Title: ซกมกแมน & เพอร์เฟคบอย
Author:Koekun
Couple: Yoosu
Rate : PG-13
-------------------------------------
Part 13
วันจันทร์...วันที่ใครหลายๆคนเพิ่งตื่นจากวันหยุดแสนสบาย วันที่คนทุกคนอยากจะหมุดขดตัวนอนในผ้าห่ม วันที่ไม่อยากตื่น ไม่อยากไปเรียน ไม่อยากไปทำงาน...
...แต่มันคงไม่เกิดกับคุณหนูเพอร์เฟคคิม จุนซูแน่นอน...
ท่านประธานสุดเนี๊ยบคิม จุนซูอยู่ในชุดสูทนักเรียนสีขาวสะอาด ยืนเด่นเป็นสง่าหน้าโพเดียมต่อหน้านักเรียนทั้งโรงเรียนรวมถึงครูอาจารย์ทุกคน น้ำเสียงเล็กเอ่ยเข้มไปตามกำหนดการที่ได้วางไว้ งานกีฬาประจำปีใกล้เข้ามาทุกขณะ ทำให้เด็กหลายๆคนทำงานหนักและเหน็ดเหนื่อยจากการเตรียมงาน
“หัวหน้าฝ่ายจัดกิจกรรม หัวหน้าฝ่ายกีฬา หัวหน้าฝ่ายจัดสถานที่ หัวหน้าฝ่ายสวัสดิการและหัวหน้าฝ่ายพยาบาล เย็นนี้กรุณาอยู่ประชุมที่ห้องคณะกรรมการนักเรียนด้วยนะครับ...” เสียงหวานเอ่ย แต่กลับไม่มีผู้ใดสนใจ เด็กนักเรียนทุกคน ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องต่างให้ความสนใจกับใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลัง
ร่างสูงในชุดสูทดำตามแบบสากลยืนพิงหลังอยู่เงียบๆ ใบหน้าคมถูกปกปิดด้วยแว่นสีดำ ยิ่งเสริมให้ร่างสูงผู้นั้นดูลึกลับและมีเสน่ห์มากกว่าเดิม จึงกลายเป็นจุดสนใจได้ไม่ยาก
“ใครอ่ะ?”
“บอดี้การ์ดๆ ท่านประธานหิ้วบอดี้การ์ดมาด้วย”
“เหมือนในหนังเลย~”
เสียงซุบซิบนินทาจากทุกตารางนิ้วของห้องประชุมดังหึ่งๆจนร่างเล็กเส้นเลือดกระตุกแทนที่ทุกคนจะสนใจร่างเล็กแต่กลับสนใจร่างสูงด้านหลังมากกว่า...งึ่ยๆๆๆ น่าโมโหจริงๆ...
“ผมขอจบการนัดหมายแต่เพียงเท่านี้...ขอบคุณที่ฟังผมนะครับ ถึงแม้ว่าจะไม่ทุกคนก็เถอะ” เสียงเล็กเอ่ยเร็วๆก่อนจะสะบัดตัวลงจากโพเดียม เด็กนักเรียนแทบทุกคนเห็นท่าทีของประธาน
นักเรียนตัวน้อยแบบนั้นก็ถึงกับหน้าซีด ประกอบกับน้ำเสียงประชดประชันทำให้ทราบว่าคิม จุนซูกำลังไม่พอใจ
“ไม่ฟังกันเลย! แล้วแบบนี้งานโรงเรียนก็ไม่เดินน่ะสิ ฮึ่ย” ทันทีที่เดินจากลานกว้างเมื่อครู่ ร่างเล็กก็เดินตัดตรงไปยังระเบียงทางเดินทันที ซึ่งมีรองประธานนักเรียนร่างบางยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“ใจเย็นๆสิ...ว่าแต่... ‘เขา’ มาทำอะไรน่ะ” แจจุงหลิ่วตาไปด้านหลัง ซึ่งหมายถึงร่างสูงในชุดสูทดำ
“ยูชอนน่ะ...เขามาคุ้มกันฉันจนกว่าคดีจะปิด” จุนซูตอบเร็วๆเช่นเดียวกับฝีเท้าเล็กก้าวอย่างฉับไว ไม่นานนักร่างบางทั้งสองก็ถึงห้องคณะกรรมการนักเรียน
“แล้วนายถามเขาเรื่องนั้นรึยัง?” แจจุงกระซิบข้างหูบาง จุนซูหยักหน้าตอบรับอย่างเขินอาย
“แล้วคำตอบล่ะ?”
