Title: ซกมกแมน & เพอร์เฟคบอย
Author:Koekun
Couple: Yoosu
Rate : NC-17
---------------------------------------------------------------------------
Part 11
“ฉันจะช่วยนายเอง...ฉันจะลบทุกอย่างที่มันเคยทำไว้กับนาย” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบพลางกอดกายบางไว้แน่น น้ำเสียงที่ต่างไปจากเดิม บรรยากาศค่อยๆเปลี่ยนไป เช่นเดียวกับสีหน้าคมเข้มอ่อนโยนค่อยๆเปลี่ยนไปทีละน้อย...
ร่างสูงก้มลงจูบหน้าผากมนอย่างนุ่มนวลพลางไล้เลียจุมพิตไปทั่วดวงหน้าหวาน ร่างเล็กเบื้องใต้เกร็งนิ่งแม้จะอุ่นใจเพียงเล็กน้อย แต่ก็ไม่อาจควบคุมอาการสั่นเทานี้ได้
...บรรยากาศแบบนี้มันคืออะไรกัน?...
“ฉันจะทำให้นายเป็นของฉัน...จุนซู...”
.
.
.
.
“ฉันจะทำให้นายเป็นของฉัน...ให้รู้ว่าฉันอยู่ข้างนายเสมอนะตัวเล็ก” เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบ น้ำเสียงแหบพร่าต่างไปจากเดิม นุ่มทุ้มน่าฟังเหมือนทุกครั้ง แต่เหตุใดครั้งนี้คนตัวเล็กรู้สึกถึงความแตกต่าง รู้สึกถึงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในคำพูดเหล่านั้น
ดวงตาเรียวหวานปรือสบดวงตาคมช้าๆ แววตาสีเข้มนิ่งฉายแววประหลาดอย่างที่ร่างเล็กไม่เคยได้เห็นมาก่อน ใบหน้าหวานเบนหลบสายตาคมนั่น ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกกลัวอีกครั้ง ภาพสะท้อนจากนัยน์ตาสีเข้มเมื่อครู่คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ก่อนหน้า จุนซูหลับตาแน่นไม่กล้ามองเพราะความกลัวที่ยังคงฝังใจ
“อย่า! อย่าทำอะไรผมอีกเลย พอแล้ว...ไม่นะ อย่าเกิดเรื่องแบบนั้นอีก” มือเรียวพลักดันกายแกร่งด้านบนให้ออกห่าง ซ้ำยังตบตีและจิกข่วนคล้ายการป้องกันตนเองเป็นการใหญ่ ดวงตาเรียวปริ่มน้ำตาอีกครั้ง ร่างสูงด้านบนเข้าใจดีกับสภาพจิตใจแสนเปราะบางนี้ว่าเป็นอย่างไร มือหนาประคองใบหน้าหวานที่ส่ายไปมาให้ตั้งตรง ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวล
“จุนซู...นี่ฉันเอง อย่าคิดถึงมันสิ คิดถึงแต่ฉัน มองหน้าฉันสิจุนซู” ยูชอนลูบแก้มใสเบาๆก่อนจะจุมพิตเปลือกตาบางอย่างอ่อนโยน ใบหน้าหวานค่อยๆลืมตามองร่างสูงทั้งน้ำตา
“คนเก่งของฉัน นายกำลังเห็นใคร” มือหนาลูบผมนิ่มเบาๆพลางไถใบหน้าคมกับแก้มใส น้ำเสียงนุ่มนวลและอ่อนโยนค่อยๆเรียกสติน้อยกลับมาอย่างช้าๆ
“ยะ...ยูชอน...” เสียงเล็กเอ่ยเสียงสั่น
“ยูชอนเคยทำไม่ดีกับนายบ้างไหม?” ใบหน้าหวานส่ายไปมาน้อยๆเป็นคำตอบ ทั้งน้ำเสียงนุ่ม ดวงตาคมอ่อนโยน รอยยิ้มใจดีและความอบอุ่นที่คุ้นเคยค่อยๆคลายความกังวลของร่างเล็กทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว
“แล้วจะกลัวยูชอนทำไม ยูชอนอยู่กับจุนซูเสมอนะ” ใบหน้าคมก้มลงต่ำมอบจูบแผ่วเบายังแก้มใส ลมหายใจอุ่นร้อนเป็นจังหวะคงรดคลอเคลียชวนให้เสียวซ่าน สัมผัสอุ่นอ่อนโยนในตอนนี้ช่างบาดลึกลงไปในจิตใจของจุนซูเสียเหลือเกิน
“อื้อ...ยะ...อย่า...ฮะ” ร่างเล็กเบี่ยงตัวหนีอย่างรวดเร็ว มือเรียวออกแรงให้หลุดจากมือหนาและรีบกอดกายตนเองสุดกำลัง ฟันซี่เล็กกัดริมฝีปากแน่น เนื้อตัวสั่นระริกอย่างเห็นได้ชัด ลมหายใจถี่กระชั้นเหมือนคนขาดอากาศ อาการหวาดกลัวเช่นนี้ทำให้ร่างสูงรู้สึกเจ็บเสียดอกข้างซ้ายจนหายใจแทบไม่ออก
“จุนซูมองฉัน” ยูชอนรวบแขนเรียวให้โอบรอบคอของตน ก่อนจะวางหน้าผากกว้างลงบนหน้าผากมน คอยไถสันจมูกโด่งรั้นไปตามสันจมูกเล็กอย่างแผ่วเบา
“รู้สึกไหม?...จุนซูรู้สึกรึเปล่า” ฝ่ามืออุ่นลูบไปตามโครงหน้าเรียว ปล่อยให้ความอุ่นร้อนจากกายตนเองปลอบประโลมร่างสั่นเทาเบื้องล่าง คุณหนูตัวน้อยหายใจสะดุดขาดห้วงครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆปรับจังหวะการหายใจใหม่ให้เริ่มเข้าสู่ภาวะจังหวะเข้าออกปกติ
“รู้สึกถึงฉันไหม? ยังจำสัมผัสของฉันได้รึเปล่า” ดวงตาเรียวเบิกกว้างจ้องมองผู้ที่อยู่เบื้องบน ราวกับคำพูดจากสวรรค์ที่ฉุดให้หลุดพ้นจากความมืดมิด
...ใบหน้าคมแสนคุ้นเคย ดวงตาคมสีเข้มและแววตาอ่อนโยน...
