2008/Apr/30

Title: Heartless...หัวใจไร้รัก II
Author:Koekun
Couple: Yoosu
Rate : PG-15

---------------------------------------

Intro


หัวใจ...ฟังแล้วให้ความรู้สึกที่หลากหลายจนจิตใจต้องการคำตอบ

มีทำไม มีเพื่ออะไร มีแล้วได้อะไร...

หัวใจมีไว้เพื่อความรักหรือ หากมีความรักแล้วจะเป็นสุขใจจริงหรือเปล่า

คำตอบคือ...ใช่...การที่ได้มีหัวใจ การที่ได้มีความรัก มันทำให้ชีวิตมีความสุขมากจริงๆ

และตอนนี้...ผมต้องรักษาความรักนี้ไว้...

 

...ปกป้องคนที่ผมรักด้วยหัวใจของผมเอง...

 

 

Part I

 

เสียงเพลงจังหวะแดนซ์อึกทึกภายใต้แสงสีเสียงของบรรยากาศในผับใต้ดินดังก้องไปทั่วบริเวณ ความสนุกสนานครื้นเครงชวนให้ผู้คนต้องออกสเตปโชว์ความเก๋าต่างแข่งขันกันบนฟลอร์อย่างเมามันส์ แสงเลเซอร์หลากสียิงกราดไปทั่วห้องแคบเล็กๆ และอัดแน่นไปด้วยผู้คน หนุ่มหนุ่มวัยรุ่นรวมไปถึงวัยทำงานต่างสนุกสนามกับการดื่ม การเต้น และเสพสิ่งมึนเมาเพื่อลืมวันเวลา รวมทั้งสิ่งร้ายๆที่ได้เจอมาตลอดทั้งวัน

ชุดโซฟาสีแดงด้านในปรากฏหนุ่มร่างเล็กกำลังนั่งคุยไม่หยุดปากกับเพื่อนร่วมงานอย่างออกรส ผิดกับชายร่างสูงผมสั้นทุยสีดำนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม มือหนายกเครื่องดื่มสีเหลืองทองลงคอเรื่อยๆ ไม่ได้สนใจกับบทสนทนาของผู้ร่วมวงแต่อย่างใด สายตาคมมองบรรยากาศเมามันส์นี้อย่างพินิจพิเคราะห์ ราวกับไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ท่าทางคล้ายเด็กอ่อนต่อโลกอยู่ในสายตาของชายเพื่อนร่วมงาน

“ซีอา...พี่ชายนายเงียบจังเลยอ่ะ เขาโอเครึเปล่า” เสียงชายเพื่อนร่วมงานกระซิบถามร่างเล็ก พลางส่งสายตาเกรงใจจับจ้องที่ร่างสูง ใบหน้าหวานยิ้มกว้าง

“พี่ไมเคิลเขาเงียบๆอยู่แล้วล่ะ อย่าใส่ใจๆ” ซีอาโบกมือปัดๆ ก่อนจะหันมาจิบน้ำแก้กระหาย

“จริงสิเมอร์รี่ งานคราวนี้โอเคนะ? ราบรื่นดีใช่ไหม” เสียงใสเอ่ยถาม พลางตักน้ำแข็งเติมใส่แก้วและคว้าน้ำเปล่าเทใส่อย่างใจเย็น เพื่อนร่วมงานเมอร์รี่ ชายวัย 30 ปีชาวสก็อตแลนด์ มีรูปร่างท้วมและใบหน้าสีแดงดูเป็นมิตรตลอดเวลา เมอร์รี่ยิ้มกว้างให้ซีอา

“ยอดเยี่ยมเลยล่ะซีอา ขอบใจนายมากนะที่ช่วยฉัน” เมอร์รี่ตบบ่าเล็กเบาๆสองสามที และยกน้ำสีอำพันดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว

“ไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนี่นา ฮิยะฮ่าๆๆๆ” ซีอาหัวเราะร่า เรียกให้พี่ชายต้องหันมายกยิ้มบางๆให้ก่อนจะสนใจกับสิ่งรอบตัวต่อไป ไมเคิลจับจ้องไปที่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คนนึงที่กำลังออกลีลาศเต้นกับหนุ่มร่างผอมเพรียวบนกลางเฟลอร์

“ซีอา...ดูท่าพี่นายอยากไปดิ้นนะ...ไม่ชวนเขาหน่อยหรอ” เมอร์รี่ใช้ศอกสะกิดให้ร่างเล็กมองร่างสูง ซีอาเอามือปิดปากไม่ให้เสียงหัวเราะหลุดลอดออกไป

“ฮิยะฮ่าๆๆๆ พี่ไมเคิลเขาเต้นไม่เป็นหรอกหน่า เป็นแต่ยืนทื่อๆให้คนอื่นมาลูบหน้าลูบหลังมากกว่า” ซีอาส่ายหัวพลางทอดสายตามองไมเคิล ตาเรียวไล่มองฝรั่งสองคนที่กำลังเต้นกายแนบชิดไปทุกสัดส่วน...ไม่รู้ว่าทำไมพี่ชายของเขาถึงได้จ้องนักจ้องหนา โดยปกติแล้วมักจะซดเบียร์เป็นถังๆมากกว่า...

“พี่ไมเคิลคุยได้นะ เพื่อนฉันไม่กัดหรอก” ซีอาเอ่ยกับพี่ชาย ไมเคิลเกาผมสั้นทุยอย่างติดนิสัยพลางวางแก้วเบียร์ลงกับโต๊ะ

“อืมๆ” ไมเคิลพยักหน้ารับ ซึ่งมันเหมือนเป็นการบอกปัดมากกว่า ซีอาถอนหายใจเบาๆก่นจะหันไปคุยจิปาถะกับเมอร์รี่ต่อไป

“Hey! นั่งด้วยได้ม้า” สำเนียงภาษาอังกฤษแปร่งหูดังจากด้านข้าง ไมเคิลเลิกคิ้วสูงอย่างชั่งใจก่อนจะขยับกายให้ผู้มาใหม่ได้นั่งข้างๆ ผู้ร่วมวงสนทนาคนใหม่ คือชายร่างใหญ่ที่เต้นอยู่กับหนุ่มสวยเมื่อครู่ ชายผู้นี้สูงกว่าไมเคิลมาก น่าจะราวๆเกือบสองเมตร ผิวเข้ม และมีกล้ามเป็นมัดๆ