“ก็...รัก...งื้อออ~” มือเล็กรีบยกปิดใบหน้าตนเอง ยิ่งนึกถึงวิธีการบอกรักของเจ้าชายในดวงใจ ร่างเล็กก็ยิ่งหน้าแดงเป็นทวีคูณ แจจุงอบยิ้มน้อยๆและหยุดอยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่
“เช้านี้คงไม่เข้าเรียน ฉันต้องตรวจเอกสารของชมรมก่อนจะถึงมือผู้อำนวยการน่ะ...น่าเบื่อจริงๆ” ใบหน้าหวานยู่ลงก่อนจะผลักประตูไม้บ้านใหญ่ ด้านในจะเป็นห้องเฉพาะของประธานนักเรียน
“อื้อ ฉันจะเลกเชอร์ให้นะ” แจจุงยิ้มบางและส่งยิ้มให้กับร่างสูงด้วยเช่นกัน รองประธานนักเรียนนึกดีใจไปกับเพื่อนตัวเล็ก แค่เห็นเพื่อนสนิทมีความสุขและคนที่แอบรักมีใจให้แบบนี้...เขาเองก็หายห่วง...เมื่อรองประธานนักเรียนจากไป จุนซูจึงปิดประตูและเดินมานั่งยังเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงตัวใหญ่
“โอ้โห~ ห้องสวยจังนะตัวเล็ก” เสียงทุ้มเอ่ยทันที พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องส่วนตัวของประธานนักเรียนโรงเรียนนี้ช่างหรูหราอลังการกว่าที่ร่างสูงคิดไว้ จุนซูยิ้มกว้างและส่งสายตาให้ร่างสูงนั่งยังโซฟาในห้อง
“ไม่มีคนแล้วใช่มะ?” ยูชอนเอ่ยถามพลางถอดแว่นสีดำออก
“ฮะ”
“เออดี โคตรร้อนเลยว่ะ” สิ้นคำ ยูชอนรีบสอดเสื้อสูทออก และรีบดึงเนคไทน์ลงมา ปลดกระดุมคอและกระดุมข้อแขนทันที ก่อนจะทิ้งตัวนอนบนโซฟาอย่างไม่เกรงใจ มือหนาเกาตามไรผมและคอดังแครกๆ
“คุณยูชอนอ่ะ...” จุนซูนิ่วหน้าอย่างเสียดาย ...เมื่อกี้กำลังหล่อๆเลย ไหงกลับมาน่าเกลียดอีกแล้ว T^T...
“นายนี่งานเยอะเนอะ แบ่งให้เพื่อนทำบ้างดิ” นายตำรวจเห็นกองรายงานมากมายเต็มโต๊ะแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ กลัวว่าคนตัวเล็กของเขาจะทำงานไม่ไหว ไหนจะต้องเรียน ไหนจะต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ และยังมาทำงานของประธานนักเรียนอีก มันหนักเกินไปสำหรับคนตัวเล็กๆอย่างคิม จุนซู
“แล้วงานของคุณยูชอนไปถึงแล้วล่ะฮะ ถึงมาจุ้นจ้านของผมอยู่ได้” ร่างเล็กตอกกลับอย่างเจ็บแสบจนนายตำรวจอ้าปากพะงาบๆพูดไม่เป็น จุนซูหัวเราะเสียงดังลั่นก่อนจะรีบวิ่งดุ๊กดิ๊กมานั่งบนโซฟาข้างร่างสูง
“ผมล้อเล่นน้า~” เสียงเล็กเอ่ยหวาน
“เจ็บมากตัวเล็ก ปากร้ายขึ้นทุกวันๆ” ยูชอนคว้าเอวบางมานั่งกอดบนตักของตนพลางเอาคางพาดบ่าบางและมองใบหน้าหวานจากด้านข้างในระยะใกล้
“อืมมม จะว่าไปตอนนี้ก็พอรู้อะไรเพิ่มนิดหน่อยเกี่ยวกับคนร้ายนะ” ยูชอนเปิดประเด็น
“อย่างแรกเลยคือ มันจะใช้ปมเงื่อนแบบเดียวกันและลักษณะเชือกแบบเดียวกัน”
“อย่างที่สองคือ เหยื่อจะเป็นในลักษณะที่มีความสัมพันธ์ต่อกัน อย่างแม่-ลูกแบบเมื่อสองปีก่อน แต่ในครั้งนี้ดูจะแปลกไปนิดหน่อย” ร่างสูงเอ่ยน้ำเสียงเครียด ร่างเล็กขยับกายหันข้างเพื่อสนทนาได้ถนัดมากขึ้น
“ยังไงฮะ”
“คู่แรกเป็นน้าหลาน และคู่ที่สองเป็นครูกับนักเรียนน่ะสิ”
“อย่างที่สาม เราไม่พบลายนิ้วมือของคนร้าย แต่พบดีเอ็นเอจากเส้นผม ซึ่งมันก็ไม่ตรงกับผู้ต้องสงสัยเมื่อสองปีก่อน แล้วครั้งนี้ก็หนักเข้าไปอีก เพราะเราไม่พบผู้ต้องสงสัยเลยน่ะสิ”
“แปลกนะฮะ เขาทำเพื่ออะไรหรอฮะคุณยูชอน” ร่างสูงนิ่ง ก่อนจะตอบเสียงแผ่ว
“ฉันเองก็อยากจะรู้...” ยูชอนหลับตาลงก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพื่อระบายความเครียดที่สะสมอยู่ภายใน ร่างเล็กคว้ามือหนามาประทับริมฝีปากยังหลังมืออย่างแผ่งเบาและยิ้มกว้างให้ เพียงแค่นั้น ความกังวลทั้งหลายในจิตใจของพันตำรวจก็อันตรธานหายไปจนหมด
จุนซูฉีกยิ้มเป็นกำลังใจให้ร่างสูง ดวงตาเรียวประกายแววสดใสและจับจ้องใบหน้าคมไม่วางตา เช่นเดียวกับอีกฝ่ายที่มองใบหน้าหวานด้วยแววตาอ่อนโยน เกิดรอยยิ้มเล็กๆภายในอ้อมกอดแสนอบอุ่น ยูชอนโอบกระชับให้ร่างเล็กได้นอนพิงบ่าของตนก่องจะกดจูบยังเรือนผมนุ่ม ร่างเล็กอมยิ้มน้อยๆพลางก้มหน้าซ่อนอาการเขินอาย ไม่ว่าจะถูกกอดกี่สิบครั้ง ทุกๆครั้งจุนซูจะเขินจนทำ อะไรไม่ถูกเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของเจ้าชาย
คุณหนูตัวน้อยหัวเราะคิกคักเมื่อถูกมือหนาหยิกแก้มนิ่มทั้งสองข้าง ยูชอนโน้มใบหน้าลงมาถูไถสันจมูกโด่งของตนไปมากับจมูกเล็กอย่างรักใคร่ มือหนาประคองพวงแก้มใสก่อนจะกดหอมฟอด
ใหญ่และไถใบหน้าไปมากับแก้มนิ่มอยู่นาน คุณหนูตัวน้อยกัดปากล่างอย่างเคอะเขิน พลางเหลือบสายตามองใบหน้าคมที่กำลังสนุกกับการไถหน้าไปมากับแก้มของตนเอง ช่วงเวลาอุ่นใจแบบนี้ เขาอยากจะหยุดเวลาไว้เช่นนี้นานๆแล้วร่างเล็กก็คิดได้ว่า เวลาแห่งความสุขมักมีได้ไม่นาน...