...รอยยิ้มอบอุ่น ฝ่ามือใหญ่ที่คอยลูบปลอบประโลมพร้อมน้ำเสียงนุ่มทุ้มน่าฟัง...
...เราจำได้ เราคุ้นเคยสัมผัสนี่ดี เราชอบให้คนๆนี้โอบกอดไว้...
...คนๆนั้นคือ คุณยูชอน...
“ผะ...ผม...แต่ผม...ผมไม่น่ารักเหมือนเดิมแล้ว...ผม...” ภายในสับสน ขัดแย้งกันเอง รู้ทั้งรู้ว่าต้องการให้คนตรงหน้าอยู่ข้างกาย แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้เจ้าชายโอบกอดร่างกายแสนน่ารังเกียจนี้อีกต่อไป
“ชู่วส์” นิ้วเรียวยาวทาบทับกลีบปากบาง ร่างสูงลูบแก้มใสเบาๆ นัยน์ตาสีเข้มสะท้อนภาพใบหน้าหวานเปื้อนคราบน้ำตาให้เห็น
“ฉันไม่เคยมองนายแบบนั้นเลยสักนิด นายน่ารักสำหรับฉันเสมอนะตัวเล็ก” ยูชอนฉีกยิ้มน้อยๆพลางจูบสันจมูกเล็กเบาๆ มือหนาคว้ามือเรียวกุมแนบอกข้างซ้ายของตน
“ฉันจะพิสูจน์ให้รู้ว่า นายเป็นตัวเล็กที่น่ารักของฉัน...ของฉันคนเดียว...” ร่างสูงจ้องมองร่างเล็กในอ้อมแขนด้วยสายตาที่ต่างออกไป แววตาขี้แกล้งดถูกกลบด้วยความจริงจังจนสร้างบรรยากาศแปลกใหม่
สายตา ท่าทาง และสีหน้าขรึมแบบนี้บีบจังหวะการเต้นของหัวใจดวงน้อยระส่ำไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าหวานหันหนีไปด้านข้าง แก้มใสทั้งสองซับสีเลือดจนขึ้นแดงเป็นวงน่ารัก ยูชอนเห็นท่าทีเขินอายก็อดยิ้มไม่ได้
“อย่ากลัวไปเลย แค่คิดถึงแต่ฉันเท่านั้นก็พอ” ร่างสูงขยับกายให้แนบชิดกับกายบางมากขึ้น ริมฝีปากหนามอบจุมพิตดูดซับน้ำตาจากขอบตาเรียว มือยาวข้างหนึ่งประคองคางมนให้เชิดขึ้นเป็นองศา ก่อนจะโน้มหน้าลงประทับกลีบปากอิ่มยังริมฝีปากบางสีสวย
“อื้อ...อ่ะ” ร่างเล็กพยายามหดหนี แม้จะเคยถูกจูบมาก่อนหลายต่อหลายครั้ง แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไปจากเดิม ทั้งๆนี้เรียวลิ้นอุ่นร้อนจากร่างสูงคนเดิมนุ่มนวลกว่าทุกครั้ง ทั้งๆที่รสจูบนี้หอมหวานกว่าทุกที แต่เขาไม่อยากให้เจ้าชายสัมผัสตนเองในตอนนี้
“ไม่เอา...มัน...น่ากลัว...น่ารังเกียจ” จิตใต้สำนึกผลักดันให้มือเรียวดันกายแกร่งให้ถอยห่างเป็นการห้าม แต่ร่างสูงยังดึงดันสอดแทรกลิ้นร้อนเข้าไปยังโพรงปากเล็ก จุนซูเกร็งไปทั้งร่าง มือเรียวไร้เรี่ยวแรงจนต้องเปลี่ยนเลื่อนมาเกาะกุมบ่าแกร่งแทน มือหนาปลดเสื้อผ้าของร่างเล็กออกด้วยความชำนาญอย่างที่เจ้าตัวไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย
ริมฝีปากอิ่มไล้เลียและดูดดุนกลีบปากบางสวยเป็นจังหวะเนิบนาบ รู้ว่าคนใต้ร่างหายใจสะดุดและต้องการอากาศกักเก็บใหม่ ถึงกระนั้นร่างสูงก็ไม่ยอมผละออกมา ซ้ำยังประคองท้ายทอยคนตัวเล็กให้รับสัมผัสได้แนบแน่นยิ่งกว่าเดิม จนกระทั่งมือเรียวออกแรงทุบอกจึงจะยอมปล่อยริมฝีปากบางให้เป็นอิสระ
“ยะ...ยูชอน...” ร่างเล็กหอบหนัก ดวงตาปรือปรอยมองใบหน้าคมด้วยความงุนงง ไม่รู้ว่าเจ้าชายกำลังทำอะไรกับตนเอง ทำไมร่างกายในตอนนี้เกร็งแน่นไปทุกส่วน หัวใจบีบเป็นจังหวะแรงกว่าที่ผ่านมา ร้อนไปทั้งใบหน้าและเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดจากภายใน...
“เป็นของฉันนะ ให้ฉันได้รักษานายด้วยร่างกายนี้” มือหนากุมมือเรียวไว้หลวมๆ ใบหน้าคมก้มลงจุมพิตแผ่วเบายังหลังมือนุ่มก่อนจะพรมจูบไล้ขึ้นมาตามท่อนแขนเรียวและหยุดที่ซอกคอขาว ลมหายใจอุ่นร้อนผ่าวรดยังต้นคอบีบบังคับให้คอเรียวหดถอยหนี ใบหน้าเรียวหันหนีอย่างช้าๆ
เสียวซ่านและเขอะเขินเป็นคำจำกัดความที่ดีที่สุดสำหรับร่างเล็กในตอนนี้ สองมือเรียวยกขึ้นลูบสันกรามแกร่งก่อนจะหลับตาลงและจินตนาการว่าตนเองกำลังอยู่ในอ้อมกอดของใคร
...ใช่...เรากำลังถูกเจ้าชายโอบกอด...