“คุณคือเมอร์รี่ คอนเวลใช่ไหมครับ ผมชื่อไบรอัน คนที่ติดต่อคุณเมื่อสองวันก่อนไงครับ” ชายหน้าใหม่เอ่ยทักทายทันทีและจับมือกับเมอร์รี่ สำเนียงอังกฤษแปร่งหูทำให้ไมเคิลเดาว่าเขาน่าจะมาจากออสเตรเลีย แต่ใบหน้าคมซ่อนความแปลกใจไว้ภายใต้แววตานิ่ง กิริยานิ่งเฉยจนผิดปกติอยู่ในสายตาของซีอาตลอด

“อ้อ!คุณไบรอันนี่เอง นี่คือคุณ ซีอา แมคเกรลเพื่อนร่วมงานของผมครับ” เมอร์รี่ผายมือแนะนำร่างบางที่กำลังสิ่งยิ้มกว้าง เมอร์รี่ผายมือไปที่ร่างสูงตรงข้ามช้าๆ

“นั่นพี่ชายของซีอา ชื่อไมเคิล แมคเกรล เขาทำงานที่ร้านหนังสือน่ะครับ” เมอร์รี่เอ่ยเบาๆ และรู้สึกหวาดในตัวพี่ชายเพื่อนร่วมงานนิดๆ ไมเคิลไม่ยิ้มแต่กลับส่งสายตาเย็นชาใส่ไบรอัน ก่อนจะหันไปมองทางอื่น

“พี่เขาอารมณ์ไม่ค่อยดีน่ะครับ อย่าถือสาเลยนะ” ซีอารีบแก้ต่างให้ทันทีกับกิริยาเสียมารยาทและไม่เป็นมิตรของพี่ชาย ไบรอันยิ้มน้อยๆก่อนจะเริ่มสนทนาเรื่องงานที่เขาร่วมทำกับเมอร์รี่

เสียงพูดคุยเกี่ยวกับโปรแกรมและซอฟท์แวร์กรอกผ่านหูไมเคิลตลอด ร่างสูงใช้นิ้วแคะรูหูแก้เบื่อก่อนจะกระดกเบียร์ดื่มแก้เซ็ง มือหนากระชับชายเสื้อโค้ทให้เข้าหาตัวพลางเหลือบมองวงสนทนาเป็นระยะๆ

“ดื่มอะไรหน่อยไหมครับ?ผมจะไปสั่งที่บาร์” ไบรอันยิ้มและลุกขึ้นเต็มความสูง

“ขอบรั่นดี” เมอร์รี่เอ่ยทันที

“ขอคาร์ลัวร์ มิลล์ ไม่ใส่เหล้า ไม่ใส่กาแฟ” ร่างเล็กฉีกยิ้มกว้าง สิ่งที่ซีอาสั่งไปนั้นทำเอาไบรอันยิ้มอย่างเอ็นดู ชายร่างสูงเดินจากไปและไปสั่งเครื่องดื่มที่บาร์ตามที่บอก ไมเคิลเปรยตามองด้วยสายตาที่ต่างออกจากเดิม เป็นสายตาที่ไม่สามารถเดาได้ ไบรอันกลับมาอีกครั้งพร้อมกับเครื่องดื่มในมือ แก้วใสแก้วนึงบรรจุน้ำสีตาลเข้มสวย ดูก็รู้ว่านั่นคือบรั่นดีของเมอร์รี่ อีกแก้วเป็นแก้วเล็กทรงสูงบรรจุครีมนมสีขาวนวลไว้เต็ม

“นี่ครับ” ไบรอันส่งบรั่นดีให้เมอร์รี่ และส่งครีมนมให้ซีอา ก่อนจะทรุดนั่งข้างๆไมเคิลอีกครั้ง

“ขอบคุณนะครับ” เมอร์รี่แกว่งแก้วในมือช้าๆไปมา เพื่อให้ตัวเหล้าได้ซึมซับความอุ่นจากร่างกายและจะทำให้รสชาติของบรั่นดีกลมกล่อมขึ้น ซีอายิ้มกว้างเชิงขอบคุณและกำลังจะยกครีมนมขึ้นดื่ม แต่แล้วก็ถูกมือหนาของใครบางคนแย่งไป

“อ๊า~ พี่ไมเคิล นั่นของผมนะ” เสียงใสเอ่ยท้วง เมื่อพี่ชายแย่งแก้วจากมือเล็ก และยกกระดกดื่มครีมนมรวดเดียวจนหมด

“...อร่อยดี...” เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ ซึ่งมันคือคำพูดแรกที่เมอร์รี่ได้ยินจากพี่ชายของเพื่อนตัวเล็ก ไมเคิลใช้หลังมือปาดคราบฟองนมที่ติดปากให้ออกไปก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

“เดี๋ยวมา...ไปห้องน้ำแปป” ร่างสูงยิ้มบางๆที่มุมปากให้น้องชาย แต่กลับส่งสายตาที่แฝงความหมายแปลกๆให้กับไบรอัน ก่อนจะหมุนตัวเดินไปเข้าห้องน้ำ

“พี่เขาไม่ค่อยชอบคนแปลกหน้าเท่าไรน่ะครับ คุณไบรอันอย่าถือสาเลยนะ” ซีอาแก้ต่างให้อีกครั้ง ซึ่งไบรอันเองไม่ถือโกรธอะไร

“ไม่เป็นไรๆ ผมคงมาผิดเวลาไปหน่อย” ไบรอันยิ้มแห้งๆ ก่อนจะเหลือบมองยังทางเข้าห้องน้ำชายด้วยสีหน้าที่ต่างไปจากเดิม

ร่างสูงเดินฝ่ากลุ่มคนไปถึงบาร์เครื่องดื่ม มือหนาคว้าแก้วใสกับขวดเล็กๆบนบาร์ไปอย่างเร็วก่อนจะรีบพากายไปยังห้องน้ำ ไมเคิลมองซ้ายมองขวาเร็วๆ เมื่อเห็นว่าปลอดคน ร่างสูงจึงไปที่อ่างล้างหน้าและเปิดก๊อกให้น้ำไหลใส่ประมาณครึ่งแก้ว

ไมเคิลเทขวดบรรจุเกลือใส่แก้วและใช้นิ้วเรียวคนก่อนจะกระดกดื่มรวดเดียวจนหมด มือหนาเริ่มสั่นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าคมมีเหงื่อออกตามขมับอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากอิ่มแห้งผากและซีดจนน่ากลัว ไมเคิลเทน้ำใส่แก้วและทำแบบเมื่อครู่อีกครั้ง ร่างสูงยืนก้มหน้าเหมือนรออะไรบางอย่างอยู่หน้าขอบอ่าง