ไวเท่าความคิด เสียงโทรศัพท์ของร่างสูงก็ดังขึ้น จุนซูได้ยินเสียงจิ๊ปากจากเจ้าชายพร้อมกับเห็นสีหน้าเซ็งอารมณ์ ยูชอนครางต่ำก่อนจะรับสาย
“ว่าไง” เสียงทุ้มเอ่ยเข้ม ดวงตาคมกลอกตาไปมา
/ขอโทษที่ขัดจังหวะครับ แต่ตอนนี้มีคนตายเพิ่มครับท่าน แล้วเราก็รวบตัวไว้ได้ครับ/ เสียงกระหืดกระหอบจากจ่าร่างสูงกรอกมาตามสาย
“อะไรนะ!?”
/สารวัตรจองให้เรียกตัวท่านกลับไปที่ศูนย์ตอนนี้เลยครับ/
“โอเค ฉันจะรีบไป” ยูชอนตัดสายก่อนจะจิ๊ปากเสียงดัง นายตำรวจลุกขึ้นยืนก่อนจะสบถเสียงดังจนร่างเล็กสะดุ้ง
“แม่งโว้ย!!!” ขายาวเตะโซฟาแรงโดยไม่คิดว่าตนเองจะเจ็บแต่อย่างใด คุณหนูตัวเล็กเห็นร่างสูงหัวเสียก็ถึงกับตกใจ ร่างบางรีบพุ่งเข้ากอดกายแกร่งด้วยความเป็นห่วงก่อนจะเอ่ยเสียงสั่น
“จะ...เจ็บรึเปล่าฮะ อย่าทำแบบนี้เลยนะคุณยูชอน ผมเป็นห่วง” วงแขนบางกอดร่างสูงแน่นสุดกำลัง ยูชอนจึงระงับอารมณ์ไว้ก่อนจะกอดร่างเล็ก
“โทษที ฉันใจร้อนไปหน่อย” เสียงทุ้มกล่าว น้ำเสียงอ่อนน่าฟังมากกว่าเมื่อครู่ ใบหน้าหวานยิ้มน้อยๆก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“เกิดอะไรขึ้นฮะ คงไม่ใช่เรื่องไม่ดีใช่ไหม?” ยูชอนกระตุกยิ้มก่อนจะลูบเรือนผมนิ่มเบาๆ
“ไม่ดีสุดๆเลยล่ะ” พันตำรวจถอนใจเฮือกใหญ่ รอยยิ้มมุมปากเศร้าสร้อยเสียจนร่างเล็กต้องซุกใบหน้ากับแผ่นอกกว้าง คิดว่าการไถหัวกลมของตนเองไปมาช้าจะช่วยบรรเทาความเครียดของเจ้าชายได้บ้าง ไม่มากก็น้อย การกระทำเล็กๆแสนน่ารักทำเอาร่างสูงยิ้มอย่างพึงพอใจ
“ฉันต้องรีบกลับไปที่ทำงาน แล้วจะทิ้งตัวเล็กไว้ก็ไม่ได้ วันนี้ไม่ต้องเรียนหรอกนะ ไปกับฉันดีกว่า” เสียงทุ้มเอ่ยเสียงนุ่ม ใบหน้าหวานรีบเงยสูงทันที
“แต่ว่าบ่ายนี้มีวิชาชีวะนะ ผมกลัวเรียนไม่ทันเพื่อนแล้วคาบถัดไปก็เรียนดนตรี ส่วนตอนเย็นก็ต้อง แว้กกกกกกกกก~” ไม่ทันจะกล่าวจบ ยูชอนก็ลากร่างเล็กให้เดินตามโดยไม่สนคำอ้างใดๆทั้งสิ้น
“คุณยูชอนง่า~ ผมอยากเรียนวิชาดนตรี ผมชอบมากเลยนะ” เสียงหวานบ่นอุบอิบเบา
“เล่นเปียโนให้ฉันฟังแล้วกัน คงพอแทนวิชาดนตรีได้นะ” เสียงทุ้มเอ่ยเร็วๆ จุนซูฟังแล้วก็ยิ้มกว้างก่อนจะกระชับมือเล็กให้จับมือหนาได้แน่นขึ้น...วิชาไหนๆก็เทียบกับการที่ได้อยู่ใกล้ๆคุณยูชอนไม่ได้หรอก...