...เรากำลังอยู่ในอ้อมแขนของคุณยูชอน...
...ในหัวเราตอนนี้...มีแต่ยูชอน...
...ยูชอนคนเดียว...
“ยูชอน...อ๊ะ...” เสียงหวานหลุดครางแผ่ว กายบางกระตุกเมื่อถูกไล้เลียไปทั่วแผ่นอกบาง ชั่วขณะหนึ่งที่รู้สึกหวาดผวาแต่ใบหน้าคมลอยเด่นในความทรงจำสามารถชะล้างความกลัวออกไปจนหมด จุนซูลืมตาขึ้นอีกครั้งเมื่อรู้ว่าภาพในความคิดค่อยๆเลือนลางลงทุกที มือเล็กประคองสันกรามแกร่งให้เงยสูง นิ้วเรียวนุ่มลูบไล้ตามส่วนต่างๆของใบหน้าคมจนเขาสามารถจดจำรูปลักษณ์ของเจ้าชายได้อีกครั้ง
“จุนซู...” ยูชอนเพ้อออกมา เริ่มควบคุมสติตนเองไม่อยู่ ฤษธิ์แอลกอฮอล์ที่มีอยู่ก่อนหน้าผสมกับอารมณ์ปราถนาที่เริ่มปะทุจากภายใน ฉุดให้พันตำรวจจูบไซร้ไปทั่วกายบางตั้งแต่ซอกคอเรียวขาว แผ่นอกบาง หน้าท้องนิ่มและเลยไปจนถึงต้นขาขาว สัมผัสต่อเนื่องไม่สะดุดคอยกลบร่องรอยเก่าด้วยรอยใหม่สีกุหลาบที่ตนเป็นคนสร้าง กลิ่นกายหอมอ่อนๆยังคงน่าหลงใหลไม่มีเปลี่ยน พัดพาสติและความถูกต้องหายไปจากสมอง
ร่างเล็กสั่นสะท้านไปตามเรียวลิ้นอุ่นร้อนที่ลากผ่านไปตามสัดส่วนของร่างกาย ความรู้สึกแปลกใหม่ไม่คุ้นเคยสร้างความเสียวกระสันแล่นริ้วตามไขสันหลัง นิ้วเท้าจิกเกร็งเช่นเดียวกับนิ้วเรียวเกาะกุมกลุ่มผมดำของร่างสูง เหมือนจะพยายามให้นายตำรวจได้สัมผัสได้ถนัด หากแต่เป็นการระบายความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นจากร่างกาย
เสียงเล็กหวานครางหลุดรอดให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ทุกน้ำเสียงช่างหวานใสน่ารักในห้วงความคิดของพันตำรวจเสียเหลือเกิน ไม่เหมือนกับเด็กน้อยตัวเล็กที่เคยรู้จักอีกต่อไป คิม จุนซูในยามนี้ช่างเหมือนกับเด็กหนุ่มร่างสวยแสนน่ารัก พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่เขากำลังจะสอนด้วยตนเอง สิ่งใหม่ที่จะผลักดันให้ร่างเล็กมีเสน่ห์มากกว่าที่เป็นอยู่
“น่ารักมาก นายน่ารักที่สุดเลยรู้ไหมจุนซู...” เสียงทุ้มแหบพร่า น้ำเสียงต่ำเข้มสร้างความเขินให้กับผู้ฟัง คุณหนูตัวน้อยซับสีเลือดจนกายนิ่มสีอ่อนเปลี่ยนเป็นสีแดงทุกสัดส่วน ใบหน้าคมก้มต่ำก่อนจะแยกเรียวขาเล็กออกกว้าง ฝ่ามืออุ่นโอบอุ้มส่วนอ่อนไหวอย่างนุ่มนวลก่อนจะลดใบหน้าลงเพื่อใช้กลีบปากอิ่มตนเองสัมผัสช้าๆ
“อ๊า...ยะ...ยูชอนน” เสียงครางสูง ไม่คุ้นกับความอุ่นร้อนครอบรอบส่วนนั้น ยูชอนชะงักครู่หนึ่งแต่ยังคงขยับริมฝีปากของตนต่อไป สายตาคมเหลือบมองร่างบางอย่างสงสัย...หรือว่า...
ดวงตาคมตวัดมองสิ่งที่อยู่ต่ำกว่า ช่องทางสีชมพูอ่อนเด่นแก่สายตา ปากทางหวานไร้การถูกล่วงล้ำ คนในอ้อมกอดไม่ถูกกระทำชำเราถึงขั้นสุดอย่างที่ตนเคยคิดไว้ ส่งผลให้ริมฝีปากหนายิ้มกริ่มอย่างโล่งใจ มือหนาข้างหนึ่งลูบผ่านอย่างแผ่วเบาก่อนจะเปลี่ยนตำแหน่งลากเรียวลิ้นตามลงมายังเบื้องล่าง
กายบางอ่อนนุ่มกระตุกแรง ขยับสะโพกถอยหนีตามสัญชาตญาณ แต่ไม่ว่าจะถดถอยมากแค่ไหนก็ไม่สามารถขยับได้มากนัก เพราะติดมือหนาทั้งสองข้างจับรอบต้นขาอ่อนไว้แน่น
“อา...อ้า...ยูชอน...คุณยูชอนฮะ...” จุนซูตัวสั่นระริกเรียกร้องหาเจ้าชายไม่ขาดปาก สองมือเล็กไขว่คว้าอยากได้กายแกร่งมาโอบกอดระบายความเสียวกระสันที่แล่นริ้ว ยูชอนได้ยินดังนั้นจึงยอมผละจากช่องเล็กน่ารักอย่างเสียดาย ก่อนจะเคลื่อนกายคร่อมและตวัดวงแขนยาวรอบกายบางอย่างอ่อนโยน
ยูชอนไม่ใช่คนใจเย็นอะไรมากนัก ร่างสูงลากนิ้วเรียวลงมาตั้งแต่แผ่นอกบางจนไปหยุดที่ช่องทางเล็ก ก่อนจะกดนิ้วลงไปเป็นการปรับสภาพขั้นแรก พลางโน้มหน้าลงเพื่อพรมจูบปลอบประโลมอย่างนุ่มนวลทั่วดวงหน้าหวาน