“ออกมาสิวะ” เสียงทุ้มสบถ ในเมื่อไม่ทันใจตนเอง ร่างสูงจึงใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางล้วงคอก่อนจะสำรอกทุกอย่างใส่อ่างล่างหน้า ร่างสูงหอบหายใจเข้าอย่างหนักและล้วงคอตัวเองอีกครั้ง ทุกอย่างที่เคยอยู่ในกระเพาะได้ถูกขับออกมาจนหมด รวมทั้งครีมนมที่มีแคปซูลสีเขียวปนอยู่ในนั้น ร่างสูงเผยยิ้มก่อนจะใช้นิ้วหยิบแคปซูลขึ้นมาพิจารณา

“เหี้ยเอ้ย คิดว่ากูเป็นใครวะ” ไมเคิลฉีกยิ้มก่อนจะตวัดมองตนเองในกระจกและส่งยิ้มร้ายให้กับร่างสูงผู้มาเยือนใหม่ในเงาสะท้อน ไมเคิลหมุนตัวกลับไปและพิงขอบอ่างล้างหน้าไว้

“หวัดดีไบรอัน...มีอะไรอยากคุยกับฉันรึเปล่า” เสียงทุ้มเอ่ยกวนตามนิสัยของเจ้าตัว ร่างสูงยิ้มเยาะให้อีกฝ่ายอย่างไม่กลัวเกรง

“มี...นี่ไง” ไบรอันคว้าปืนเก็บเสียงยิงใส่ไมเคิลทันที ร่างสูงเอี้ยวตัวหลบได้อย่างหวุดหวิดก่อนจะใช้ความเร็วเข้าซัดอีกฝ่าย

การต่อสู้เริ่มขึ้นภายในห้องน้ำ ร่างสูงสองร่างแลกหมัดกันไม่ยั้ง ปืนในมือผู้คิดร้ายถูกร่างสูงเตะจนกระเด็นตกตรงหน้าประตูทางเข้าห้องน้ำ ไมเคิลจิกหัวไบรอันและจับกระแทกจนประตูไม้ห้องส้วมทะลุเป็นรู ไบรอันเปลี่ยนมาล็อคแขนร่างสูงไว้ ก่อนจะออกแรงจับไมเคิลโยนไปกระแทกกับอ่างล่างหน้า ศีรษะของไมเคิลกระแทกกับขอบอ่างอย่างแรงจนร่างสูงมึนหัวไปชั่วขณะ ไบรอันจึงใช้โอกาสนี้ซัดหนักๆอีกสักหมัดจนร่างสูงหงายลงไปนอนกับพื้น ชายร่างใหญ่ไบรอันจับไมเคิลยกลอยเหนืออากาศและโยนให้กระแทกจนทะลุประตูห้องน้ำห้องที่ 1
แรงกระแทกมหาศาลทำให้ไมเคิลทะลุไปถึงห้องที่ 2 และ 3 ร่างสูงใช้หลังมือปาดเลือดบนหน้าเร็วๆก่อนจะลุกขึ้นยืน

“ถุย! มีแรงแค่นี้หรอวะ” ไมเคิลสบถก่อนจะกระโดดเตะไบรอัน ตามด้วยฝาโถส้วมฟาดใส่หัวชายร่างใหญ่ทันที แก้วคมบาดหัวคนร้ายจนมีเลือดไหลนองหน้า

“ใครส่งแกมา!!!” ไมเคิลออกแรงลากไบรอันไปที่หน้ากระจกและกระแทกหัวของอีกฝ่ายจนกระจกร้าว

.
.
.
.

ร่างเล็กที่นั่งคุยกับเพื่อนร่วมงานชักใจไม่ดี พี่ชายของเขาหายไปในห้องน้ำนานจนผิดปกติ ซีอาคอยแอบมองทางเข้าห้องน้ำอยู่บ่อยครั้ง มองเผินๆแล้วก็ปกติดีไม่มีอะไรน่าสงสัย แต่ด้วยความกังวลทำให้ร่างเล็กต้องลุกไปดูด้วยตนเอง

ซีอาเดินผ่านกลุ่มคนที่อออยู่บริเวณนั้นอย่างยากลำบาก เมื่อหลุดผู้คนที่ยืนเบียดเสียดมาได้ มือเล็กก็เอื้อมเปิดประตูทันที ใบหน้าหวานก้มหน้าก้มตาไม่ได้สนใจกับเหตุการณ์นองเลือดในห้องน้ำนั่นเลย แต่พอเงยหน้ามาก็ต้องตกใจจนต้องเอามือปิดปาก ไมเคิลถูกไบรอันบีบคอจนตัวลอยขาไม่แตะพื้น ร่างสูงพี่ชายกำลังดีดดิ้นและขัดขืนหนีอย่างสุดกำลัง

“ฉันถูกสั่งให้มาเก็บน้องชายแกเว่ย รู้ไว้ซะ!!!” ไบรอันเอ่ยอย่างสะใจ ในเมื่ออีกฝ่ายหมดหนทางสู้และกำลังจะหมดลมหายใจอีกในไม่ช้า ซีอายืนตาค้างแต่ร่างกายกลับค่อยๆก้มลง และหยิบปืนสีดำตรงหน้ามาถือไว้ ร่างเล็กตัวสั่นหลับตาแน่น เล็งปืนมาทางไบรอัน

“จุนซู อย่า!!!” เสียงทุ้มเอ่ยรั้ง ทำให้ไบรอันเหลียวหลังกลับไป ร่างเล็กเจ้าของชื่อสะดุ้งตกใจจนทำอาวุธในมือตกพื้น พี่ชายใช้จังหวะนั้นเอาหัวแข็งๆของตัวเองโหม่งกระแทกอีกฝ่าย

“โอ้ยยยย” ไบรอันหน้าเหยเกและกุมหน้าผากตัวเองไว้แน่น ร่างสูงจึงลากคอเสื้อไบรอันมาที่อ่างล่างหน้าก่อนจะจับให้หัวของชายผู้นั้นแนบไปกับก้นอ่าง มือหนารีบหมุนเปิดก๊อกน้ำอย่างเร็ว

“อั่ก....” ไบรอันดื้นไปมาเมื่อน้ำจำนวนมากกำลังเพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ไม่สามารถหลุดจากแรงของไมเคิลได้ ร่างสูงออกแรงกดไม่ให้ชายร่างใหญ่หนีไปไหน จนกระทั่งอีกฝ่ายแน่นิ่งและจมน้ำตายไปในที่สุด