...เพราะช่วงเวลาที่ผมมีความสุขมากที่สุด คือช่วงเวลาที่มีคุณอยู่ใกล้ๆยังไงล่ะ...
.
.
.
.
สารวัตรจอง ยุนโฮนั่งกุมขมับอยู่ที่โต๊ะทำงาน สีหน้าหล่อเหลาดูเคร่งเครียดและจดจ่ออยู่กับข้อมูลแผ่นหลายสิบแผ่นตรงหน้า หลักฐานที่มีอยู่ในตอนนี้ไม่ได้ช่วยให้คดีคืบหน้าเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อ
ไม่กี่สิบนาทีที่ผ่านมาได้รับแจ้งว่าพบศพแม่-ลูกตายคาห้องพัก ทำให้เขารีบส่งร้อยตำรวจเอกกวาน โบอาและทีมตำรวจไปตรวจสอบ ในตอนนี้กำลังรอพยานร่างเล็กมาตอบคำถามสองสามคำถาม ไม่นานนักพันตำรวจเอกก็เข้ามาพร้อมกับร่างเล็ก
“ขอถามคำถามอะไรนิดหน่อยกับจุนซู แล้วค่อยไปดูสถานที่เกิดเหตุล่าสุดนะยูชอน” ยุนโฮอธิบายเร็วๆกับเพื่อนตำรวจ
“สวัสดีครับคุณยุนโฮ” จุนซูโค้งเคารพก่อนจะนั่งยังเก้าอี้ ยุนโฮยิ้มน้อยๆกับมารยาทน่ารักของร่างเล็ก
“คนๆนี้ชื่ออี จองซู...เขาเป็นผู้ต้องสงสัยรายแรกของเราน่ะ นี่ใช่คนที่ลักพาตัวนายรึเปล่า” ยุนโฮยื่นรูปภาพให้กับร่างเล็ก จุนซูรับมาอย่างงงๆ คนในรูปเป็นชายวัยกลางคน หน้าตาธรรมดา ไม่โดดเด่นอะไร ดวงตายาวรี จมูกใหญ่และริมฝีปากหนา รูปร่าง
“ผม...ผมจำไม่ได้ฮะคุณยุนโฮ ตอนนั้น...ผมโดนเอ่อ...” ยุนโฮรีบพนักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะเขาจำได้ว่าร่างเล็กถูกปิดตา แต่ที่ยังถามเพราะคิดว่าจุนซูอาจเห็นใบหน้าของคนร้ายสักแว่บหนึ่งก่อนจะถูกปิดตา
“ก่อนถูกจับตัวไป จุนซูก็ไม่เห็นหน้าใช่ไหม?” ยุนโฮเอ่ยถามอีกครั้ง
“ก่อนที่จะโดนจับ มีคนมาถามทางน่ะครับ ผมจำหน้าเขาไม่ได้ เพราะคนๆนั้นใส่แว่นกันแดดแล้วก็ใส่ปากปิดปากด้วย” จุนซูอธิบาย
“แล้วคนๆนั้นคือคนที่จับจุนซูไป?” ยุนโฮเลิกคิ้ว
“ก็...คิดว่านะฮะ” ร่างเล็กเองก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไรนัก
“ไม่เป็นไร เท่านี้ก็พอได้ข้อมูลเพิ่มมาให้ชื่นใจหน่อย...ป่ะ ยูชอน” ยุนโฮลุกขึ้นยืนและเก็บของบนโต๊ะ
“ผมไปด้วยได้ไหมครับคุณยุนโฮ” จุนซูเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าพันตำรวจทั้งสองหาคนมาดูแลตนเองระหว่างที่ร่างสูงข้างกายไปสืบคดี
“อย่าดีกว่านะ มันอันตราย” ยูชอนกล่าว
“นะ...คุณยูชอน ให้ผมไปด้วยนะ” จุนซูเขย่ามือหนาพลางส่งสายตาเว้าวอน
“อยู่ที่นี่ดีกว่าจุนซู นั่งในห้องท่านผู้กำกับจะปลอดภัยกว่า มีเคาท์เตอร์ชงชาจิบรอเจ้ายูชอนแล้วก็มีขนมด้วยนะ” ยุนโฮเอ่ยอย่างใจดีแต่ใบหน้าหวานกลับส่ายหน้าปฏิเสธ
“ถ้าไม่มีคุณยูชอน ที่ไหนๆก็ไม่ปลอดภัยทั้งนั้น” ยูชอนตาเบิกกว้างก่อนจะอมยิ้ม
“ฉันดูแลจุนซูเอง ให้เขาไปด้วยเถอะ”
“ช่วยไม่ได้...จุนซูร้องไห้ไม่รู้นะเว่ย” ยุนโฮหยักไหลก่อนจะนำทางไปยังสถานที่เกิดเหตุ ร่างสูงคว้ามือเรียวให้เดินไปด้วยกัน