“เจ็บไหมตัวเล็ก...” เพราะร่างเล็กในอ้อมแขนสั่นสะท้าน จึงต้องคอยใช้กลีบปากอิ่มดูดตามยอดอกสีอ่อนให้เสียวซ่านจนลืมว่าเบื้องล่างกำลังถูกรุกล้ำ ทันทีที่คุณหนูกำลังเผลอไผลเป็นกับสัมผัสเบื้องบน ร่างสูงค่อยๆเพิ่มจำนวนนิ้วยังเบื้องล่างโดยที่เจ้าของช่องเล็กไม่รู้ตัว
“อื้อ...คะ...คุณยูชอน...” จุนซูโอบรอบคอแกร่งแน่นพลางซุกหน้าลงบนบ่ากว้าง แม้จะไม่คุ้นชินและกลัวอยู่บ้างกับการถูกชำแรก แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกดีอย่างน่าประหลาด เมื่อเห็นว่าช่องทางเริ่มขยายและมีปฏิกริยาตอบรับเป็นที่น่าพอใจ นายตำรวจจึงถอนนิ้วออกมา
“ลืมตาสิจุนซู...มองให้เห็นว่านายกำลังจะเป็นของฉัน” เสียงทุ้มกระซิบบอกติดชิดใบหูบาง จุนซูปรือตาช้าๆตามที่บอกอย่างว่าง่าย ดวงตาเรียวเห็นภาพใบหน้าคมระบายยิ้มอย่างอ่อนโยนในระยะใกล้ ใกล้มากจนตนเองเขินจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
ร่างสูงถอดเสื้อตนเองออก เผยให้เห็นเนื้อกล้ามสวยยังหัวไหล่ แผ่นอกกว้างและหน้าท้อง ภาพเปลือยเปล่าเช่นนี้ทำให้ร่างเล็กหน้าแดงมากกว่าเดิม แต่สิ่งที่ทำให้คุณหนูตัวน้อยตกใจยิ่งกว่าคือร่างสูงกำลังถอดกางเกง จุนซูเบนหน้ามองไปด้านข้างอย่างเขินอาย
“คิดถึงแต่ฉันนะ...ให้ฉันอยู่ในใจของนาย...ฉันคนเดียว...” ยูชอนจับเรียวขายกสูงก่อนจะค่อยๆสอดแทรกกายเข้าไปด้านใน ร่างเล็กกระตุกถอยด้วยความเจ็บ น้ำตาเล็ดออกมาทันทีที่รู้สึกถึงความอุ่นร้อนล้วงล้ำเข้ามา เจ็บแสบ จุกแน่นและเสียวซ่านปนกันจนแยกไม่ออก
คับแน่น อึดอัดและรู้สึกเหมือนร่างกายถูกฉีกขาดจนแทบจะขาดใจตายเสียตรงนั้น แต่ทั้งหมดกลับค่อยๆจางไปอย่างน่าอัจศจรรย์ เพราะร่างสูงผู้ล่วงล้ำจูบซับน้ำตาอย่างอ่อนโยน เสียงทุ้มน่าฟังคอยเอ่ยเรียกชื่อร่างเล็ก คอยตอกย้ำว่าใครกำลังกอดอยู่ ณ เวลานี้ ตอกย้ำทุกสัมผัสด้วยการมอบจูบแสนนุ่มนวล มอบสัมผัสนุ่มนวล และความอบอุ่นที่ร่างเล็กคุ้นชินดี
...ความรู้สึกอุ่นซ่านไปทั้งใจแบบนี้...
...เรารู้ดีว่ามาจากใคร...
“อ่ะ...อื้ออ...ยูชอน...” จุนซูเกาะรอบหลังขาวแน่น ใช้มือเรียวจิกข่วนแผ่นหลังกว้างระบายความเจ็บ ดวงตายังคงมีน้ำตาเล็ดตามขอบเรียว สะโพกอิ่มถูกยกสูงรองรับแรงขยับเข้าออกจังหวะเนิบนาบแต่หนักหน่วง
“จุนซู...จุนซู...” เสียงทุ้มเพ้อเรียกชื่อเด็กหนุ่มพร้อมครางเสียงต่ำ ผนังอ่อนนุ่มภายในบีบรัดเป็นจังหวะทำให้เขาแทบคลั่ง อารมณ์ที่พุ่งสูงค่อยๆเข้าควบคุมการเคลื่อนไหวให้รุนแรงยิ่งขึ้น
เสียงครางหวานหูร้องไม่เป็นภาษา กระนั้นยังจับใจความได้ว่ากำลังร้องเรียกหาใครไม่ขาดปาก ร่างเล็กพยายามลืมตามองใบหน้าคมตามที่บอก แต่มันก็ยากลำบากที่จะจ้องมองได้ตลอดทุกลมหายใจ จึงคอยเตือนสติตนเองว่าความอุ่นร้อน นุ่มนวล อ่อนโยน และอบอุ่นนี้มาจากใคร
การเคลื่อนไหวของคนด้านบนค่อยๆขยับแรงถี่เป็นจังหวะหนักจนร่างเล็กกายโยน เสียงอ่อนหวานจากกลีบปากบางร้องสูงขึ้นทุกขณะ มือเรียวเล็กจิกข่วนแผ่นหลังเป็นรอยขีดแดง ซบหน้าชื่นน้ำตากับแผ่นอกกว้าง เสียงหอบครางหวานหูและทุ้มต่ำสลับผสมผสานเป็นเสียงเดียวกัน ยิ่งนานเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกถึงคำว่าสุขสมจนลืมความเจ็บปวดไปจนหมด ความรู้สึกแปลกใหม่แสนเสียวซ่านระคนหวานเร่งให้สะโพกอวบได้ขยับตาม สอดคล้องเป็นจังหวะราวคนๆเดียวกัน
ทุกอย่างสิ้นสุดลงเมื่ออารมณ์ทั้งหมดได้ถูกปลดปล่อย ร่างสองร่างกอดกันแน่นค้างแบบนั้นอยู่นาน ร่างสูงด้านบนหอบหายใจพลางก้มลงจูบซับเม็ดเหงื่อยังขมับเล็กรวมทั้งคราบน้ำตาตามใบหน้า มือหนาประคองแผ่นหลังบางให้นอนราบอย่างนุ่มนวลก่อนจะถอนกายออกมาช้าๆ ร่างเล็กหอบเหนื่อยอ่อนบนเตียงนุ่ม ทุกอย่างเริ่มพร่าเลือนด้วยความอ่อนล้า ภาพสุดท้ายที่เห็นคือภาพของเจ้าชายในดวงใจกำลังทอดมองตนเองด้วยสายตาอ่อนโยน...