“แฮ่กๆ...” ไมเคิลถอยออกมาพลางใช้หลังมือเช็ดคราบเลือดยังมุมปากของตนก่อนจะทรุดนั่งกับพื้นคอนกรีตอย่างอ่อนแรง ปากอิ่มอ้าหอบช่วยในการหายใจ

“ยูชอน!!!” ร่างเล็กรีบเข้ามาหาร่างสูงทันที วงแขนเรียวโอบกอดอีกฝ่ายไว้แน่น

“ไม่เป็นอะไรใช่ไหม เจ็บตรงไหนรึเปล่าจุนซู” เสียงทุ้มเอ่ยเสียงแหบพร่าปนไปกับเสียงหอบหายใจเข้าอย่างหนัก มือหนาโอบเอวบางไว้แน่นและกดหอมยังหน้าผากมนเชิงปลอบขวัญ

“ยูชอนไม่เป็นไรนะ...ฮึก...ฮือ” ร่างบางสะอื้นร้องไห้เบาๆในอ้อมกอดของร่างสูง ชายเจ้าของชื่อยูชอนเผยยิ้มบางๆ

“ฉันโอเคหน่า...แค่นี้เล็กน้อย” ยูชอนจับใบหน้าหวานขึ้นสบตา และยกยิ้มมุมปากอีกครั้งเชิงบอกว่าตัวเขายังไหว จุนซูส่ายหัวไปมาทั้งน้ำตา ก่อนจะซบใบหน้าหวานกับบ่าแกร่ง

“...เล็กน้อยของยูชอนน่ะสิ มันน่ากลัวมากๆเลยนะรู้ไหม” จุนซูนึกถึงภาพตอนที่ยูชอนถูกบีบคอลอยขึ้นเหนือพื้นด้วยมือของไบรอันแล้วยังรู้สึกตกใจไม่หาย แถมสภาพห้องน้ำที่เละเทะก็บอกได้ว่าการต่อสู้ในห้องนี้นั้นดุเดือดมากแค่ไหน มือเล็กทั้งสองข้างยิ่งเกาะแผ่นหลังแกร่งแน่นขึ้นไปอีก

“ฉันไม่เป็นอะไรสักหน่อย...เห็นไหม” ร่างสูงลุกขึ้นให้ดู ยืนยันว่าตนเองไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงอย่างที่เห็น

"...เลือดบนหน้านี่ล่ะ ไม่เป็นไรเลยเนอะ" จุนซูปาดคราบน้ำตาของตนเอง ก่อนจะเหลือบไปมองร่างที่แน่นิ่งอยู่ตรงขอบอ่างล้างหน้า

"แล้วจะเอายังไงกับ...นั่นล่ะ" นิ้วเรียวชี้ไปยังร่างของไบรอัน แล้วรีบหันกลับมามองร่างสูง ยูชอนถอนใจเบาๆก่อนจะลากร่างไร้ชีวิตของไบรอันโยนออกไปนอกหน้าต่างหลังห้องน้ำ

“เรียบร้อย” ยูชอนเอ่ยนิ่ง พลางจัดเสื้อให้เข้าที่เข้าทาง จุนซูมองอย่างอึ้งๆกับการกระทำของอีกฝ่าย คิดได้ว่าถ้ามีคนอยู่บริเวณใต้หน้าต่างนั่นก็คงจะเกิดเรื่องแน่ๆ แถมสภาพในห้องน้ำถ้าเกิดมีคนเข้ามาก็คงจะซวย

"เช็ดหน้าแล้วรีบไปเถอะยูชอน... เดี๋ยวจะมีคนมาเจอ" ร่างสูงเดินไปล้างหน้าล้างตาอย่างว่าง่าย ก่อนจะใช้เสื้อโค้ทตัวเองมาเช็ดลวกๆเร็วๆ

“กลับเถอะ...อาจมีคนอื่นอยู่แถวๆนี้ก็ได้” ยูชอนดันร่างเล็กให้ออกจากห้องน้ำ และรีบพาออกไปจากบาร์ทันที จุนซูนึกขึ้นมาได้ว่าทิ้งเพื่อนไว้ข้างในก็รีบโทร.บอกลา ก่อนจะขึ้นรถสีดำและนั่งกลับบ้านโดยมียูชอนเป็นคนขับ

“นี่...ช่วงนี้บ่อยเกินไปแล้วนะ” เสียงทุ้มเอ่ยท่ามกลางความเงียบ สายตาคมจับจ้องที่หนทางข้างหน้าด้วยสีหน้านิ่งไม่เปลี่ยนไปจากเดิม...ร่างบางรู้ดีว่าอีกฝ่ายพูดถึงเรื่องอะไร...

"...ขอโทษนะ ทำให้ยูชอนลำบากอีกแล้ว" ร่างบางเอ่ยเสียงเบาอย่างรู้สึกผิด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกๆที่มีคนมาตามเก็บจุนซู แต่เพราะงานที่อันตรายทำให้ร่างบางต้องเสี่ยงถึงขนาดนี้

"ไว้จะลดๆงานใหม่ให้น้อยลงนะ" ร่างบางยิ้มแห้งๆ ยูชอนเหลือบมองด้วยหางตาก่อนจะส่ายหัวอย่างระอา

“ไม่ได้ลำบากอะไรฉันนี่...แต่ฉันเป็นห่วง...กลัวเหมือนเรื่องคราวนั้นอีก” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่ว สีหน้าคมเข้มดูหมองลงเล็กน้อย ตาคมที่เย็นชาสะท้อนถึงความกลัวเอาไว้จนร่างเล็กรู้สึกได้...เหตุการณ์เมื่อปีก่อนคงจะฝังใจใครบางคนจนยากที่จะลืม...

"งั้นก็เลิกทำดีกว่าเนอะ..." จุนซูยิ้มบางๆตอบอีกฝ่ายไป รู้ว่ายูชอนเป็นห่วงตัวเขามากๆ แต่ร่างบางก็ยังเลิกอาชีพนี้ไม่ได้อยู่ดี ร่างสูงหัวเราะเบาในลำคอ

“ก็เห็นพูดแบบนี้ทุกครั้ง...แต่พรุ่งนี้ก็ไปทำงานเหมือนเดิม” เสียงทุ้มเอ่ยช้าๆ ใบหน้าคมนิ่งไม่ได้แสดงอาการใดๆออกมา

"อย่าพูดแบบนั้นสิ ยูชอนเองก็ยังเลิก...แบบเมื่อกี้...เอ่อ เลิกฆ่าไก่ ไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ" จุนซูตอบกลับ... แถมฆ่าไก่อย่างเถื่อนด้วยนะ....