ทั้ง 3 เดินทางด้วยรถสีดำคันสวยของสารวัตรจอง บนรถเงียบกริบไม่มีใครเอ่ยอะไร ไม่นานนักยุนโฮก็จอดรถไว้ข้างอพาร์ตเมนท์เก่าๆแห่งหนึ่ง ด้านล่างของอพาร์เมนท์มีตำรวจสองสามนายเฝ้า
ประตูเพื่อไม่ให้ผู้คนขึ้นไปก่อกวนการทำงานของทีมงาน ยุนโฮนำร่างสูงเข้าไปด้านใน ระหว่างนั้นยูชอนกระซิบบอกจุนซูว่า
“ถ้ารู้สึกกลัวก็เกาะแขนฉันแน่นๆหรือไม่ก็อยู่ด้านหลังฉันแล้วกันนะ” ยูชอนเอ่ยเสียงนุ่มพลางจูงมือเล็กให้เดินอยู่ข้างกาย ร่างเล็กพยักหน้ารับ...แค่มีคุณยูชอนอยู่ข้างๆ ผมก็ไม่กลัวอะไรแล้ว... แต่พอร่างเล็กไปถึงห้องพักหมายเลข 608 ใบหน้าหวานถึงกับผงะกับสภาพที่อยู่อาศัย
ห้องพักขนาดเล็กเต็มไปด้วยคราบเลือดสีแดงมากมาย ข้าวของแตกกระจายและเฟอร์นิเจอร์ระเนระนาด โซฟาขาดวิ่น ตู้เสื้อผ้าล้มอยู่ด้านข้าง หากไล่สายตาไปยังด้านท้าย พบเด็กผู้หญิงผมยาวนอนคว่ำหน้าบนเตียงท่ามกลางกองเลือด สภาพไม่น่าดู ตามเนื้อตัวมีร่องรอยบอบช้ำจากการถูกทำร้าย
จุนซูกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ ร่างเล็กพุ่งเข้ากอดแขนร่างสูงอย่างลืมตัว เปลือกตาบางปิดลงแน่นและเม้มปากเข้าหากัน กลิ่นคาวลอยเตะจมูกทำให้ใบหน้าหวานหันหนีและหลีกเลี่ยงโดยการซุกหน้ากับแขนยาวของยูชอน ร่างสูงลูบผมนิ่มเชิงปลอบก่อนจะก้าวเข้าไปด้านใน
“มาแล้วหรอยุนโฮ” หญิงสาวผมยาวก้าวข้ามกองเลือดและตรงเข้ามาหาร่างสูง
“พบอะไรใหม่ๆไหมโบอา” ยุนโฮรับถุงมือยางจากโบอาและสวมใส่ทันที เช่นเดียวกับยูชอนที่ใส่ถุงมือและกวาดสายตามองไปทั่วห้อง
“เยอะเลยล่ะ” โบอาถอนหายใจเฮือกใหญ่และหันไปมองเด็กน้อยน่าสงสารบนเตียง
“เด็กคนนั้นถูกกดกับเตียงจนขาดอากาศตาย ส่วนแม่...อยู่ในห้องน้ำ...” โบอาเลี่ยงที่จะบรรยายสถาพ เท่านี้ก็ทำให้พันตำรวจทั้งสองรู้ว่าแม่ของเด็กอยู่ในสภาพไหน ยูชอนค่อยๆก้าวเข้าไปด้านในโดยมีร่างเล็กเกาะติดแน่น
ร่างสูงก้าวข้ามกองเลือดและข้าวของระเกะระกะ เดินอย่างระวังเพื่อเข้าไปด้านใน ผ่านเตียงใหญ่และประตูห้องน้ำ จุนซูรีบใช้มือปิดจมูกเมื่อได้กลิ่นคาวคลุ้งไปทั่ว ดวงตาเรียวปิดสนิททันทีที่เห็นภาพผนังสีแดง
“อะไรวะเนี่ย...” ยูชอนอุทานอย่างไม่เชื่อสายตา สภาพห้องน้ำไม่อาจบรรยายออกมาได้ ผนังห้องน้ำถูกฉาบด้วยคราบเลือด ชิ้นส่วนของร่างกายกระจายไปทั่ว ฆาตกรคงจะตัดเหยื่อเป็นชิ้นๆแล้วตั้งใจวางไว้ตามเครื่องใช้ในห้องน้ำอย่างบรรจง
“ห้ามเปิดตาเด็ดขาดนะตัวเล็ก” ร่างสูงเตือนขณะก้าวเข้าไปใกล้กับอ่างอาบน้ำ มีร่างชิ้นส่วนอยู่ในนั้นซึ่งเป็นภาพไม่น่ามอง
“มันน่ากลัวมากไหมฮะ” จุนซูหลับตาแน่น แม้ว่าความรู้อยากเห็นของเขาบังคับให้เปิดตา แต่ความกลัวก็ครอบคลุมจิตใจทำให้ร่างเล็กไม่กล้ามอง
“สยองบรรลัยเลยล่ะ” คุณหนูตัวน้อยสะอึก กลืนน้ำลายลงคอและพยักหน้ารับ เปลือกตาบางปิดแน่น
