือหนาประคองใบหน้าหวานเป็นองศาเล็กน้อยก่อนจะเริ่มสอดเรียวลิ้นเข้าไปด้านใน
“เตี่ย! เฮียจุนซูมาแล้ว ตี๋ใหญ่กลับมาแล้วอ่ะเตี่ย” เสียงเล็กเจื้อยแจ้วของน้องชายนามอินฮวานตะโกนลอดเข้ามา จุนซูรีบผลักอกแกร่งให้ห่างออกไป พลางก้มหน้างุดด้วยความเขิน
“ไอ่สัดตัวไหนขัดจังหวะกูวะ” ยูชอนสบถ ร่างเล็กได้ยินก็ตวัดสายตามอง
“นั่นตี๋เล็กของอั๊วนะ ลื้อว่าน้องชายอั๊วหรออายูชอน”
“อ่าวหรอ โทษที” ยูชอนรีบขอโทษ แต่มันไม่ได้ทำให้ร่างเล็กรู้สึกดีขึ้นมา ใบหน้าหวานมุ่ยลงก่อนจะเปิดประตูรถ แขนเรียวถูกรั้งให้นั่งที่เดิมอีกครั้ง
“อะไรอีก...ลื้อนี่ชอบ...” ดวงตาเรียวเบิกกว้างเมื่อร่างสูงโน้มใบหน้าเข้ามากดจูบแผ่วเบายังกลีบปากบาง ก่อนจะไล้กดหอมแรงๆยังแก้มใสปิดท้าย
“ฝันดีนะ” ยูชอนยิ้มบาง และปล่อยมือจากแขนเรียว จุนซูลงจากรถด้วยสติเลือนลอย นิ้วเรียวลูบริมฝีปากบางตนเองไปมา
“ลื้อกลับมาแล้วหรออาตี๋! ทำไมไปติวหนังสือนานจัง กลับบ้านมืดค่ำแบบนี้เตี่ยไม่ปลื้ม!” ทันทีที่ร่างเล็กก้าวเข้าบ้านก็โดนบิดาดุชุดใหญ่ แต่ดูท่าจุนซูจะไม่สนใจแม้แต่น้อย
ไปเที่ยวครั้งแรกกับอาเฮีย อั๊วมีความสุขมาก ไม่เคยรู้สึกดีแบบนี้มาก่อนเลย
มีแฟนแล้วมีความสุขแบบนี้เองน่ะหรอ?...อั๊วจะตกลงเป็นแฟนกับเฮียยูชอนดีไหมนะ...
TBC

กร๊ากกกกกกกกกกกกกก จบสิ้นแล้วปาร์ค ประโยคเดียวตับอนาจ
#1 By Zephyrus~ on 2009-03-28 22:15