“ฉันเปลี่ยนแล้วนะ ไม่ได้ฆ่าไก่แบบเดิมสักหน่อย...แค่ช่วยรัฐนิดๆหน่อยๆ แต่เรื่องเมื่อกี้ถือว่าจำเป็นต่างหาก” ยูชอนแก้ตัวทันทีด้วยน้ำเสียงทุ้มโมโนโทนเช่นเคย

“...ถ้าไม่ฆ่าให้ตาย...มันก็ฆ่าจุนซูน่ะสิ...” ร่างสูงเอ่ยอุบอิบเบาๆ แก้มขาวขึ้นสีระเรื่ออ่อนๆ คำพูดสั้นๆแต่แปลได้ในหลายๆความหมายทำให้ร่างเล็กยิ้มกว้าง

"...อื้ม...ขอบคุณนะยูชอน" เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวที่ก้มหน้านิดหน่อยอย่างเขินๆ ความอบอุ่นเล็กๆแผ่ส่านจากตัวผู้ขับทำเอาจุนซูต้องหน้าแดง


...ทั้งๆที่รู้สึกผิด...มีคนถูกส่งมาฆ่าตนเองมากมาย ก็ล้วนตายหมด เพราะคนข้างกายคอยปกป้อง...

...ทั้งๆที่ก็รู้ว่าคนข้างๆเป็นห่วงเขามาก และยอมสละชีวิตตัวเองเข้าแลก...

...แต่ทำไมนะ จุนซูถึงไม่เลิกอาชีพนี้ เลิกที่จะเป็นแฮกเกอร์ไม่ได้สักที...

...มันก็คงเหมือนกับที่ยูชอนเลิกจับปืนไม่ได้นั่นล่ะ...

...จุนซูเองก็ชอบการแฮคข้อมูลมากจนติดเป็นนิสัยไปเสียแล้ว...


“งั้น...พรุ่งนี้ยูชอนไม่ต้องไปส่งที่ทำงานนะ อยู่บ้านดีกว่า... ไม่อยากไปให้โดนซักเปล่าๆ...เรื่องไบรอันนั่นน่ะ” จุนซูยิ้มหวานให้กับร่างสูง ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้หันมามองก็ตาม

“...จะได้อยู่กับยูชอนทั้งวันด้วยไง” ร่างสูงไม่ตอบ กลับมีรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก ถ้าร่างเล็กไม่มัวสนใจข้างทาง คงจะรู้ความหมายของรอยยิ้มนั่นดี

.
.
.
.

“ลำบากกรูเรื่อยเลยนะไอ้มิก” เสียงห้าวของร่างสูงโปร่งเอ่ยบ่นขณะทายาที่ขมับขวาของกายแกร่ง ใบหน้าคมพ่นลมอย่างเอือมระอา

“งั้นกูกลับก็ได้...ให้จุนซูทำ จะได้ไม่ลำบากมึง” ร่างสูงทำหน้าเอือมกับคำบ่นจากเพื่อนสนิท

“เหอๆๆ พูดยังกะแฟนมึงจะกล้าเช็ดเลือดให้มึงอ่ะ” เด็กหนุ่มร่างโปร่งเอ่ยก่อนจะหันไปด้านข้าง ร่างเล็กนั่งยิ้มให้บนเก้าอี้กลมทรงสูง ขาเรียวแกว่งไปมาช้าๆ

“พี่จุนซู...ผมว่าพี่น่าจะลดๆงานของพี่บ้างก็ดีนะ ไอ้มิกมันเยินแบบนี้บ่อยไปแล้ว ผมขี้เกียจมานั่งแงะกระสุน เย็บแผล ไม่ก็ล้างพิษให้มัน” เสียงห้าวเอ่ยช้าๆอย่างไม่ใส่ใจกับรังสีอาฆาตจากร่างสูงแม้แต่น้อย

“ขอโทษนะชางมิน ลำบากนายเรื่อยเลย...แต่พี่เลิกไม่ได้น่ะ มันติด แหะๆ” จุนซูยิ้มแห้งๆพลางทำมือขยุกขยิกไปมา ชางมินถอนหายใจระบายความเอือมระอาก่อนจะหันมาทำแผลให้ร่างสูงต่อ

“เบาหน่อยสิวะ” ยูชอนเอ่ยดุภายใต้สีหน้านิ่งเรียบ

“มึงนี่อย่ามาตอแหล! ไม่เจ็บหรอกหน่าไอ้ไก่ถึก” ชางมินพูดจบก็กดผ้าก็อตชุ่มน้ำยาลงไปแรงๆตามบาดแผล ร่างเล็กเห็นแล้วก็สะดุ้งนึกเจ็บแทนคนรัก แต่พอเห็นสีหน้านิ่งไม่รู้สึกรู้สาของใบหน้าคมแล้วก็แอบอมยิ้มเล็กๆเป็นไม่ได้...ยูชอนเนี่ยน้า...นิ่งได้ทุกสถานการณ์...

“เอ้าเสร็จแล้ว คราวนี้ยังน้อยนะ...ครั้งที่แล้วกว่าจะเอากระสุนออกมาได้ กูแทบบ้า” ชางมินวางอุปกรณ์ทุกอย่างลงบนโต๊ะ ก่อนจะใช้ผ้าเช็ดมือและลุกขึ้นคว้ายาให้ร่างสูง

“ยัดใส่ปากซะ ล้างพิษจากตัวมึง...” ร่างสูงโปร่งกอดอกพลางมองยูชอนกระดกยากิน

“ให้ตายสิ ชอบเสี่ยงเรื่อยเลย...ถ้าแกช้ากว่านี้ แกคงเป็นไก่สะดิ้งดีดดิ้นในห้องน้ำ” ชางมินปราดตัวอ้อมไปยังหลังเคาท์เตอร์ ก่อนจะเปิดตู้และคว้าเอกสารให้สองสามแผ่น

“จากกรมตำรวจลับแห่งชาติ อ่านซะแล้วเอาไปทำ...ฉันขอค่านายหน้า 30% นะเว้ย” ชางมินยิ้มมุมปาก ผิดกับร่างเล็กที่กุมท้องหัวเราะลั่นไปทั่วแฟลตของร่างโปร่ง เพราะใบหน้าคมทำหน้าเอือมระอาสุดจนเหมือนไก่หูรูดไม่ดี

“ปั้นหน้าเป็นตูดไก่เลย...ได้งานแล้วก็กลับบ้านไปนอนซะ...กูง่วงจะแย่แล้ว” ชางมินปัดมือไล่ทันที พลางเช็ดคราบเลือดบนโต๊ะ และเก็บข้าวของให้เข้าที่ ยูชอนลุกขึ้นยืนก่อนจะจูงมือน้อยให้เดินตาม

“ขอบใจที่อุตส่าห์มีน้ำใจช่วยทายาให้...” เสียงทุ้มเอ่ยช้าๆ

“เรื่องเงิน...มึงเอาไป 15 ก็พอ” ยูชอนปิดประตูดังปัง ไม่สนเสียงประท้วงจากด้านใน ร่างเล็กปิดปากหัวเราะอย่างชอบใจเวลาเห็นเพื่อนสนิทสองคนพูดคุยกัน...มันฮาจนอดขำไม่ได้...