“ยืนตรงนี้นะ อย่าขยับไปไหน” ยูชอนกระซิบและพาร่างบางมายืนกลางห้องน้ำซึ่งเป็นที่ๆน่าจะดูดีที่สุดแล้ว จากนั้นยูชอนก็เข้าไปดูสภาพการตายของผู้หญิงโชคร้าย
“เจออะไรบ้างไหม” เสียงทุ้มเอ่ยถามเจ้าหน้าที่ที่กำลังเก็บชิ้นส่วนใส่ถุงเพื่อส่งต่อให้กับหน่วยนิติเวช
“เราพบชิ้นส่วนต่างๆทั่วห้องน้ำเลยครับ ไม่ว่าจะอ่างล้างหน้า โถส้วม ไปจนถึงท่อระบายน้ำ”
“งื้อ...” คำบรรยายจากเจ้าหน้าที่ลอดเข้าหูร่างเล็ก จุนซูสะดุ้งพลางถอยหนีสองสามก้าว
“มีรอยนิ้วมือทั่วทุกที่ด้วยครับ ตอนนี้พวกผมส่งกลับไปที่ศูนย์เรียบร้อยแล้ว” ยูชอนพยักหน้ารับ ก่อนจะหยิบท่อนแขนขึ้นมาจากโถส้วมและวิเคราะห์ด้วยสายตาอย่างละเอียด
“รอยมัดอีกแล้ว เหมือนกับคนอื่นๆเลย” ร่างสูงใส่ท่อนแขนลงในถุงพลาสติกของเจ้าหน้าที่ก่อนจะเดินหาร่องรอยน่าสงสัยในห้องน้ำ นายตำรวจหยิบนู้นจับนี้เพื่อวิเคราะห์หาข้อมูล มีการสอบถามหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่บ้างเป็นบางครั้ง
จุนซูยังคงปิดตาแน่น ได้ยินเสียงของพันตำรวจคุยกับโบอาและยุนโฮ ถกเถียงเรื่องหลักฐานที่พบ และแบ่งหน้าที่ไปตรวจสอบ ร่างเล็กจับใจความอะไรได้ไม่มากนัก รู้แต่เพียงว่าตอนนี้มีผู้ต้องสงสัย 2 ราย คนหนึ่งเป็นชายที่เป็นชู้กับหญิงผู้ตายซึ่งเป็นคนๆเดียวกับชายในรูปที่ยุนโฮให้เขาดู อีกคนเป็นคนที่ทำตัวลับๆล่อๆออกมาจากที่เกิดเหตุตามที่พยานในเหตุกาณ์เห็น แต่ในตอนนี้ร่างเล็กไม่สนใจความคืบหน้าของคดีสักเท่าไร ในใจดวงน้อยภาวนาให้เจ้าชายรีบๆมาอยู่ใกล้ๆตนเองเสียที
“สองคนนั้นอยู่ที่กรมตำรวจแล้ว กำลังตรวจสอบลายนิ้วมือ ฉันอยากให้นายพาจุนซูไปดูหน้าหน่อย เผื่อว่าจะคล้ายๆคลับคลากับคนที่จับตัวไป” ยุนโฮกล่าว
“แล้วก็ไปหาชางมินด้วยล่ะ หมอนั่นมีอะไรอยากจะให้นายดูหน่อย” โบอากล่าวเสริม ยูชอนพยักหน้ารับและรีบมาหาร่างเล็กที่ยืนอยู่คนเดียวอยู่นาน ทันทีที่ร่างสูงแตะบ่าบางเบาๆ จุนซูก็รีบโผกอดกายแกร่งทันที
“ขอโทษนะ คงกลัวล่ะสิท่า” ยูชอนรวบเอวบางเข้ามากอด พร้อมกับน้ำเสียงนุ่ม คุณหนูตัวเล็กพยักหน้าตอบรับและซุกใบหน้ากับแผ่นอกกว้าง
“ป่ะๆ ออกจากห้องนี้ดีกว่า เดี๋ยวยุนโฮจะพาพวกเรากลับไปที่กรม อยากให้ตัวเล็กช่วยยืนยันคนร้ายหน่อยน่ะ” ใบหน้าหวานเงยสูงทั้งที่ยังหลับตาแน่น
“จับคนร้ายได้แล้วหรอฮะ” เสียงเล็กเอ่ยเสียงใส ยูชอนระบายยิ้มน้อยๆ
“แค่ผู้ต้องสงสัยน่ะ” มือหนาคว้ามือเรียวให้ออกเดินตามแต่ร่างเล็กกลับยืนอยู่นิ่งๆ ร่างสูงหันกลับมามองอย่างสงสัย
“ผม...ผมก้าวขา...ไม่ออก” เสียงหวานแผ่ว เพราะกลิ่นคาวและบรรยากาศน่ากลัวทำเอาคุณหนูตัวน้อยขาสั่น ยิ่งอยู่ห่างจากเจ้าชายด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ร่างเล็กกลัวมากกว่าเดิม ร่างสูงโอบกายบางไว้ก่อนจะออกแรงอุ้มร่างเล็ก