.
.
.
.
กระจกแก้วใสบานใหญ่ถูกเปิดออกกว้างเพื่อรับลมเย็นยามค่ำคืนหอบความชุ่มชื่นพัดผ่านเข้ามาในห้องคอนโด ภายในห้องนอนมืดสนิทไร้แสง มีเพียงความสว่างจากดวงจันทร์สาดส่องลอดเข้ามาเท่านั้น เงาดำทอดยาวจากผู้ที่นั่งปลายเตียงเด่นชัดอยู่กลางห้อง ร่างสูงกุมขมับถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าจนเริ่มเกิดอาการเครียด เส้นเลือดข้างขมับกระตุกแทบจะทุกวินาที สิ่งเดียวที่จะสามารถบั่นทอนความอึดอัดในตอนนี้มีเพียงมวนสีขาวในกระเป๋ากางเกงเท่านั้น
ควันสีอ่อนลอยฟุ้งพร้อมเสียงถอนหายใจยาว นิ้วเรียวลดมวนขาวลงก่อนจะค่อยๆเหลียวมองร่างบางบนเตียงนุ่ม กายเล็กบอบบางถูกแต่งแต้มด้วยรอยสีแดงอ่อนแทบจะทุกตารางนิ้วของผิวเนื้อขาว คราบขุ่นเปรอะเปื้อนพื้นที่นอน รวมทั้งหยดโลหิตบนผ้าขาวสร้างความจุกไปทั่วอกแกร่งจนต้องรีบหายใจเข้าลึกเพื่ออัดอากาศไปยังสมอง ก่อนจะตามด้วยการอัดควันร้ายเข้าปอดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“นี่ฉัน...” ตาคมมองสองมือของตนเองก่อนจะใช้มือกำแน่นจนมวนบุหรี่หักงอไปตามแรง ประกายไฟร้อนยังปลายมวนจี้ลงบนผิวหนังแต่เจ้าตัวกลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย
มันเกิดขึ้นแล้ว...สิ่งสานความสัมพันธ์ให้ถลำลึกจนไม่อาจถอนตัวได้เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้ ทุกอย่างล้วนไปตามอารมณ์แสนเห็นแก่ตัวของตนเองทั้งสิ้น ทุกอย่างที่ทำด้วยสองมือมีแต่จะทำให้จุนซูแย่ลงกว่าเก่า ไม่เพียงพรากความสดใสไปจากร่างเล็กแล้ว ยังอาจตอกย้ำเรื่องเลวร้ายลงไปในจิตใจมากกว่าเดิม...เขาคิดแบบนั้น...ยูชอนคิดแบบนั้นจริงๆ...
เสียงถอนหายใจและกลิ่นแสบจมูกจากควันบุหรี่ปลุกให้ร่างบอบบางตื่นจากความเหนื่อยล้า ร่างกายมีเรี่ยวแรงพอที่จะยันกายขึ้นนั่งมองความเป็นไปในห้องที่ตนหลับใหล แผ่นหลังกว้างคุ้นตาเด่นอยู่ปลายเตียงทำให้คุณหนูตัวเล็กค่อยๆคลานเข้าไปใกล้อย่างเชื่องช้า ความเจ็บแปลบด้านหลังบีบให้การเคลื่อนไหวทุกลมหายใจขยับไม่ถนัดเท่าที่ควร
จุนซูเอื้อมมือกอดรอบคอแกร่งจากด้านหลัง ความอ่อนนุ่มและแรงโถมเข้าใส่สร้างความตกใจให้กับร่างสูง ใบหน้าคมหันมองเจ้าของสัมผัสด้วยความตกใจ ไม่นึกว่าเด็กในปกครองจะตื่นขึ้นมาจากการพักผ่อนร่างกายได้เร็วขนาดนี้
“ตื่นแล้วหรอ” เอ่ยถามตามปกติแต่ความรู้สึกมันเปลี่ยนไป ยูชอนไม่กล้าแม้แต่จะมองใบหน้าหวาน แรงขยับขึ้นลงของใบหน้าเล็กยังศีรษะทำให้ร่างสูงรู้คำตอบ
ความเงียบเข้าครอบคลุมบรรยากาศ ไม่มีใครเอ่ยอะไรที่ทำให้รู้สึกชื่นใจขึ้นมาแม้แต่น้อย ทั้งสองคนตกอยู่ในห้วงความคิดของและความรู้สึกตนเอง ณ เวลานี้มันยากเกินกว่าจะพูดอะไรดีๆออกมา จนกระทั่งคนตัวเล็กวางคางมนกับบ่าแกร่ง
“วันที่เกิดเรื่อง...ก่อนหน้านั้นผมเจออะไรแปลกๆ” เสียงเล็กกระซิบข้างใบหู วงแขนเล็กออกแรงกอดกายแกร่งมากกว่าเดิม แทบจะใช้กำลังทั้งหมดที่ตนเองมีกอดเจ้าชายของตัวเองเอาไว้แน่น
“วันที่ผมซื้อโจ๊กมาให้คุณ ผมหลงทางและเห็นอะไรบางอย่างที่ผม...ไม่ได้บอกคุณยูชอน...” น้ำเสียงขาดห้วงพร้อมกับกายบางสั่นเทา พันตำรวจรับรู้ถึงความกลัวที่แผ่ออกมาจึงหันกายยกร่างเล็กนั่งบนตักหนาของตน แขนยาวกอดร่างคุณหนูไว้หวังให้คลายอาการหวาดกลัวนี้ได้
“ผมเดินไปเรื่อยๆจนถึงซอยมืด ผมรู้ว่ามันไม่ใช่ทางกลับบ้านเลยรีบออกมา แต่ระหว่างนั้น...” จุนซูเอ่ยต่อช้าๆให้อีกฝ่ายฟัง
“ผมเห็นคนๆหนึ่งกำลังกำมีดและแทงคนที่นอนบนพื้นดังฉึกๆ”
“มันมืดมากแต่ก็พอมีแสงสว่าง ผมตกใจที่เห็นเลยร้องออกมา” ถึงตอนนี้นายตำรวจชะงัก แต่ยังคงนิ่งเงียบเพื่อรับฟังต่อไป
“เขาหันมา...คนที่ถือมีดหันมามองผม...เขาจำผมได้...มันเลยเกิดเรื่องนั้นขึ้นมา” แทบหยุดลมหายใจ ยูชอนหลับตาแน่นกับสิ่งที่ได้ยิน ร่างสูงก้มลงวางสันกรามบนเรือนผมนิ่มและกอดกายบางแน่นกว่าเดิม
“ผมขอโทษ ผมเสียใจ...ผมไม่กล้าบอกคุณ ผม...ผมขอโทษฮะคุณยูชอน...ผมขอโทษ” ใบหน้าหวานพิงซอกคอขาวก่อนจะไถหัวกลมไปมาอยู่นาน นายตำรวจยังคงเงียบไม่เอ่ยอะไร มือหนาข้างหนึ่งลูบเรือนผมนิ่มสีน้ำตาลเบาๆ ส่วนมืออีกข้างก็คอยลูบปลอบประโลมยังแผ่นหลังบาง
...เพียงข้อมูลเท่านี้ ปาร์ค ยูชอนก็พอจะรู้คนร้ายแล้ว...