“นี่...ให้ชางมินเขาไปเถอะหน่า...ยังไงก็ช่วยออกหน้าแทนยูชอนนะ” เสียงใสเอ่ยหวานพอๆกับรอยยิ้มจากปากบาง ร่างสูงอมยิ้มเล็กๆพลางเปิดประตูรถให้

“คุณฌอน ออสติน พูด 3 พยางค์ว่า ‘ตกลงครับ’...แค่นี้ก็ได้เงินเป็นหมื่นๆแล้วหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยสูงกว่าปกติ พลางสตาร์ทเครื่องยนต์

“อย่าล้อชื่อที่ฉันตั้งให้ชางมินสิ” มือเล็กตีหัวไหล่แกร่งเบาๆ ร่างสูงยักไหล่ข้างนึงอย่างไม่สนใจ

ภายในรถเงียบกริบไร้บทสนทนาใดๆ ร่างเล็กเพียงมองวิวข้างทางในเวลาค่ำไปเรื่อยๆ ดวงตากลมเรียวมองสิ่งข้างทางอย่างสนใจถึงแม้จะเห็นอยู่เป็นประจำ แต่เหตุการณ์ซ้ำๆในทุกๆวันก็มีอะไรให้มองได้ตลอด

 

...ผมกับยูชอนย้ายมาจากนิวซีแลนด์ได้เดือนกว่าๆแล้ว เสียดายชีวิตสงบสุขที่นั่นอยู่เหมือนกัน แต่การได้มาอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆอย่างนิวยอร์คนี่มันง่ายกับงานของยูชอนและผมมากกว่า... งานอะไรน่ะเหรอ? ยูชอนทำงานฆ่าไก่เหมือนเดิม แต่เปลี่ยนผู้ว่าจ้าง ส่วนผมก็ทำงานเกี่ยวกับข้อมูลของชาวบ้านเหมือนเดิมนั่นแหละ... หลังจากละทิ้งนิสัยเดิมๆไปเป็นเวลาปีกว่าๆ เราทั้งสองคนก็รู้ว่าเราไม่เหมาะกับชีวิตเรียบง่ายแบบนั้น

ไม่ใช่แค่เรื่องงาน ผมของยูชอนก็กลับมาเป็นทรงสั้นทุยสีดำเหมือนเดิม ผมตกใจมากที่อยู่มาวันหนึ่งเขาก็กลับมาพร้อมกับผมสั้น! ทั้งๆที่ผมพยายามแทบตายให้เขาไปย้อมทอง!! ...ในที่สุดผมเองก็กลับไปไว้ผมยาวทำสีน้ำตาลแดงเหมือนเดิมเช่นกัน ผมว่าผมทรงเดิมมันเข้ากับผมมากกว่า ถึงยูชอนจะบอกว่าทรงไหนก็เหมือนกันก็เถอะ...

อยู่ที่นี่ ผมกับยูชอนจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อกับนามสกุลเพื่อความปลอดภัย ยูชอนตั้งชื่อให้ผมว่า ‘ซีอา’ ส่วนผมก็ตั้งชื่อให้เขาว่า ‘ไมเคิล แมคเกรล’ เราเป็นพี่น้องกัน ตอนนี้ผมเลยมีชื่อใหม่ว่า ‘ซีอา แมคเกรล’... ถึงผมว่าเราเป็นพี่น้องที่หน้าไม่เหมือนกันเลย แต่ก็ไม่มีฝรั่งคนใดเอะใจเลยสักคน...


เวลาติดต่อกับคนเกาหลีเท่านั้นแหละที่จะกลับไปใช้ชื่อ จุนซู ยูชอน แล้วก็ชางมิน
ชางมินออกจากองค์กรและย้ายมาอยู่ที่นิวซีแลนด์ ตามด้วยนิวยอร์คอีกที เขาไม่ได้อยู่กับผมและยูชอนนะ แค่อยู่คอนโดใกล้ๆกัน ผมตั้งชื่อให้เขาว่า ‘ฌอน ออสติน’ตอนนี้เขาทำงานเป็นคนตรวจบัญชีให้กับบริษัทเล็กๆแห่งหนึ่งในนิวยอร์ค แต่นั่นก็เป็นแค่งานบังหน้าเท่านั้น งานที่แท้จริงของเขาคือการประสานงานเรื่องฆ่าไก่ให้ยูชอน ความจริงยูชอนก็ทำงานในร้านหนังสือ และผมก็ทำงานตัดขนสัตว์เลี้ยงไว้บังหน้าเหมือนกัน...

 


รถสีดำจอดสนิทข้างแมนชั่นธรรมดาๆแห่งหนึ่งหลังสวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์ก ร่างเล็กและร่างสูงเดินขึ้นไปชั้นบนของแมนชั่นอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เปิดประตู จุนซูก็รีบวิ่งโถมใส่เตียงนุ่มทันที ผิดกับยูชอนที่รีบเดินไปยังระเบียงและก้มลงมองด้านล่างเพื่อดูว่ามีคนแอบตามมาหรือไม่

“ดูอะไรอยู่หรอ” จุนซูลุกไปกอดร่างสูงจากด้านหลัง ก่อนจะไถใบหน้าไปมาด้วยความรักใคร่ ยูชอนกระตุกยิ้มบางก่อนจะหมุนตัวจับจ้องใบหน้าเรียวด้วยสายตาเอ็นดู

แววตาสีเข้มแม้จะดูเย็นชา แต่ภายใต้ความนิ่งเฉยนั้น จุนซูรับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนของร่างสูงที่มีต่อตนเอง ใบหน้าหวานฉีกยิ้มก่อนจะซบใบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง มือเรียวยกคล้องรอบคอแกร่งไว้หลวมๆ

“ทำแบบนี้เดี๋ยวก็ข่มขืนซะหรอก” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบ จุนซูได้ยินก็ถึงกับสะดุ้ง