“ดีขึ้นไหม” เสียงทุ้มนุ่มสร้างความอุ่นใจให้กับร่างเล็กได้เป็นอย่างดี จุนซูหยักหน้าเร็วๆและตวัดวงแขนโอบรอบคอแกร่ง ยูชอนอุ้มจุนซูออกไปด้านนอกที่เกิดเหตุ ใกล้ๆกับบริเวณที่ยุนโฮจอดรถ ร่างสูงบรรจงวางกายบางลงพื้นอย่างนุ่มนวล
“เปิดตาแล้วล่ะ” สิ้นคำร่างเล็กก็ลืมตาทันที ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อหอบอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด
“โล่งขึ้นเยอะเลย~” แขนเรียวกางออกและหายใจเข้าลึกๆอีกครั้ง ระหว่างนั้นมีคนเรียกร่างสูงพอดี ทำให้นายตรวจละสายตาจากร่างเล็กไป
จุนซูเดินวนไปวนมาแถวๆรถสีดำเมื่อเห็นร่างสูงเดินห่างออกไปเรื่อยๆ ยูชอนสนทนาด้วยสีหน้าเอาจริงจัง สีหน้าคมในเวลาแบบนี้เป็นที่ชื่นชอบของคุณหนูตัวน้อย ร่างบางยืนพิงรถพลางมองพันตำรวจอย่างเพลินตา
ระหว่างที่นายตำรวจหันเหความสนใจและร่างเล็กที่ไม่ทันระวังตัว ใครคนหนึ่งที่แอบเฝ้ามองอยู่ตรงข้ามรีบขยับกายอ้อมไปด้านหลัง ร่างสูงใหญ่ในชุดฮูด ปกปิดใบหน้ามิดชิด ในมือกำท่อนเหล็กแน่น ซ่อนตัวอยู่ในกองขยะด้านหลังรถสีดำ
...เจอตัวแล้ว...ไอ้ตัวแสบ...
ร่างใหญ่จับจ้องร่างเล็กด้วยสายตาอาฆาต ในสมองมีแต่การวิธีกำจัดเด็กหนุ่มตรงหน้า ช่วงเวลาที่ร่างบางเผลอช่างเป็นโอกาสเหมาะที่จะลงมือปิดปากพยานตัวน้อย ชายในเสื้อฮูดง้างท่อนเหล็กขึ้นสูงหมายจะฟาดยังศีรษะของจุนซูเต็มแรง
“จุนซู แล้วยูชอนล่ะ” เสียงทุ้มเบสของยุนโฮดังขึ้น จึงทำให้ร่างสูงใหญ่รีบลดมือลงและซ่อนตัวทันที
“กำลังคุยกับพี่คนนั้นอยู่น่ะฮะ” จุนซูยิ้มและชี้ไปทางร่างสูงที่กำลังหมุนตัวกลับมาและถือแฟ้มงานไว้ในมือ
“ได้รายงานมาเพิ่มน่ะ รีบกลับไปที่กรมเถอะ” ยูชอนเปิดประตูให้ร่างเล็กได้เข้าไปนั่ง ยุนโฮรีบขับรถกลับไปยังกรมตำรวจทันที
“บ้าจริง...” เสียงแหบห้าวดังลอดจากมุมมืด มือหยาบกร้านกำเหล็กไว้แน่นด้วยความโกรธ
.
.
.
.
จุนซูถูกพามายังห้องสอบปากคำ แต่ร่างเล็กและนายตำรวจร่างสูงทั้ง 2 ยืนอยู่ในห้องที่ผู้ต้องสงสัยมองไม่เห็น คุณหนูตัวน้อยมองเห็นผู้ต้องสงสัยรายแรกผ่านกระจกลวงตา ห้องสอบปากคำมืด
สนิทมีเพียงไฟดวงเดียวส่องหน้า บรรยากาศตึงเครียดและอึดอัด
“ทำไมต้องเปิดไฟดวงเดียวล่ะฮะ” ร่างเล็กกระซิบถามร่างสูงข้างกาย
“จะได้กดดันและเค้นความจริงยังไงล่ะ มันจะช่วยให้ตำรวจล้วงข้อเท็จจริงได้ง่ายขึ้น” ยูชอนตอบและฟังคำให้การอย่างตั้งใจ
ผู้ต้องสงสัยรายแรกที่เป็นชู้กับหญิงผู้ตายได้กล่าวสิ่งที่เกิดขึ้นว่าทำอะไรไปบ้าง ซึ่งเหตุการณ์ไม่มีอะไรน่าสงสัย แต่ก็มีสิ่งที่น่าสะกิดใจและสามารถเป็นเหตุจูงใจในการฆ่าได้ เช่น ผู้ตายชอบออกคำสั่งและโวยวายใส่ บางครั้งก็ตบตีและด่าว่าบ้าง
...แต่มันก็เป็นเรื่องปกติของคนที่จะมีปากมีเสียงกัน...