“ยูชอน...คือฉัน...” หญิงสาวผมยาวสีเข้มกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่ยอมพูดออกมา ร่างสูงเจ้าของชื่อรออย่างตั้งใจว่าอีกฝ่ายจะกล่าวอะไรกับตนเอง
“มีอะไรหรอโซฮยอน?” ในเมื่อหญิงสาวไม่ยอมเอ่ย ยูชอนจะเอ่ยถามกลับเป็นการเร่ง
“ไม่มีอะไรหรอก ทำงานไปเถอะ” โซฮยอนยิ้มบางก่อนจะเดินกุมท้องจากไป ทิ้งให้ร่างสูงนั่งสงสัยอยู่อย่างนั้น
.
.
.
.
ร่างสูงวิ่งหืดกระหอบกระแทกตัวกับประตูเหล็ก ทันทีที่เข้าไปดวงตาคมเห็นเพื่อนสนิทร่างสูงกับหญิงสาวยืนอยู่ข้างเตียงเหล็ก พร้อมนายแพทย์ร่างสูงโปร่งยืนจดข้อมูลลงในแฟ้ม
“...กะ...เกิดอะไรขึ้น?” คำถามแรกจากผู้มาใหม่เรียกเสียงถอนหายใจจากคนในห้อง ไม่มีเสียงตอบรับจึงทำให้ร่างสูงเดินเข้ามาดูใกล้ๆ
“มะ...ไม่จริง...โซฮยอน!?” บนเตียงเหล็กมีร่างซีดเสียวของหญิงสาวคุ้นตา ร่องรอยทำร้ายร่างกายปรากฏให้เห็นทุกส่วน และที่ร้ายแรงที่สุดคือหน้าท้องถูกกรีดแทงและเหมือนควักเครื่องในออกมา
“เธอตั้งท้องได้ 2 เดือน และตกเป็นเหยื่อของฆาตกร เราพบศพเมื่อเช้าข้างแมนชั่นของเธอ” ยุนโฮเอ่ยช้าก่อนจะตวัดตามองร่างสูง
“นายไม่รู้หรอว่าโซฮยอนท้อง?” ยูชอนไม่ตอบ เพียงแต่ส่ายหน้าไปมาเหมือนคนไร้สติ ร่างสูงยืนนิ่งก่อนจะตะโกนลั่นห้องทั้งน้ำตา
“ทำไมไม่บอก!? ทำไมเธอไม่บอกฉันให้เร็วกว่านี้!!!”
“ทำไมไม่บอก...ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้” เสียงทุ้มเอ่ยสั่น เหตุการณ์ที่เกิดกับคนในอ้อมแขนตอนนี้ช่างคล้ายคลึงกับรอยแผลเก่าในอดีตไม่มีผิดเพี้ยน
“...ฉันมันไม่น่าไว้ใจใช่ไหม...” จุนซูรีบเงยใบหน้ามองเจ้าของเสียงสั่นเครือ
“เปล่าฮะ...เพียงแต่ผม” คนตัวเล็กพยายามเอ่ยแทรก
“แล้วฉันจะเป็นตำรวจเพื่ออะไร...”