“อย่านะ~...” ร่างเล็กรีบผละจากร่างสูงเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์และทำงานอย่างที่ตนถนัด นิ้วเรียวเคาะแป้นพิมพ์อย่างชำนาญ ดวงตาจับจ้องไปยังข้อมูลตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าจอ รอยยิ้มบางเกิดขึ้นบนใบหน้าหวานทุกครั้งที่ร่างเล็กสามารถเจาะเข้าไปล้วงดูข้อมูลของคนอื่นได้

“...นี่~~ อยากรู้ข่าวสารมิธริลมั้ยยูชอน~” จุนซูลากเสียงถาม ร่างบางลักลอบเข้าเซิฟเวอร์ตัวแม่ขององค์กรลับขนาดใหญ่ได้ราวกับว่ามันเป็นเพียงแค่เวปบอร์ดนิยายรักหวานแหวว

“ไม่...” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบทันที ยูชอนนั่งเล่นเกมยิงปืนเลือดสาดที่เพิ่งซื้อมาใหม่

“ไม่เหรอ? แต่ว่าไหนๆก็อุตส่าห์เข้ามาแล้ว ฉันอ่านให้ฟังแล้วกันนะ~” จุนซูเอ่ยอย่างอารมณ์ดี ตรวจสอบข้อมูลที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปในเวลาไม่นานนี้ทั่วทั้งเซิฟเวอร์

“...อ๊า... Heartless#11 บินไปทำงานที่อิตาลีแหละ รู้ข่าวยังเนี่ย น่าอิจฉาจังเน๊อะ”

“อืม” ยูชอนยังคงเล่นต่อไปโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เช่นเดียวกับจุนซูที่อ่านข้อมูลไปโดยไม่สนว่าร่างสูงจะฟังหรือไม่

“ วู้ว~ โรงฆ่าไก่มีสมาชิกเพิ่มจาก 500 เป็น 700 คนแล้วน้า~”

“อืม”

“...แผนกวิทยาศาสตร์ขึ้นชื่อชางมินไว้ว่าหายสาบสูญไปด้วยแหละ”

“อืม”

“...นี่ แล้วรู้รึเปล่าน่ะ ว่าคนที่ยูชอนยิงไปตอนนั้นไม่ใช่แกมเบล?” ร่างสูงชะงักก่อนจะใช้หางตามองร่างเล็ก

“รู้...” ยูชอนตอบสั้นๆและเลื่อนสายตาจับจ้องภาพเลือดนองในจอโทรทัศน์ต่อ

“น่าสงสารคนที่เป็นตัวแทนนะ รู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่แกมเบล แล้วทำไมไม่ไปจัดการตัวจริงเลยล่ะ” จุนซูจ้องมองภาพของชายวัยชราในจอภาพ ก่อนจะเหลือบมองร่างสูงรอคำตอบ

“ก็ตอนนั้นมันไม่มีเวลา ถ้ามีเวลามากพอก็จะตามไปเจาะกบาลมันเลย...” ยูชอนตอบเบาๆก่อนจะต่อท้ายด้วยว่า

“...แล้วตอนนั้น...ฉันต้องรีบไปช่วยจุนซูนี่...” จุนซูที่ได้ยินก็ก้มหน้างุดหน้าคอมพิวเตอร์ ถึงแม้จะเป็นประโยคที่ไม่ได้หวานอะไรมากแต่มันก็แสดงได้ว่ายูชอนเป็นห่วงเขามากแค่ไหน ร่างบางรีบแก้เขินด้วยการอ่านข้อมูลต่อไป

“...อ่า... อ๊ะ! มาใกล้พวกเรามากๆเลยนะเนี่ย” จุนซูเลื่อนอ่านข้อมูลไปมาเพื่อตรวจสอบว่าตนเองนั้นอ่านไม่ผิดไป

“รู้รึเปล่ายูชอน~ Heartless#5 จะมาทำงานที่นิวยอร์กวันมะรืนนี้” ทันทีที่ใดยินชื่อ ร่างสูงตาเบิกกว้างพร้อมกับทำจอยสติกในมือร่วงตกพื้นพรม ยูชอนรีบลุกจากหน้าโทรทัศน์มานั่งข้างร่างเล็กทันที

“ที่ไหน!” ยูชอนถามเร็วๆ น้ำเสียงนิ่งแต่แววตาสีเข้มกลับดูตื่นตระหนกจนร่างเล็กเลิกคิ้วสูง

“...ก็...ข้อมูลเรื่องที่พักมันไม่มีอ่ะ รู้แต่ว่าเป้าหมายอยู่แถวๆเซ็นทรัลพาร์ก” เสียงหวานเอ่ยจบประโยค ร่างสูงก็คว้าโทรศัพท์โทร.ออกทันที

“เบอร์ 5 จะมานี่” ยูชอนเอ่ยสั้นๆ

/อารายจะมานี่นะ.../ ชางมินสะลึมละลือตื่นมารับโทรศัพท์

“กูบอกว่านักฆ่าไก่เบอร์ 5 จะมาทำงานแถวนี้ ที่อเมริกานี่!”

/ห๊ะ!!! ไอ้เจ้านั่นจะมานิวยอร์กหรออออออ/ ชางมินตาสว่างทันทีและรีบลุกจากเตียงนอน

“เออ จุนซูเช็คแล้ว...มึงจะทำไง...” ยูชอนเหลือบมองข้อมูลในหน้าจอคอมพิวเตอร์

/กูไปนอนห้องมึงนะ/

“ตอนนี้?”

/เออสิวะ!/ สายตัดไปทันที บทสนทนาเมื่อครู่สร้างความสงสัยให้กับร่างเล็ก

“เป็นอะไรกันน่ะ? เบอร์5 เขาเป็นยังไงเหรอ?” จุนซูละสายตาจากคอมพิวเตอร์ หมุนเก้าอี้หันมาหายูชอน คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย เขาไม่เคยเห็นยูชอนมีท่าทีแบบนี้มาก่อน

“...เอ่อ...ไว้ให้ชางมินเล่าให้ฟังแล้วกัน” ร่างสูงหลบสายตาไม่มองใบหน้าหวาน น้ำเสียงดูอ่อนลงไปจนน่าแปลกใจ

“ยูชอนกลัวเค้าเหรอ?” จุนซูลุกจากเก้าอี้ทำงานมานั่งลงบนตักของยูชอน ใบหน้าคมวางสันคางไว้บนบ่าเล็กก่อนจะตอบไป

“...เขาเป็นคนแปลกๆน่ะ แล้วก็เก่งด้วย ฉันกลัวว่าจุนซูจะเป็นอะไรไป...” ยูชอนกระชับแขนกอดร่างบางเอาไว้แน่นขึ้น

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ถึงจะเก่ง แต่ยูชอนก็ได้ชื่อว่าเก่งที่สุดไม่ใช่เหรอ?” จุนซูระบายยิ้ม มือเรียวเอื้อมไปด้านหลังเพื่อลูบผมสั้นทุยของอีกฝ่าย

“อีกอย่าง... ฉันเชื่อว่ายูชอนปกป้องฉันได้อยู่แล้ว” ยูชอนได้ยินแล้วก็ยิ้มออกมา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงหอมแก้มนิ่มฟอดใหญ่ด้วยความรักใคร่

 

...นี่ชีวิตของผม...คงไม่ราบเรียบอย่างที่บอกไว้แล้วสินะ...