“เป็นไปได้ว่าเขาโมโหมากจนลงมือฆ่ารึเปล่าฮะ” จุนซูถามยูชอนเบาๆ ซึ่งมันทำให้ร่างสูงอมยิ้ม
“อาจเป็นไปได้” ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้ม ก่อนจะกอดกายบางไว้หลวมๆ ร่างเล็กยกมือมาจับมือหนาไว้
ไม่นานนักผู้ต้องสงสัยรายแรกก็ถูกปล่อยตัวออกไป และแทนที่ด้วยผู้ต้องสงสัยรายที่สอง จุนซูได้ยินว่าคนๆนั้นชื่อชเว ฮงจิน เป็นชายรูปร่างสูง อายุ 38 ปี ท่าทางการเดินและการแต่งตัวเหมือนกับใครบางคนที่เขาจำได้
“คุณยูชอนฮะ คนนั้นไงที่ถามทางผม” จุนซูรีบชี้ไปที่ชายคนนั้น ยุนโฮจึงรีบออกคำสั่งให้กักตัวชายผู้นั้นและสอบปากคำทันที
“แน่ใจหรอตัวเล็ก” นายตำรวจเอ่ยถาม ร่างเล็กพนักหน้าทันที
“ฮะ ผมจำเสียงเขาได้” ระหว่างที่กำลังฟังคำสารภาพ ยุนโฮก็ได้รับแจ้งว่าผลลายนิ้วมือและดีเอ็นดีออกมาแล้ว
“ยูชอน นายไปฟังผลลายนิ้วมือกับดีเอ็นเอแทนฉันที ฉันจะอยู่ฟังต่ออีกสักหน่อย” ร่างสูงพยักหน้ารับเจ้าของคดี และรีบทำตามคำสั่งทันที
ยูชอนเดินลงจากกรมตำรวจพร้อมจุนซู ทั้งสองเดินบนฟุตบาทเพื่อไปยังหน่วยนิติเวช สถานท่ากกรมตำรวจลับกับหน่วยตรวจนั้นอยู่ไม่ไกลมากนัก เมื่อข้ามถนนสายหลักและเดินตรงไปอีกหน่อยก็ถึงที่หมาย ชางมินรีบส่งผลตรวจให้ร่างสูงทันทีที่นายตำรวจเข้ามาถึงห้องทำงาน
“ลายนิ้วมือและดีเอ็นเอตรงกับคนที่ชื่อชเว ฮงจิน” ชางมินเอ่ยเร็วๆพลางดึงถุงมือยางออกและทิ้งใส่ถังขยะ
“ตรงกับคดีฆาตกรรมเมื่อสองปีก่อนด้วย นายคนนั่นนั้นแหละ” นายแพทย์กล่าวน้ำเสียงเข้ม ยูชอนจึงรีบรายงานให้ยุนโฮรับทราบทันที
เหมือนทุกอย่างกำลังไปได้สวย สีหน้าของยูชอนดูดีขึ้นมาก ไม่ได้เครียดและบึ้งตึงเหมือนเก่า ร่างเล็กสังเกตเห็นสีหน้าเหนื่อยอ่อนจากร่างสูงแฝงอยู่ เมื่อตรวจสอบหลักฐานทุกอย่างเสร็จ ยูชอนก็พาร่างเล็กลงจากตึก
“กลับบ้านดีกว่า ตัวเล็กคงเริ่มเพลียแล้วล่ะ” ยูชอนยิ้มและดันแผ่นบางให้เดินเร็วๆ
“คุณเหนื่อยกว่าผมอีกนะ กลับไปจะทำน้ำปั่นเย็นๆให้กิน” จุนซูเอ่ยร่าและอยากกลับไปนอนบนเตียงนุ่มๆจะแย่แล้ว ร่างสูงจูงมือร่างเล็กกลับไปยังกรมตำรวจ
ระหว่างที่ทั้งสองเดินบนถนน ยูชอนหยุดรับโทรศัพท์และยืนคุย มือหนาปล่อยมือเรียวให้เป็นอิสระ นายตำรวจหันหน้าเข้าหากำแพง และยืนพิงกำแพง จุนซูยืนขอบมุมตึกพลางเข่ยเท้าไปมาอย่างเหม่อลอย ในสมองเล็กมีแต่น้ำปั่น
‘ทำน้ำแอปเปิ้ลหรือกีวีดีล่ะ น้ำผักปั่นก็น่าสนใจแหะ...’
อีกครั้งที่คุณหนูตัวน้อยคิม จุนซูไม่ระวังตัว เช่นเดียวกับนายตำรวจที่เดินหาที่สงบๆเพื่อสนทนาได้ถนัดมากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะมีคนเดินผ่านไปผ่านมา แต่ในขณะนี้ก็เริ่มดึกแล้ว จึงเป็นโอกาสดีอีกครั้งสำหรับใครบางคน...
“ว่าไงนะ!? ไอ้ฮงจินมันหนีออกมาได้งั้นหรอ!?” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างตกใจ จนคุณหนูตัวน้อยสะดุ้งเช่นเดียวกัน ใบหน้าหวานหันมองร่างสูงอย่างสงสัย
วินาทีนั้น ชายในเสื้อฮูดขยับกายอยู่ซอกมุมตึก ร่างบางอยู่ห่างไม่กี่ก้าวเท่านั้น มือหยาบกร้านกำท่อนเหล็กในมือไว้แน่น มุมมืดของตึกสูงสามารถอำพรางกายได้เป็นอย่างดี ท่อนเหล็กถูกยกขึ้นสูง ริมฝีปากแสยะยิ้มร้ายอย่างมีชัย ในเมื่อศีรษะกลมอยู่ตรงหน้านี้แล้ว
‘...ไปนอนยิ้มหวานในโลงซะ...’
ปึ่ก
TBC