“คุณยูชอนฮะ คือผม...” ร่างเล็กอ้าปากค้างเมื่อเห็นหยดน้ำใสไหลจากดวงตาคมข้างนึง ร่างสูงรีบปาดทิ้งไปก่อนจะมองใบหน้าเรียวด้วยสายตาเศร้าสร้อย
“ตอนเด็ก มีหมอดูมาทำนายชีวิตอนาคตของฉัน เขาบอกว่าฉันจะมีคนรักสี่คน” ยูชอนเพ้อออกมา แววตาสีเข้มดูเหม่อลอยแต่ยังคงจับจ้องยังใบหน้าหวาน
“ฉันหัวเราะและยังคิดว่าตัวเองหล่อขนาดมีแฟนตั้งสี่คน มันฟังดูตลกมาก มันไม่น่าเชื่อเลยสักนิด มันก็แค่คำทำนาย มันไม่ได้กำหนดชีวิตเราสักหน่อย เราต่างหากที่กำหนดชีวิตตัวเอง” เสียงทุ้มเอ่ยพลางลูบผมนิ่มเบาๆสองสามทีก่อนจะถอนหายใจออกมา
“ตัวเล็ก...ฉันมีคนรักมาสามคนแต่ไม่มีใครอยู่เคียงข้างฉันเลยสักคน...” จุนซูชะงักเล็กน้อย
“ฉันมีแฟนคนแรกตอนอายุ 15 เธอเป็นนักเปียโนที่มีพรสวรรค์ แต่พอคบได้ปีกว่าๆ เธอก็ตายเพราะถูกสปอร์ทไลท์หล่นทับระหว่างแสดงเปียโนบนเวที...” ร่างเล็กหายใจสะดุด ช่วงอายุของร่างสูงในตอนนั้นคือช่วงที่ตัวเองเริ่มหลงชอบเจ้าชาย
“ไม่มีการสอบสวน ไม่มีการดำเนินคดีทั้งๆที่ตำรวจรู้ว่าสายไฟถูกตัดขาดด้วยของมีคม แต่เขากลับปิดคดีด้วยการระบุว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุ”
“ที่จริงฉันอยากเป็นทหารอากาศ แต่พอเกิดเรื่องนั้นขึ้น ฉันเลยเปลี่ยนใจเป็นตำรวจ” ถึงตอนนี้ร่างสูงเคลื่อนกายตนเองนั่งขัดสมาธิและจับท่าให้คนตัวเล็กนั่งอยู่ในช่องว่างระหว่างหัวเข่า แขนยาวโอบกอดไว้หลวมๆพลางโยกตัวไปมาช้าๆ
“ฉันขอพ่อไปเรียนโรงเรียนนายร้อยที่อังกฤษตอนม.ปลาย และตอนนั้น...ฉันก็ชอบผู้หญิงที่นั่นคนหนึ่ง” ยูชอนเล่าต่อไป โดยมีจุนซูนั่งฟังอย่างตั้งใจ
“เธอแก่กว่า และทำงานเป็นช่างตัดผม ร้านของเธออยู่ตรงหัวมุมโรงเรียนที่ฉันเรียน ทำให้ฉันมีเวลาไปหาเธอบ่อยๆ”
“กระทั่งเข้าช่วงฤดูใบไม้ร่วง ฉันก็ขอเธอเป็นแฟน...” ยูชอนหยุดหายใจพลางกุมมือเล็กเล่นตบมือเบาๆ จุนซูรู้สึกแปลกๆที่จู่ๆโดนจับมาเล่นแบบนี้ แต่ร่างเล็กเข้าใจดี...พันตำรวจคงหาอะไรเล่นระหว่างเล่าอดีตแสนเจ็บปวด...มันคงช่วยคลายความอัดอั้นลงได้บ้างไม่มากก็น้อย...
“คบกันได้เกือบปี เธอก็จากไป...พนักงานขนน้ำอัดลมเมาแล้วขับรถชนพุ่งใส่ร้านหัวมุมถนน...” จุนซูรีบเงยหน้ามองร่างสูง ก่อนจะคว้ามือหนามาแนบแก้มใสของตนเอง ยูชอนยิ้มบางกับการกระทำนั้นและเริ่มเล่าต่อ
“เธอโชคร้าย...เธอตายคาที่ เชื่อไหมว่าในมือยังถือกรรไกรตัดผมอยู่เลย” ติดตลกตามนิสัยแต่น้ำเสียงกลับไม่ได้สร้างอารมณ์ขันสักเท่าไรในยามนี้
“ในตอนนั้นฉันเริ่มหวั่นใจแล้วว่า...สิ่งที่หมอดูคนนั้นพูด...มันอาจจะจริง” ยูชอนก้มตัวชะโงกหน้ามองใบหน้าหวาน
“แต่ฉันก็ยังไม่เข็ด หลังเรียนจบฉันกลับมาที่เกาหลีและได้รับตราทำงานเป็นตำรวจลับทันที”
“...และฉัน...ก็หลงรักเพื่อนร่วมงาน...” ร่างสูงหัวเราะต่ำเหมือนสมเพศตัวเองอยู่ไม่น้อย
“เธอชื่อลี โซฮยอน เป็นคู่หูและช่วยฝึกงานฉัน เธอเก่ง ฉลาดและมั่นใจในตัวเอง” ริมฝีปากอิ่มอมยิ้มน้อยๆ ซึ่งมันทำให้ร่างเล็กแอบไม่พอใจอยู่เล็กๆ
“ฉันแอบรักเธอเป็นปี ไม่กล้าบอกคำว่ารัก ไม่กล้าขอเป็นแฟน ไม่กล้าทำอะไรเลย...ฉันกลัวน่ะ” ยูชอนเกาหัวตนเองแรงๆ คุณหนูตัวน้อยคว้ามือหนามาจับไว้แน่น
“สองปีก่อนเกิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง คาดว่าคนร้ายเป็นฆาตกรโรคจิตหมายหัวพวกแม่-ลูก ดังนั้นมีแม่-ลูกตายไป2คู่ ข่าวนี้ถูกปิดเงียบและสอบสวนอย่างลับๆ”
“ฉัน โซฮยอน ยุนโฮและโบอาอยู่ในทีมสืบสวนนั่นด้วย...ระหว่างที่กำลังไล่ล่าหาคนร้าย...เธอตาย...” จุนซูร้องอุทานเบาๆ เขาได้ยินคำว่าตายมาสามครั้งแล้ว...มันมากเกินกว่าที่ใครคนหนึ่งจะรับไหว...การที่สูญเสียคนที่รักไป มันยากที่จะทำใจได้...
“หึ...น่าขำชะมัด ทั้งๆที่ฉันสนิทกับโซฮยอนมากที่สุด แต่ฉันกลับเป็นไอ้โง่ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ฉันไม่รู้ว่าเธอมีลูกในท้อง ไม่รู้ว่าเธอแอบจับคนร้ายตามลำพัง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอโดนฆ่าตาย...”