 

จุนซูหลับตาพริ้มพร้อมเอนกายลงพิงยังกายแกร่ง รู้สึกอุ่นใจจนลืมเรื่องราวต่างๆทั้งหลายที่ผ่านเข้ามา

รวมทั้งเรื่องของข้อมูล Heartless คนสุดท้ายที่ยังไม่ถูกเปิดอ่านอีกด้วย...

 

 

Heartless #18 Hero Jaejoong

 

 

 


TBC

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
กรี๊ดๆๆ ฟิคแห่งตำนาน คนแรกเลยรึเปล่าเนี่ย อ้ากกก ฟิคที่รอคอยมานานแสนนาน

แถมแจก็กลายเป็น heartless กับเค้าด้วย เรื่องมันชักสนุกใหญ่แล้ว

และแล้วทั้งสองคนก็เลิกอาชีพเดิมไม่ได้ แหม ถ้าอยู่อย่างเรียบง่ายแล้วชีวิตมันจะมีสีสันได้ไง

แต่แบบนี้ก็น่ากลัว ทั้งจุนซูทั้งไมเคิล โดนตามล่าหมายหัวเต็มไปหมดเลย แล้วเบอร์ 5 จะเป็นใครกัน

ย้ากกก ติดตามอ่านค้า รักฟิคเรื่องนี้
#1  by  hambaster At 2008-04-30 16:27, 
ดีใจจังที่ได้อ่านฟิคของไรท์เตอร์อีก

แวะเข้ามาดูบ่อย ในที่สุดวันนี้ก็ได้อ่าน


ซีอาน่ารักจัง ขี้อ้อนจิงนะ ยูชอนก็ยังเหมือนเดิม

ฮ่า แล้วตอนนี้ก็มีแจเข้ามาอีกคน เป็น Heartless

ด้วย แล้ว...แล้วจะมีหมียุนมาด้วยรึเปล่า

ต้องมีแน่ๆ เลย อิอิ เรื่องชักจะสนุกใหญ่แล้ว

เอ๊ะ แล้วใครเป็น Heartless#5 หล่ะ

อย่าบอกนะว่า หมียุน เอหรือว่าไม่ใช่

เดามั่วซะละ มาอัพต่ออีกนะคะ

ยังรอติดตามต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ
#2  by  mayaj (58.8.93.47) At 2008-04-30 20:36, 
Heartless#5คือใครกันนะน่าสงสัย
เก่งขนาดที่
Heartless#13ต้องผงะเลยหรอ...
เอ๋...แล้ว
Heartless#18 คือ ฮีโร่ แจจุง หรือนี่
โอย...เปิดเรื่องมาก้อมันส์ซะแล้ว อย่างเน้ต้องติดตาม

ปล.แกมเบลมันยังไม่ตาย..อ๊ากก
#3  by  DAeRii* At 2008-04-30 21:07, 
พระเจ้าช่วยกล้วยตานีผีทะเล๊~~~~~~~~~

รอคอยมานานแสนนานนนนนนน ในที่สุดก็ได้อ่านแล้ววววว วู้ว

แจเป็นนักฆ่าไก่ด้วย เปลี่ยนไปฆ่าหมีเหอะเจ๊
sad smile ลุ้นอะ ลุ้น มาต่อไวๆนะค้า หนูรอใจจดใจจ่อออะcry
#4  by  ※Min*Jee※ At 2008-04-30 21:10, 
ดีจังเลย มีฟิคมาให้อ่านอีกแล้ว
พี่แต่งเก่งมากเลยค่ะ ปอชอบ
ยินดีที่รู้จักน้า
ขอแอดนะค่ะ^^
#6  by  All Su At 2008-05-01 18:25, 
อยากรู้จังเลยว่า heartless#5 เป็นใครกันนะ ทำไมถึงทำให้ยูชอนวิตกได้ขนาดนี้

แจจุงมาเป็น heartless กะเค้าด้วยเหรอเนี่ย

เรื่องชักสนุกใหญ่แล้ว รอติดตามอ่านค่า
#7  by  double ^p^ (117.47.130.142) At 2008-05-01 22:03, 
พี่กิ๊ก...

ในที่สุดก็มาสักที

เรื่องรอมานานมากกกกกก

รอจนบางทีก็ท้อเลยทีเดียว


แต่แล้วในที่สุดฝันก็เป็นจริงงงงง

.-.

ว่าแต่ไอ้เบอร์5 นี่มันน่ากัวมากเลยหรอ

เป็นห่วงครอบครัวยูซูจริงๆ
#8  by  Aizatsu At 2008-05-25 09:41, 
รอรวมเล่มภาคแรกอยู่นะค้า ^ ^ สู้ๆ
#9  by  Poon_pooN (58.9.135.39) At 2008-05-28 20:13, 
18 แจจุงหรอ
สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
มาต่ออีกนะ
#10  by  jun At 2008-06-06 17:57, 
สนุกมากๆเลยค่ะทุกเรื่องเลย
ชอบฟิคที่แต่งมากๆๆๆๆๆbig smile big smile big smile big smile
#11  by  jun At 2008-06-14 09:39, 
อั๊ย...มาต่อซะทีน๊า...รอตั้งนานนมกาเลเหมือนเทน้ำ เกี่ยวอะไรล่ะนั่น

ง่า..ได้อ่านซะทีน๊า..แม้ซกมกจะไม่มาต่อซักทีก็ตาม..

อยากรู้จังคนที่ 5นี่ใครอ่ะ ต้องเป็นยุนแน่เลย มีแจจ๋าด้วยง่ะ..อิยะฮะฮะ
#12  by   (161.200.255.162) At 2008-08-02 11:40, 

<< Home