“ไม่รู้ว่า...เธอมีคนรักแล้ว...” ร่างสูงกระตุกยิ้มบางก่อนจะตวัดสายตามองใบหน้าหวาน
“ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่คำทำนาย แต่มันคือ...ความไว้ใจ...” เสียงทุ้มเข้นขึ้นจนเรียบเย็น กายบางสะดุ้งเมื่อตนเองถูกจับยกให้หันหน้ามาคร่อมหน้าตักหนาไว้ ใบหน้าคมจับจ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาเจ็บปวด
“ขอถามคำเดียว...ฉันมันไม่น่าไว้ใจใช่ไหม? ฉันไม่สามารถเป็นที่พึ่งของนายได้เลยหรอตัวเล็ก” ร่างสูงกล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ร่างเล็กรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีที่ได้ยิน
“เปล่าฮะ...ผมไม่กล้าบอก ผมกลัวและ...” ไม่ทันจบประโยค กายบางถูกดึงเข้ามากอดไว้แน่น ยูชอนกอดร่างเล็ก วงแขนยาวโอบเอวบางอย่างหวงแหนราวกับไม่สามารถมีใครมาพรากคุณหนูตัวน้อยไปจากเขาได้
“นายกำลังตกอยู่ในอันตราย...คนที่ทำร้ายนายน่าจะเป็นคนๆเดียวกับคดีที่ฉันสืบอยู่ตอนนี้”
“ถ้านายเกิดเป็นอะไรไปขึ้นมา...ฉันรับไม่ไหวแล้วนะ...รู้ไหม” จุนซูใช้หางตาเหลือบมอง น้ำเสียงทุ้มบ่งบอกถึงความเจ็บปวดระคนเศร้าทำให้ร่างเล็กใจหาย แล้วคำพูดแปลกๆนั่น...มันหมายความว่าอะไร?...
“ขอบอกตรงๆเลยนะว่า...ฉันรู้สึกดีเวลาอยู่กับนาย...” ดวงตาเรียวเบิกกว้างแทบไม่เชื่อหู จุนซูผละออกมาเล็กน้อยเพื่อจ้องมองสีหน้าคมได้ถนัดตา และพบว่าใบหน้าคมเข้มในตอนนี้บ่งบอกถึงความจริงจัง ไม่ใช่คำพูดล้อเล่นแต่อย่างใด
“คิม จุนซู...นายเป็นคนที่ฉันจะไม่ยอมเสียไป”
“ฉันพูดจริงๆ...ต่อให้เป็นยมทูตตัวไหนมันก็เอานายไปจากฉันไม่ได้ ฉันไม่อยากเสียใครไปอีกแล้ว” ร่างเล็กตาเบิกกว้างมากกว่าเดิม เมื่อรู้ตัวว่าตนเองถูกดึงเข้ามารับรสจูบจากริมฝีปากอิ่ม
กลีบปากอิ่มกดเน้นย้ำริมฝีปากสีเชอรี่ทุกการไล้เลีย ดูดซับความหวานจากโพรงปากเล็กอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยนมากที่สุดจนคุณหนูตัวน้อยคล้อยตาม ความอุ่นร้อนจากเรียวลิ้นหนากวาดไล้พันกระวัดเกี่ยวกับลิ้นเล็กอยู่นาน ราวกับกำลังจะบอกความในใจผ่านรสจูบแสนหวานนี้
ครั้งนี้ร่างเล็กตอบรับสัมผัสด้สนความเต็มใจ เพราะจุมพิตของพันตำรวจมันบ่งบอกถึงความรู้สึกทั้งหมดที่มีต่อตนเอง เขารับรู้ได้...ความรู้สึกของคุณยูชอน...เขารับเอาไว้ทั้งหมดแล้ว...
“คุณ...ยูชอน...” จุนซูหอบเข้ารีบโกยอากาศเข้าสู่ปอด รู้สึกเจ็บเล็กน้อยยังริมฝีปากบางแดงจากการถูกการดูดดุนเมื่อครู่ แม้ว่าครั้งนี้จะเป็นการจูบเนิบนาบแต่ก็เป็นจังหวะหนักหน่วง
“ฉันจะปกป้องนายจนถึงที่สุด...” มือหนารวบเอวบางเข้ามาแนบกายก่อนจะโยนตัวลงนอนกับพื้นเตียงนุ่ม ยูชอนถูไถใบหน้าตนเองไปมาอยู่นานพร้อมทั้งกดจูบยังเรือนผมนิ่มอยู่บ่อยครั้ง
จนถึงตอนนี้...คิม จุนซูเผยยิ้มบางออกมา ร่างเล็กหลับตาลงและเป็นฝ่ายขยับกายเข้าหากายแกร่งด้วยตนเอง พอจะเข้าใจเรื่องราวของอีกฝ่ายมากขึ้น รวมทั้งเหตุผลที่ทำให้เจ้าชายหลงลืมเรื่องราวในอดีต...เขาเข้าใจดี...และเริ่มเห็นใจที่เจ้าชายต้องแบกรับความเจ็บปวดไว้คนเดียว
“สัญญานะว่ามีอะไรจะบอกฉันเป็นคนแรก” เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบติดริมใบหูบาง ร่างเล็กหยักหน้าตอบรับก่อนจะยกวงแขนกอดรอบคอแกร่ง
“ฮะ ผมสัญญา...” หัวกลมซุกแนบแผ่นอกกว้างอย่างสุขใจ เพียงเท่านี้ร่างเล็กเข้าใจทุกๆอย่างแล้ว เขาเข้าใจความรู้สึกของปาร์ค ยูชอนแล้ว
คงไม่ได้เข้าข้างตัวเองมากจนเกินไป แต่สมองแสนอัจฉริยะน้อยๆกำลังประมวลผลว่า เรื่องราวที่เจ้าชายเล่าให้ฟังเหมือนเป็นการบอกว่า เขาเป็นคนรักคนที่สี่ของเจ้าชาย เพียงแต่เจ้าชายไม่สามารถบอกรักในตอนนี้ได้
เข้าใจ...คุณหนูคิม จุนซูเข้าใจ...เพราะเจ้าชายไม่อยากให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายเหมือนในคำทำนาย เพราะเจ้าชายกลัวในการสูญเสีย จึงต้องยอมเก็บความรู้สึกที่มีไว้ลึกๆ
...ผมเข้าใจแล้วฮะ...
...ผมจะไม่ถือโทษเรื่องที่เขาลืม...
...และในตอนนี้...
...ผมรักคุณยูชอนมากเหลือเกิน..
TBC
